ศูนย์ศัลยกรรมและดูแลแผล โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน พร้อมให้บริการด้านศัลยกรรมและการดูแลรักษาแผลอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการผ่าตัดโรคต่างๆ โดยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ เชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีมาตรฐานสูงสุด
จุดเด่นด้านการบริการ
- การรักษาโรคในช่องท้อง
ดูแลตั้งแต่โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ริดสีดวงทวารหนัก ไส้ติ่ง ไส้เลื่อน จนถึงนิ่วในถุงน้ำดี พร้อมทีมศัลยแพทย์ที่ชำนาญการผ่าตัดทั้งแบบเปิดและแบบแผลเล็ก เพื่อให้การฟื้นตัวได้รวดเร็วและปลอดภัย - ศัลยกรรมหลอดเลือด
รักษาเส้นเลือดขอด โรคหลอดเลือดดำ รวมถึงการผ่าตัดหลอดเลือดเพื่อการฟอกไต โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ที่มีความชำนาญด้านการผ่าตัดเส้นเลือดทุกระดับความซับซ้อน - ศัลยกรรมเต้านมและก้อนเนื้อ
ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัยโรคทางเต้านม การรักษามะเร็งเต้านม ไปจนถึงการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม รวมถึงการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมใหม่ เพื่อคืนความมั่นใจและคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วย - การตรวจคัดกรอง และประเมินความเสี่ยงโรคสำคัญ
บริการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง ตรวจคดกรองมะเร็งเต้านม และตรวจการไหลเวียนของหลอดเลือด เพื่อค้นหาความผิดปกติในระยะเริ่มต้น พร้อมวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม - ดูแลแผลครบทุกกลุ่มอาการ
มุ่งเน้นการรักษาแผลทุกประเภทด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง ตั้งแต่แผลทั่วไป จนถึงแผลซับซ้อน โดยใช้ระบบประเมินแผลอัจฉริยะ ช่วยวางแผนรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อการฟื้นฟูแผลที่รวดเร็ว ลดความเจ็บปวด ลดภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสเกิดแผลซ้ำ เช่น- แผลจากอุบัติเหตุ แผลไฟไหม้ ไฟช็อต น้ำร้อนลวก น้ำมันลวก โดยนวัตกรรมแผ่นซิลิโคน เลเซอร์ คลื่นเสียงความถี่สูง และการปลูกถ่ายผิวหนัง เพื่อฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียน
- แผลเบาหวาน แผลเรื้อรัง แผลหายช้า ใช้เทคโนโลยีเพิ่มการไหลเวียนเลือด ตัดเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว และผ่าตัดเฉพาะจุดเพื่อป้องกันการติดเชื้อลุกลามสู่กระแสเลือด
- แผลหายยาก ใช้เทคโนโลยีแรงดันลบ (NPWT) ช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ลดเจ็บ ลดความเสี่ยงติดเชื้อ
- แผลคีลอยด์ หรือแผลนูน ใช้เลเซอร์ ผ่าตัด ขัดกรอผิวหนัง และใช้รังสีปริมาณต่ำ เพื่อลดความนูนและป้องกันแผลซ้ำ
นอกจากนี้ ทุกการรักษายังผสานการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมวางแผนการรักษาอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสม และเกิดผลลัพธ์ดีที่สุดในแต่ละบุคคล

Facilities & Technology
ทีมศัลยแพทย์ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้ทุ่มเทศึกษาและฝึกฝนการใช้นวัตกรรมการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการรักษา และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย โดยมีเทคโนโลยีที่โดดเด่น อาทิ
- เทคนิคการผ่าตัดโรคในช่องท้อง (Abdominal Laparoscopic Surgery)
เหมาะสำหรับการรักษาโรคที่หลากหลาย และต้องการความละเอียด เช่น มะเร็งลำไส้ โรคตับ มะเร็งตับ ไส้ติ่งอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี และไส้เลื่อน - เทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery)
เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดขนาดของบาดแผล ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อน้อยลง และผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว โดยอาศัยหลักการที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดภายในช่องท้องได้อย่างชัดเจนเสมือนมองด้วยตาเปล่าระหว่างการผ่าตัด จึงสามารถทำหัตถการได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด และปลอดภัยยิ่งขึ้น ผู้ป่วยจะมีเพียงแผลขนาดเล็ก และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด - การบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy : HBOT)
เป็นการบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กระตุ้นเส้นเลือดฝอย และเร่งการหายของแผลเรื้อรังหรือแผลเบาหวาน พร้อมลดการติดเชื้อและเสริมภูมิคุ้มกัน - การรักษาแผลด้วยแรงดันลบ (Negative Pressure Wound Therapy : NPWT)
ใช้แรงดันลบช่วยดูดของเหลวส่วนเกิน กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้แผลแห้งเร็ว ลดการเปิดแผลบ่อย และลดความเสี่ยงติดเชื้อ - การวัดออกซิเจนผ่านผิวหนังแบบเรียลไทม์ (Transcutaneous Oxygen Monitoring : TCOM)
เป็นการวัดออกซิเจนผ่านผิวหนังแบบเรียลไทม์ ช่วยประเมินการไหลเวียนเลือดและสภาพเนื้อเยื่อ ทำให้วางแผนรักษาแผลเรื้อรังได้แม่นยำขึ้น - การบำบัดด้วยคลื่นกระแทกความถี่วิทยุ (Radiofrequency Shockwave Therapy)
ใช้คลื่นกระแทกความถี่วิทยุเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู ลดปวด และเพิ่มการไหลเวียนเลือด ส่งผลให้แผลหายเร็วขึ้นตามธรรมชาติ - เทคโนโลยีเอกซเรย์ภาพ 3 มิติ (3D Bi-Plane Imaging)
ให้ภาพเอกซเรย์ 3 มิติที่คมชัด ช่วยประเมินแผลลึก และโรคหลอดเลือดได้แม่นยำ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น - โซลูชันอวัยวะเทียมเฉพาะบุคคล (Prosthesis Solutions)
บริการออกแบบขาเทียมและอวัยวะเทียมเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติที่สุด


