จากการศึกษาของ National Institutes of Health (NIH) พบว่า ในประเทศสหรัฐฯ มีคนไข้ที่เป็น “โรคมะเร็ง” เพิ่มสูงขึ้น และกว่า 85,000 รายต่อปี มีความเกี่ยวข้องกับโรคอ้วน โดยพบว่า ค่า BMI ที่เพิ่มขึ้น 5 kg/m2 (น้ำหนัก kg) /ส่วนสูง (m)2 เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งสูงขึ้นถึง 10 % (1) ได้แก่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก46% มะเร็งหลอดอาหาร 40% มะเร็งลำไส้ 22% และมะเร็งเต้านม (หลังหมดประจำเดือน) 16% (2) จากการศึกษาของ University College London ค่า BMI เพิ่มขึ้น 5 kg/m2 เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นสมองเสื่อม 30%(3)
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
เพราะไขมันมีผลกระตุ้นให้เกิดการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นเอง
มะเร็งเต้านม (หลังหมดประจำเดือน)
เนื่องจากมะเร็งเต้านมมีผลเกี่ยวโยงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน..แม้รังไข่จะหยุดสร้างฮอร์โมนนี้แล้ว แต่เนื้อเยื่อไขมันยังสามารถผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้ได้อยู่ ทำให้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมยังคงมีสูง
มะเร็งลำไส้
จากกลไกของภาวะอ้วนลงพุง ทำให้เกิดการตั้งสมมติฐานว่า…โอกาสเสี่ยงต่อการเกิด “มะเร็งลำไส้” เพิ่มขึ้น อาจเกิดจากระดับของอินซูลินที่สูงไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อ
มะเร็งหลอดอาหาร
สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งหลอดอาหารอาจยังไม่แน่ชัด แต่ภาวะอ้วนลงพุง..คือปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้ และในบางการศึกษาเชื่อว่า “ภาวะกรดไหลย้อน” อาจมีผลต่อความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น
สมองเสื่อม (อัลไซเมอร์)
นอกจากโรคมะเร็งแล้ว ยังมีการศึกษาพบว่า ค่า BMI ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 kg/m2 สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมถึง 30% เนื่องจากโรคอ้วนหรืออ้วนลงพุง ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งในสมองของเราเองก็มีอินซูลินด้วยเช่นกัน จึงส่งผลต่อการเกิดโรคสมองเสื่อมได้นั่นเอง
Reference:
- Obesity and Cancer Risk: Recent Review and Evidence. Curr Oncol Rep. 2011 February ; 13(1): 71–76
- The Association between Obesity and Cancer. Kazan and Karalti, et al. Endocrinol Metab Syndr 2015,
- Body mass index and risk of dementia: Analysis of individual-level data from 1.3 million individuals Alzheimers Dement. 2017 Nov 21
พญ. กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี
ผู้อำนวยการพรีเมียร์ไลฟ์เซ็นเตอร์
ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 2
