รู้หรือไม่? มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยมากถึง 7 คนต่อวัน! และยังพบว่าผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6,000 คนต่อปีเลยทีเดียว และกว่าโรคจะแสดงอาการจนสังเกตได้ชัด เซลล์มะเร็งก็มักเข้าสู่ระยะลุกลามจนยากต่อการรักษา แต่ในความน่ากลัวของภัยเงียบนี้ ยังดีที่เราสามารถเช็กความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี! เพราะเมื่อพบเร็ว รักษาไว โอกาสหายก็มีสูงกว่า
เช็กสิ! อาการเหล่านี้บอกว่า คุณอาจเสี่ยง “มะเร็งปากมดลูก”
- ประจำเดือนมานานผิดปกติ
- ประจำเดือนมาๆ หยุดๆ มีเลือดออกกะปริบกะปรอย
- มีเลือดออกหลังพ้นวัยหมดประจำเดือน
- มีอาการเจ็บ หรือมีเลือดออกระหว่างมีเพศสัมพันธ์
- มีตกขาวมากผิดปกติ หรือมีกลิ่นเหม็น
- ปัสสาวะ / อุจจาระมีเลือดปน
- ปวดหลังหรือปวดหลังร้าวลงขา
- ขาบวม
ลดโอกาสติดเชื้อไวรัส HPV…ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
โรคมะเร็งส่วนใหญ่มักมี “พันธุกรรม” เป็นหนึ่งในปัจจัยเพิ่มความเสี่ยง แต่สำหรับมะเร็งปากมดลูกนั้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม แต่มีสาเหตุสำคัญมาจากการติดเชื้อไวรัส โดยจากการศึกษาวิจัยพบว่า 99.7% ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก จะตรวจพบเชื้อไวรัสที่เรียกว่า เอชพีวี (Human Papillomavirus)
และด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์สมัยใหม่ นำไปสู่การพัฒนาเป็นวัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ ซึ่งพัฒนามาจากชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US. FDA) ได้ให้การรับรองว่าวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์หลักได้ 100% หากได้รับวัคซีนก่อนมีการติดเชื้อ ซึ่งวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนี้สามารถฉีดได้ในเด็กผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป
“คัดกรองมะเร็งปากมดลูก” ตรวจให้รู้… เพื่อเริ่มต้นรักษาได้ทัน!
นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว “การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก” ก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่นิยมใช้นั้นจะมีอยู่ 2 วิธีหลักๆ คือ
- Pap smear เป็นการตรวจภายในร่วมกับการตรวจทางเซลล์วิทยา ในปัจุบันทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อให้รู้ว่าเซลล์บริเวณปากมดลูกมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติหรือไม่
- ThinPrep เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทางเซลล์วิทยาเหมือนกับ Pap smear เพียงแต่การตรวจ ThinPrep จะให้ผลการตรวจที่ละเอียดกว่า คือสามารถตรวจพบความผิดปกติที่ปากมดลูกได้สูงถึง 70-80% ส่วนใหญ่แพทย์จึงมักแนะนำให้คนไข้เข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้
หากปล่อยให้ภัยเงียบอย่างมะเร็งปากมดลูกลุกลามไปเรื่อยๆ นอกจากการฉายแสงหรือทำเคมีบำบัดแล้ว ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้ง! ดังนั้น ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์ทุกช่วงอายุ รวมทั้งผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์แต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี เพราะโรคนี้สามารถรักษาหายได้…หากตรวจพบก่อนระยะมะเร็งลุกลาม

