ฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยเฉพาะเอสตราไดออล (E2) มีผลต่อเป็นความเป็นหญิงในทุกอณูของร่างกาย เมื่อขาดไปจะทำให้เกิดความเสื่อมความชราขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางตรงข้าม หากมีเพียงพอจะชะลอความเสื่อมตั้งแต่ระดับเซลล์ให้กับผู้หญิงทุกคน
หลักในการเลือกให้ฮอร์โมนทดแทนในปัจจุบัน (MHT OPTIONS on 2020) Time/ Window of opportunity
ช่วงเวลาที่เหมาะสม มีความสำคัญในการให้ฮอร์โมนทดแทน เพราะเอสโตรเจนช่วยป้องกันหลอดเลือดเสื่อมสภาพ (anti-atherosclerosis) และป้องกันการเกิดตะกรัน (plaque) ที่ผนังหลอดเลือด โดยเพิ่ม HDL ลด LDL และมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด (vasodilatation) โดยกระตุ้นการหลั่ง NO2 & prostacyclin และลดการหลั่ง endothelin-1 ที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว(vasoconstriction) เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น จนถึงวัยที่หมดประจำเดือนมานาน เท่ากับการขาดเอสโตรเจนปกป้องหลอดเลือดมานาน หลอดเลือดอาจเสื่อมสภาพ มี atherosclerotic plaque เกิดขึ้นแล้ว การให้เอสโตรเจนจะเสี่ยงต่อการเกิด unstabilized plaque คือ ตะกรันขยับ แตก หลุดไปอุดตามเส้นเลือดต่างๆ ได้
ดังนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุด ความเสี่ยงต่ำที่สุด จึงควรให้ทดแทนในรายที่อยู่ในช่วงเพิ่งหมดประจำเดือนใหม่ๆ (< 10 ปี ) , อายุไม่เกิน 60 ปี และต้องไม่มีปัญหาโรคหลอดเลือดเสื่อมสภาพที่มีตะกรันเกาะหลอดเลือดแล้ว (atherosclerotic plaque) โดยแพทย์ควรพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดร่วมด้วยเป็นรายๆไป
MHT Agents
เอสโตรเจนที่เราควรเลือกคือ เอสตราไดออล (E2) ซึ่งเป็นชนิดที่มีมากที่สุดในร่างกายของผู้หญิงในช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือน และการออกฤทธิ์มีความเป็นธรรมชาติต่อร่างกายมากที่สุด เพราะเราต้องการให้หญิงวัยทองกลับไปแข็งแรงเหมือนวัยก่อนหมดประจำเดือน โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนดังเช่นการใช้ฮอร์โมนยุคเก่า อย่าง premarin ที่มีส่วนประกอบต่างๆ ปะปนกว่า 20 ชนิด และมีเอสตราไดออล (E2) เพียง 0.9 % แต่ส่วนประกอบหลักกลับเป็นเอสโตรน (E1) ถึง 49.3% ซึ่งไม่ใช่เอสโตรเจนชนิดที่ร่างกายต้องการ และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งด้วย ดังนั้นปัจจุบัน ชนิดของเอสโตรเจนที่ใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนจึงควรเป็นเอสตราไดออล (E2)
Routes
นวัตกรรมการบริหารยา โดยการทาผ่านผิวหนัง ฮอร์โมนจะถูกดูดซึมผ่านเข้าระบบเลือดแล้วไปออกฤทธิ์ที่อวัยวะเป้าหมายโดยตรงเลย มีข้อดีคือ หลีกเลี่ยงการผ่านตับ ทำให้ลดการสร้างโปรตีนที่จะมาจับฮอร์โมน ลดการสร้างสารก่อการแข็งตัวของเลือด (clotting factors) จึงลดการเกิดการจับตัวเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดตามตำแหน่งที่พบบ่อยคือบริเวณขา, ขาหนีบ และแขน (DVT) โดยรวมจึงลดทั้งอุบัติการณ์ของลิ่มเลือดจากหลอดเลือดดำไปอุดตันที่ปอด (VTE) และ STROKE การทาเอสตราไดออล (E2) ผ่านผิวหนัง จึงนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด
Progesterone / Progestin
หญิงวัยทองต้องการเอสโตรเจน แต่ไม่ต้องการเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นจึงต้องได้รับ Progesterone ด้วย เพราะ Progesterone คือ ฮอร์โมนธรรมชาติที่ร่างกายสร้างอันมีประโยชน์มากมาย รวมถึงช่วยป้องกันมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ปัจจุบัน Utrogestan (micronized progesterone) เป็นชนิดฮอร์โมนธรรมชาติที่ใช้ทดแทนได้อย่างปลอดภัย
Progestin คือ ฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์เหมือน Progesterone มีหลาย class ที่พบว่าปลอดภัยที่สุด คือ Dydrogesterone ซึ่งมีความใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด จากการศึกษาใช้คู่กับ เอสตราไดออล 5 ปี ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม
ประโยชน์ของฮอร์โมนทดแทน
Vasomotor symptoms : เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการรักษาอาการร้อนวูบวาบของสตรีวัยทอง แต่หากมีข้อบ่งห้าม อาจใช้ตัวเลือกอื่น เช่น สมุนไพร black cohosh หรือยากลุ่ม SSRI หรือ SNRI ทดแทน
Bone health : เพิ่มคุณภาพและความหนาแน่นมวลกระดูก จึงลดการเกิดกระดูกหักและจากการศึกษาขนาดใหญ่พบประโยชน์ของฮอร์โมนต่อกระดูกจะคงอยู่อีกถึง 2 ปี แม้จะหยุดใช้แล้ว
Diabetes : มีประโยชน์ต่อสภาวะสมดุลย์ของน้ำตาลในร่างกาย โดยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มการใช้น้ำตาลของกล้ามเนื้อ เพิ่มการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน และเพิ่มความไวต่อการตอบสนองต่ออินซูลิน จึงลดการเกิดโรคเบาหวาน
Moods : ทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เป็น neurosteroids คือออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทส่วนปลาย โดยเอสโตรเจนป้องกันการบาดเจ็บและเสื่อมสลายของเซลล์ประสาท กระตุ้นการแบ่งตัว และการส่งกระแสประสาทของเซลล์ประสาทที่สำคัญ ที่ส่งผลต่ออารมณ์มากๆ คือการกระตุ้นการสร้างและหลั่งสารสื่อประสาทต่างๆ ที่มีผลต่อภาวะอารมณ์ คือ Dopamine, Serotonin และ Norepinephin นอกเหนือจากนี้สำหรับโปรเจสเตอโรน โดยเฉพาะตัวอนุพันธ์ คือ Allopregnenolone จะกระตุ้นการหลั่ง GABA ช่วยต้านกังวล ทำให้สงบ อารมณ์ดี ดังนั้นการเสริมฮอร์โมนทดแทนจึงช่วยลดอารมณ์วิตกกังวลและซึมเศร้าได้
Sleep : คุณภาพการนอนดีขึ้น จากการลดอาการร้อนวูบวาบ จากการสร้างและหลั่งสารสื่อประสาทที่มีผลให้สมองสงบ จึงช่วยให้นอนหลับได้ดี การนอนที่มีคุณภาพยังส่งผลให้ฮอร์โมนสำคัญตัวอื่นๆ ของร่างกายสร้างและหลั่งได้ดีด้วย เช่น โกรทฮอร์โมน ไทรอยด์ฮอร์โมน และ ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต เป็นต้น
Breast cancer : จากการศึกษาที่เป็น Meta-analysis ทั้งกรณีใช้เพียงเอสตราไดออล (E2)เดี่ยว และ เอสตราไดออล (E2) ร่วมกับโปรเจสเตอโรนที่เป็นธรรมชาติ ในระยะ 5 ปี ยังไม่มีข้อมูลว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด
ข้อบ่งชี้ในการใช้ฮอร์โมนทดแทน
- อาการร้อนวูบวาบ (Vasomotor symptoms)
- อาการช่องคลอดแห้ง แสบ ปัสสาวะอักเสบบ่อย (Genitourinary symptoms of Menopause)
- ป้องกันภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis)
- สตรีที่มีภาวะหมดประจำเดือนก่อน 40 ปี (Premature Ovarian Insufficiency)
โดยสรุป หากหญิงวัยทองมีข้อบ่งชี้ที่ต้องได้รับฮอร์โมนทดแทน ต้องไม่มีปัจจัยที่เป็นข้อบ่งห้าม อายุควรอยู่ในช่วงวัยของหน้าต่างแห่งโอกาส (Window of opportunity) และต้องไม่มีปัญหาโรคหลอดเลือดเสื่อมสภาพที่มีตะกรันเกาะหลอดเลือดแล้ว การใช้โดยยึดตามหลักการเลือกใช้ฮอร์โมนทดแทนในปัจจุบัน เน้นความเป็นธรรมชาติที่สุด หญิงวัยทองที่ได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ จากการขาดฮอร์โมนจะได้รับประโยชน์สูงสุดในทุกๆ ด้านเมื่อได้รับฮอร์โมนทดแทนที่ถูกต้อง
แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ
สูติ-นรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ทางเพศ
ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 3
