บริเวณช่องท้องประกอบไปด้วยอวัยวะสำคัญมากมาย เช่น กระเพาะอาหาร ตับ ม้าม ไต ถุงน้ำดี ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ ซึ่งอยู่ทั้งในจุดที่ใกล้เคียงและห่างกันในแต่ละอวัยวะ การประเมินอาการ ‘ปวดท้อง’ จากตำแหน่งต่างๆ จึงเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถวิเคราะห์หาสาเหตุเบื้องต้นได้ว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุหรือเป็นโรคใด เพื่อการตรวจเพิ่มเติมให้แน่ชัด และวางแนวทางการรักษาให้ตรงโรค
7 ตำแหน่งอาการปวดท้อง… ปวดตรงไหน บอกถึงโรคอะไรได้บ้าง?
- ตำแหน่งท้องขวาช่วงบน
อาจเป็นภาวะของโรคที่เกิดบริเวณตับ ถุงน้ำดี ลำไส้ที่อยู่ตรงตำแหน่งนั้น รวมถึงไตข้างขวา เช่น โรคตับอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี กรวยไตข้างขวาอักเสบ เกิดนิ่วในไตข้างขวา เป็นต้น
- ตำแหน่งขวาช่วงล่าง
อาการปวดท้องบริเวณนี้อาจแสดงถึงโรคที่เกิดจากไส้ติ่ง ลำไส้ที่อยู่ตำแหน่งนี้ หรือปีกมดลูกด้านขวา เช่น อาการไส้ติ่งอักเสบ ปีกมดลูกข้างขวาอักเสบ เป็นต้น
- ตำแหน่งใต้ลิ้นปี่
อาจเป็นโรคที่เกิดจากกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร หรือถุงน้ำดี เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคกรดไหลย้อน หรือนิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น
- ตำแหน่งรอบสะดือ
โรคที่เกิดจากลำไส้เล็ก อาจเกิดจากลำไส้อักเสบ และเป็นอาการเริ่มต้นของไส้ติ่งอักเสบได้ หากเป็นไส้ติ่งอักเสบอาการปวดท้องจะค่อยๆ ย้ายไปบริเวณด้านขวาช่วงล่างแทน
- ตำแหน่งเหนือหัวหน่าว
อาจเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะหรือมดลูก เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มดลูกอักเสบ เนื้องอกมดลูก เป็นตัน
- ตำแหน่งด้านซ้ายช่วงบน
อาจเป็นโรคที่เกิดจากกระเพาะอาหาร ม้าม ตับอ่อน ลำไส้ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ และไตข้างช้าย เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคตับอ่อนอักเสบ ม้ามแตก กรวยไตข้างช้ายอักเสบ นิ่วในไตข้างช้าย เป็นต้น
- ตำแหน่งซ้ายช่วงล่าง
อาจเป็นโรคที่เกิดจากลำไส้ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ ปีกมดลูกด้านซ้าย เช่น โรคลำไส้อักเสบ ปีกมดลูกข้างซ้ายอักเสบ เป็นต้น
อาการปวดท้องมักเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามหรือเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย ซึ่งความจริงอาจมีโรคร้ายแรงซ่อนอยู่ภายใต้อาการปวดนั้น โดยอาการปวดในช่องท้องในแต่ละตำแหน่งจะมีโอกาสเกิดโรคที่แตกต่างกันไป
เพื่อหาสาเหตุหรือที่มาของอาการปวดท้องได้อย่างถูกต้อง แนะนำว่าควรจดจำตำแหน่งที่ปวด ระยะเวลาที่ปวด เพื่อแจ้งแก่แพทย์เมื่อเข้ามารับการตรวจ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์เห็นที่มาที่ไปเหมือนได้เริ่มการวินิจฉัยตั้งแต่มีอาการ ซึ่งแพทย์จะทำการสอบถามอาการ ตรวจด้วยวิธีและเครื่องมือต่างๆ ก่อนสรุปตัวโรคเพื่อทำการรักษาอย่างตรงจุดให้เหมาะกับโรคและความรุนแรงของอาการต่อไป
นพ. อุดมรัช โกวิททวิพัฒน์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม
ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

