นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์

นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์

นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์


ความชำนาญ
06.โสต ศอ นาสิกวิทยา

ข้อมูลแพทย์

“หัวใจของการวินิจฉัยโรคที่ดี ไม่ใช่การตรวจให้มากที่สุด แต่คือการ ‘ตรวจให้ตรงจุด’
โดยหมอจะยึดหลัก ‘ไม่ Over-investigate และไม่ Under-diagnose’ คือ ไม่ตรวจเกินความจำเป็น และไม่วินิจฉัยต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะการตรวจเกินความจำเป็น นอกจากจะเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ยังอาจสร้างความกังวลหรือแม้แต่การได้รับรังสีเอกซเรย์มากไปโดยไม่จำเป็น ในทางกลับกัน หากตรวจน้อยเกินไปก็อาจพลาดข้อมูลสำคัญต่อการวินิจฉัย และทำให้เสียโอกาสรักษาตั้งแต่ระยะแรกของโรค การตรวจคัดกรองที่แม่นยำตั้งแต่ต้นถือเป็นกุญแจสำคัญของผลลัพธ์การรักษาที่ดี ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติได้เร็วขึ้น”

 

ดูแลคนไข้ ใส่ใจเสมือนคนในครอบครัว

จากความชื่นชอบในวิชาชีววิทยา เมื่อครั้งที่ นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ ยังเป็นนักเรียนสายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ประกอบกับมีเหตุการณ์ที่คนในครอบครัว (คุณลุง) ป่วยเป็นโรคตับแข็ง ทำให้เกิดความรู้สึกอยากช่วยเหลือ และคิดว่าหากวันหนึ่งตนเองได้เป็นแพทย์ ก็คงช่วยดูแลรักษาคนในครอบครัวได้เมื่อเจ็บป่วย

 

“หมอมาเรียนแพทย์ เพราะอยากดูแลคนในครอบครัวให้ดีที่สุด และทุกวันนี้ก็ได้ดูแลคนไข้ทุกคนด้วยเจตนาเดียวกัน ไม่ว่าผู้ป่วยจะมาด้วยอาการเล็กน้อยหรือซับซ้อนแค่ไหน การตรวจรักษาและอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจในตัวโรคคือสิ่งที่หมอให้ความสำคัญ เพราะจะช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นในหลายๆ ด้าน หมอคิดว่า ทุกคำถามของคนไข้ต้องมีคำตอบ แม้บางครั้งจะต้องใช้เวลาในการค้นหา หมอก็จะพยายามหามาตอบให้เสมอ”

 

การเดินทางสู่การเป็นแพทย์ชำนาญการด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา (ENT)

หลังจาก นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ จบการศึกษาเป็นแพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า แล้ว คุณหมอได้เข้ารับราชการในฐานะแพทย์ทหารอากาศ ณ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช (ดอนเมือง) โดยเป็นแพทย์ใช้ทุนในต่างจังหวัดใน 3 ปีแรก ก่อนกลับมาศึกษาต่อวุฒิบัตรสาขาโสต-ศอ-นาสิกวิทยา (ENT) ที่โรงพยาบาลภูมิพล ซึ่งสอดคล้องกับความถนัดของคุณหมอ ทั้งยังเป็น ‘ศัลยศาสตร์เฉพาะทาง’ ที่มีการใช้กล้อง Endoscope ในการตรวจรักษาและทำหัตถการเองได้โดยตรง

 

โดยเมื่อเป็นแพทย์ด้านหูคอจมูก นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ ได้ทำงานทางคลินิก คือการตรวจรักษาผู้ป่วย และยังเป็นอาจารย์สอนนิสิตแพทย์ พร้อมกับการเข้าศึกษาต่อใน อนุสาขาด้านมะเร็งศีรษะ คอ และกล่องเสียง (Head & Neck Oncology) ที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในการรักษาและการทำหัตถการในผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะเทคนิคการผ่าตัดขั้นสูง ซึ่งหลังจากรับราชการมานาน 15 ปี ปัจจุบัน คุณหมอได้มาเป็นศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโสต-ศอ-นาสิกวิทยา รวมถึงมะเร็งศีรษะ คอ และกล่องเสียง ประจำโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน

 

ชำนาญการอย่างลึกซึ้งด้านการรักษาโรคต่อมไทรอยด์และมะเร็งไทรอยด์

นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ เป็นแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญด้านการรักษาโรคต่อมไทรอยด์ โดยเฉพาะการวินิจฉัยและรักษา ‘มะเร็งต่อมไทรอยด์’ และความสามารถด้านหัตถการขั้นสูง โดยมีประสบการณ์ในการทำหัตถการ (การผ่าตัด) ศีรษะและลำคอให้แก่ผู้ป่วยมามากกว่า 200 ราย รวมถึงการผ่าตัดไทรอยด์แบบ TOETVA (Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach) และการรักษาไทรอยด์ด้วยคลื่นความร้อนให้กับผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งคุณหมอได้อธิบายว่า

 

“มะเร็งต่อมไทรอยด์มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก มีแนวโน้มพบได้มากในผู้หญิงวัยทำงาน โดยเฉพาะช่วงอายุ 20-40 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ตรวจพบก้อนไทรอยด์ได้บ่อยที่สุด ขณะที่ผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือมากกว่า 40 ปี หากพบก้อนที่ต่อมไทรอยด์จะมีโอกาสเป็นมะเร็งไทรอยด์สูงกว่า”

 

นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำตั้งแต่แรกเริ่ม เช่น การอัลตราซาวด์และใช้เทคนิค Ultrasound-guided Fine Needle Aspiration (FNA) และการตรวจชิ้นเนื้อร่วมกับทีมแพทย์สหสาขา เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม โดยหากตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การผ่าตัดสามารถจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน เช่น เสียงแหบ ภาวะขาดแคลเซียม และภาวะเลือดออกหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างมาก

 

พัฒนาตนเองเพื่อการรักษาที่ดีที่สุด

แม้ว่า นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ จะเป็นแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ด้วยทักษะทางศัลยกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การผ่าตัดแบบเปิด การผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic) การใช้คลื่นความร้อน (Radiofrequency Ablation: RFA) ไปจนถึงการผ่าตัดไทรอยด์ไร้แผลผ่านกล้องทางปาก (TOETVA) แต่คุณหมอยังไม่หยุดพัฒนาตนเอง เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย 

 

“แพทย์ควรพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนาอยู่ตลอดเวลา
การทบทวนเทคนิคการรักษา เข้าร่วมประชุม และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกปี เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าการรักษาจะเป็นไปตามมาตรฐานล่าสุด และดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย”

 

นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ จึงเป็นแพทย์ที่ผู้ป่วยไว้วางใจในการดูแลรักษาโรคเฉพาะทาง อาทิ

  • การศัลยกรรมต่อมไทรอยด์ : เป็นแพทย์ผู้มีประสบการณ์ตรงในการดูแลผู้ป่วยที่มีก้อนหรือมะเร็งต่อมไทรอยด์ ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวด์ด้วยตนเอง การเจาะชิ้นเนื้อด้วย Ultrasound-guided FNA หรือ Core needle biopsy การวิเคราะห์และประชุมร่วมกับทีมแพทย์สหสาขาเพื่อวางแผนการรักษา ไปจนถึงการรักษาด้วยเทคนิคหลากหลาย เช่น
    • การผ่าตัดต่อมไทรอยด์แบบเปิด (Conventional Thyroidectomy)
    • การผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องไร้แผลที่คอ (Scarless Endoscopic Thyroidectomy และ TOETVA)
    • การรักษาไทรอยด์ด้วยคลื่นความร้อน (Radiofrequency Ablation: RFA) ซึ่งเป็นเทคนิคการรักษาก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เข็มชนิดพิเศษสอดที่สามารถปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ (radiofrequency) เพื่อสร้างความร้อนในบริเวณก้อนเนื้อในต่อมไทรอยด์ ภายใต้การนำทางด้วยเครื่องอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ทำให้เซลล์ก้อนเนื้อเกิดการตาย (coagulative necrosis) และค่อยๆ หดตัวลง
    • การรักษาโดยใช้การฉีดแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ (ethanol) เข้าไปยังก้อนหรือถุงน้ำในต่อมไทรอยด์หรือเนื้องอกชนิดอื่นๆ ในบริเวณหู คอ จมูก ภายใต้การนำทางด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ (ultrasound) เพื่อให้สามารถฉีดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย (Ultrasound-guided Ethanol Injection Therapy)
  • การรักษามะเร็งศีรษะและคอ (Head & Neck Oncology) ทั้งการผ่าตัดรักษาและฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น กล่องเสียง หลอดลม ต่อมน้ำลาย รวมถึงการทำงานร่วมกับทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อดูแลผู้ป่วยในเชิงลึกและรอบด้าน
  • การผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic Surgery) เช่น Functional Endoscopic Sinus Surgery (FESS) สำหรับผู้ป่วยโรคโพรงจมูกและไซนัส หรือการผ่าตัดหูและฐานกะโหลกผ่านกล้อง (Endoscopic Ear & Skull base Surgery)

 

ซึ่งหนึ่งในเคสที่น่าประทับใจที่ทำให้คุณหมอรู้สึกว่าทุกสิ่งที่คุณหมอและทีมร่วมกันทำนั้น มีคุณค่าต่อชีวิตของผู้ป่วยจริงๆ คือผู้ป่วยรายหนึ่งมี ‘ก้อนมะเร็งไทรอยด์ขนาดใหญ่’ ที่กดเบียดหลอดลมและหลอดอาหาร จนเสี่ยงต่อภาวะหายใจและกลืนลำบาก นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ ได้อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความเสี่ยงและแนวทางการรักษาอย่างตรงไปตรงมา โดยยังคงให้ความหวังในการรักษาบนพื้นฐานข้อเท็จจริง และในที่สุดก็สามารถผ่าตัดนำก้อนออกได้ทั้งหมดโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน จนผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ


  • 2562 – 2563 Certificate of fellowship in Certificate of Medical Proficiency in Head and Neck Surgery., Mahidol University.
  • 2554 – 2557 Diploma of the Thai Board of Otolaryngology., Bhumibol Adulyadej Hospital.
  • 2546 – 2551 Doctor of Medicine., Mahidol University.

ตารางออกตรวจ

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(13:00 - 20:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 19:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 12:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(13:00 - 20:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 19:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 12:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(13:00 - 20:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 19:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 12:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(13:00 - 20:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 19:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 12:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 17:00)

หู คอ จมูก

(13:00 - 20:00)

หู คอ จมูก

(08:00 - 19:00)