
นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์
ข้อมูลแพทย์
“หัวใจของการวินิจฉัยโรคที่ดี ไม่ใช่การตรวจให้มากที่สุด แต่คือการ ‘ตรวจให้ตรงจุด’
โดยหมอจะยึดหลัก ‘ไม่ Over-investigate และไม่ Under-diagnose’ คือ ไม่ตรวจเกินความจำเป็น และไม่วินิจฉัยต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะการตรวจเกินความจำเป็น นอกจากจะเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ยังอาจสร้างความกังวลหรือแม้แต่การได้รับรังสีเอกซเรย์มากไปโดยไม่จำเป็น ในทางกลับกัน หากตรวจน้อยเกินไปก็อาจพลาดข้อมูลสำคัญต่อการวินิจฉัย และทำให้เสียโอกาสรักษาตั้งแต่ระยะแรกของโรค การตรวจคัดกรองที่แม่นยำตั้งแต่ต้นถือเป็นกุญแจสำคัญของผลลัพธ์การรักษาที่ดี ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติได้เร็วขึ้น”
ดูแลคนไข้ ใส่ใจเสมือนคนในครอบครัว
จากความชื่นชอบในวิชาชีววิทยา เมื่อครั้งที่ นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ ยังเป็นนักเรียนสายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ประกอบกับมีเหตุการณ์ที่คนในครอบครัว (คุณลุง) ป่วยเป็นโรคตับแข็ง ทำให้เกิดความรู้สึกอยากช่วยเหลือ และคิดว่าหากวันหนึ่งตนเองได้เป็นแพทย์ ก็คงช่วยดูแลรักษาคนในครอบครัวได้เมื่อเจ็บป่วย
“หมอมาเรียนแพทย์ เพราะอยากดูแลคนในครอบครัวให้ดีที่สุด และทุกวันนี้ก็ได้ดูแลคนไข้ทุกคนด้วยเจตนาเดียวกัน ไม่ว่าผู้ป่วยจะมาด้วยอาการเล็กน้อยหรือซับซ้อนแค่ไหน การตรวจรักษาและอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจในตัวโรคคือสิ่งที่หมอให้ความสำคัญ เพราะจะช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นในหลายๆ ด้าน หมอคิดว่า ทุกคำถามของคนไข้ต้องมีคำตอบ แม้บางครั้งจะต้องใช้เวลาในการค้นหา หมอก็จะพยายามหามาตอบให้เสมอ”
การเดินทางสู่การเป็นแพทย์ชำนาญการด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา (ENT)
หลังจาก นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ จบการศึกษาเป็นแพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า แล้ว คุณหมอได้เข้ารับราชการในฐานะแพทย์ทหารอากาศ ณ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช (ดอนเมือง) โดยเป็นแพทย์ใช้ทุนในต่างจังหวัดใน 3 ปีแรก ก่อนกลับมาศึกษาต่อวุฒิบัตรสาขาโสต-ศอ-นาสิกวิทยา (ENT) ที่โรงพยาบาลภูมิพล ซึ่งสอดคล้องกับความถนัดของคุณหมอ ทั้งยังเป็น ‘ศัลยศาสตร์เฉพาะทาง’ ที่มีการใช้กล้อง Endoscope ในการตรวจรักษาและทำหัตถการเองได้โดยตรง
โดยเมื่อเป็นแพทย์ด้านหูคอจมูก นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ ได้ทำงานทางคลินิก คือการตรวจรักษาผู้ป่วย และยังเป็นอาจารย์สอนนิสิตแพทย์ พร้อมกับการเข้าศึกษาต่อใน อนุสาขาด้านมะเร็งศีรษะ คอ และกล่องเสียง (Head & Neck Oncology) ที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในการรักษาและการทำหัตถการในผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะเทคนิคการผ่าตัดขั้นสูง ซึ่งหลังจากรับราชการมานาน 15 ปี ปัจจุบัน คุณหมอได้มาเป็นศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโสต-ศอ-นาสิกวิทยา รวมถึงมะเร็งศีรษะ คอ และกล่องเสียง ประจำโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
ชำนาญการอย่างลึกซึ้งด้านการรักษาโรคต่อมไทรอยด์และมะเร็งไทรอยด์
นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ เป็นแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญด้านการรักษาโรคต่อมไทรอยด์ โดยเฉพาะการวินิจฉัยและรักษา ‘มะเร็งต่อมไทรอยด์’ และความสามารถด้านหัตถการขั้นสูง โดยมีประสบการณ์ในการทำหัตถการ (การผ่าตัด) ศีรษะและลำคอให้แก่ผู้ป่วยมามากกว่า 200 ราย รวมถึงการผ่าตัดไทรอยด์แบบ TOETVA (Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach) และการรักษาไทรอยด์ด้วยคลื่นความร้อนให้กับผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งคุณหมอได้อธิบายว่า
“มะเร็งต่อมไทรอยด์มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก มีแนวโน้มพบได้มากในผู้หญิงวัยทำงาน โดยเฉพาะช่วงอายุ 20-40 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ตรวจพบก้อนไทรอยด์ได้บ่อยที่สุด ขณะที่ผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือมากกว่า 40 ปี หากพบก้อนที่ต่อมไทรอยด์จะมีโอกาสเป็นมะเร็งไทรอยด์สูงกว่า”
นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำตั้งแต่แรกเริ่ม เช่น การอัลตราซาวด์และใช้เทคนิค Ultrasound-guided Fine Needle Aspiration (FNA) และการตรวจชิ้นเนื้อร่วมกับทีมแพทย์สหสาขา เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม โดยหากตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การผ่าตัดสามารถจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน เช่น เสียงแหบ ภาวะขาดแคลเซียม และภาวะเลือดออกหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างมาก
พัฒนาตนเองเพื่อการรักษาที่ดีที่สุด
แม้ว่า นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ จะเป็นแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ด้วยทักษะทางศัลยกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การผ่าตัดแบบเปิด การผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic) การใช้คลื่นความร้อน (Radiofrequency Ablation: RFA) ไปจนถึงการผ่าตัดไทรอยด์ไร้แผลผ่านกล้องทางปาก (TOETVA) แต่คุณหมอยังไม่หยุดพัฒนาตนเอง เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย
“แพทย์ควรพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนาอยู่ตลอดเวลา
การทบทวนเทคนิคการรักษา เข้าร่วมประชุม และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกปี เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าการรักษาจะเป็นไปตามมาตรฐานล่าสุด และดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย”
นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ จึงเป็นแพทย์ที่ผู้ป่วยไว้วางใจในการดูแลรักษาโรคเฉพาะทาง อาทิ
- การศัลยกรรมต่อมไทรอยด์ : เป็นแพทย์ผู้มีประสบการณ์ตรงในการดูแลผู้ป่วยที่มีก้อนหรือมะเร็งต่อมไทรอยด์ ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวด์ด้วยตนเอง การเจาะชิ้นเนื้อด้วย Ultrasound-guided FNA หรือ Core needle biopsy การวิเคราะห์และประชุมร่วมกับทีมแพทย์สหสาขาเพื่อวางแผนการรักษา ไปจนถึงการรักษาด้วยเทคนิคหลากหลาย เช่น
- การผ่าตัดต่อมไทรอยด์แบบเปิด (Conventional Thyroidectomy)
- การผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องไร้แผลที่คอ (Scarless Endoscopic Thyroidectomy และ TOETVA)
- การรักษาไทรอยด์ด้วยคลื่นความร้อน (Radiofrequency Ablation: RFA) ซึ่งเป็นเทคนิคการรักษาก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เข็มชนิดพิเศษสอดที่สามารถปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ (radiofrequency) เพื่อสร้างความร้อนในบริเวณก้อนเนื้อในต่อมไทรอยด์ ภายใต้การนำทางด้วยเครื่องอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ทำให้เซลล์ก้อนเนื้อเกิดการตาย (coagulative necrosis) และค่อยๆ หดตัวลง
- การรักษาโดยใช้การฉีดแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ (ethanol) เข้าไปยังก้อนหรือถุงน้ำในต่อมไทรอยด์หรือเนื้องอกชนิดอื่นๆ ในบริเวณหู คอ จมูก ภายใต้การนำทางด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ (ultrasound) เพื่อให้สามารถฉีดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย (Ultrasound-guided Ethanol Injection Therapy)
- การรักษามะเร็งศีรษะและคอ (Head & Neck Oncology) ทั้งการผ่าตัดรักษาและฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น กล่องเสียง หลอดลม ต่อมน้ำลาย รวมถึงการทำงานร่วมกับทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อดูแลผู้ป่วยในเชิงลึกและรอบด้าน
- การผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic Surgery) เช่น Functional Endoscopic Sinus Surgery (FESS) สำหรับผู้ป่วยโรคโพรงจมูกและไซนัส หรือการผ่าตัดหูและฐานกะโหลกผ่านกล้อง (Endoscopic Ear & Skull base Surgery)
ซึ่งหนึ่งในเคสที่น่าประทับใจที่ทำให้คุณหมอรู้สึกว่าทุกสิ่งที่คุณหมอและทีมร่วมกันทำนั้น มีคุณค่าต่อชีวิตของผู้ป่วยจริงๆ คือผู้ป่วยรายหนึ่งมี ‘ก้อนมะเร็งไทรอยด์ขนาดใหญ่’ ที่กดเบียดหลอดลมและหลอดอาหาร จนเสี่ยงต่อภาวะหายใจและกลืนลำบาก นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์ ได้อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความเสี่ยงและแนวทางการรักษาอย่างตรงไปตรงมา โดยยังคงให้ความหวังในการรักษาบนพื้นฐานข้อเท็จจริง และในที่สุดก็สามารถผ่าตัดนำก้อนออกได้ทั้งหมดโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน จนผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
การศึกษา
- 2562 – 2563 Certificate of fellowship in Certificate of Medical Proficiency in Head and Neck Surgery., Mahidol University.
- 2554 – 2557 Diploma of the Thai Board of Otolaryngology., Bhumibol Adulyadej Hospital.
- 2546 – 2551 Doctor of Medicine., Mahidol University.
ตารางออกตรวจ
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก
หู คอ จมูก