ตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบแม่นยำ ด้วยกล้องคอลโปสโคป ‘Colposcopy’ รู้เร็ว กำจัดก่อนกลายร่างเป็นมะเร็ง!

Image

แชร์


‘มะเร็งปากมดลูก’ เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 5 ในผู้หญิงไทย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยถึงวันละ 7-13 ราย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นมะเร็งที่สามารถ “ป้องกัน” และ “รักษาได้ทัน” หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะการตรวจด้วยกล้องขยายพิเศษอย่าง Colposcopy ซึ่งให้ความแม่นยำสูง แถมยังเห็นความผิดปกติได้ลึกกว่าการตรวจด้วยวิธี Pap smear

 

Colposcopy กล้องคอลโปสโคป คืออะไร?

Colposcopy (คอลโปสโคปี) เป็นการตรวจแบบพิเศษที่ใช้กล้องกำลังขยายสูง (Colposcope) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกล้องจุลทรรศน์ ร่วมกับแหล่งกำเนิดแสงสว่าง เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถเห็นผิวเยื่อบุปากมดลูก ช่องคลอด และบริเวณปากช่องคลอดได้อย่างละเอียด โดยเฉพาะจุดที่เซลล์อาจเริ่มผิดปกติในระดับที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

 

ซึ่งแพทย์อาจใช้สารเคมีบางชนิด เช่น กรดอะซิติก (Acetic acid) หรือไอโอดีน (Lugol’s iodine) ทาในบริเวณที่จะตรวจเพื่อช่วยแสดงรอยโรคให้ชัดเจนขึ้น จากนั้นหากพบความผิดปกติ เช่น เปลี่ยนเป็นสีขาวหรือไม่ติดสี แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) บริเวณนั้น เพื่อนำไปตรวจหาสภาพเซลล์ว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหรือไม่ในขั้นตอนต่อไป

 

เมื่อไหร่ที่เราควรตรวจด้วยกล้อง Colposcopy?

ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงหรือมีผลตรวจคัดกรองผิดปกติควรรับการตรวจ Colposcopy ได้แก่

  • ผล Pap smear หรือ ThinPrep ผิดปกติ (ASC-H, LSIL, HSIL, AGC)
  • ตรวจพบการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูง (โดยเฉพาะชนิด 16, 18)
  • มีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวเรื้อรัง หรือปวดหน่วงผิดปกติ
  • ต้องติดตามผลหลังเคยรักษาภาวะ CIN หรือรอยโรคก่อนมะเร็ง

ข้อมูลจาก WHO ระบุว่า มากกว่า 95% ของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อ HPV ซึ่งสามารถใช้กล้องคอลโปสโคป Colposcopy ในการตรวจวินิจฉัยได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนที่เซลล์เหล่านั้นจะพัฒนาไปสู่มะเร็งเต็มขั้น

 

ขั้นตอนการตรวจ Colposcopy ที่โรงพยาบาลพญาไท

  1. การเตรียมตัวก่อนตรวจ
    • งดมีเพศสัมพันธ์ อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง
    • งดใช้ยาสอด, เจล หรือการสวนล้างช่องคลอด
    • ควรเลื่อนการตรวจ หากมีประจำเดือน หรืออยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ (ยกเว้นจำเป็นต้องตรวจ)
    • หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด
    • ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร
    • ควรเตรียมผ้าอนามัยสำรอง เพราะการตรวจอาจทำให้มีเลือดออกเล็กน้อยหรือทำให้มีตกขาวได้
  2. การตรวจจริงในห้องหัตถการเฉพาะทาง
    • ผู้ป่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า และนอนในท่าตรวจภายใน
    • แพทย์ใช้ Speculum เพื่อเปิดช่องคลอด และส่องกล้อง Colposcope ตรวจดูผิวเยื่อบุบริเวณปากมดลูก และทาสารตรวจ เช่น กรดอะซิติก (3-5%) เพื่อให้รอยโรคสีขาว (acetowhite lesion) ปรากฏชัด
    • หากพบรอยโรคผิดปกติ แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
  3. การปฏิบัติตัวหลังการตรวจ
    • อาจมีเลือดออกเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงบริเวณอุ้งเชิงกราน
    • แนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธ์ และงดการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด 1–2 สัปดาห์
    • หากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกมาก ปวดท้องรุนแรง หรือมีไข้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

ตรวจ Colposcopy เจ็บมากไหม? 

Colposcopy เป็นหัตถการที่ ‘ไม่เจ็บ’ หากไม่มีการตัดชิ้นเนื้อ แต่หากจำเป็นต้องเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ อาจรู้สึกจี๊ดหรือหน่วงเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ก่อนตรวจ

ข้อมูลจาก ACOG (The American College of Obstetricians and Gynecologists) ยืนยันว่า Colposcopy เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก (<1%)

 

ผลตรวจมีความหมายอย่างไรบ้าง?

  • ผลชิ้นเนื้อจากห้องปฏิบัติการ ใช้เวลาประมาณ 7–14 วัน
  • แพทย์จะนัดหมายเพื่อแจ้งผล และให้คำปรึกษาเรื่องแผนการรักษา
  • หากพบ CIN1 (ภาวะผิดปกติเล็กน้อย) แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามผล
  • หากพบ CIN2 หรือ CIN3 อาจแนะนำให้รักษาด้วยการจี้เย็น จี้ไฟฟ้า หรือ LEEP
  • หากพบเซลล์มะเร็ง แพทย์จะพิจารณาระยะของโรค และส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวชวางแผนการรักษาต่อไป

 

คำถามพบบ่อย (FAQs)

Q: สามารถตรวจขณะมีประจำเดือนได้หรือไม่?
A: ไม่แนะนำ เพราะเลือดอาจบดบังรอยโรค ทำให้การวินิจฉัยไม่แม่นยำ

 

Q: ถ้าตั้งครรภ์อยู่ ตรวจได้ไหม?
A: ตรวจได้ในบางกรณี แต่โดยทั่วไปจะหลีกเลี่ยงการตัดชิ้นเนื้อเพื่อลดความเสี่ยง

 

Q: ต้องตรวจ Colposcopy บ่อยแค่ไหน?
A: แล้วแต่ดุลยพินิจของแพทย์ หากไม่พบความผิดปกติอาจไม่ต้องตรวจซ้ำอีกหลายปี

 

ตรวจให้ลึก เห็นให้ชัด ที่พญาไท

สรุปแล้ว การส่องกล้องคอลโปสโคป (Colposcopy) คือ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทรงพลังในการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของปากมดลูกอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในระยะก่อนเป็นมะเร็งหรือมะเร็งระยะแรกเริ่ม ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากเราตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ

 

ซึ่งที่ ‘โรงพยาบาลพญาไท’ เราพร้อมดูแลคุณด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การบริการแบบใส่ใจ และทีมแพทย์เฉพาะทางด้านนรีเวช ช่วยให้คุณอุ่นใจในทุกขั้นตอนของการตรวจ

 

📍 หากคุณมีความเสี่ยง หรือเคยตรวจพบผลผิดปกติจาก Pap smear และ HPV test
สามารถปรึกษาแพทย์ เพื่อรับบริการตรวจ Colposcopy ได้ที่ โรงพยาบาลพญาไททุกสาขา

 

📞 นัดหมาย / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 1772 หรือแอดไลน์ @phyathaihospital

 

แชร์


Loading...