รู้ไหมว่าในแต่ละปีมีผู้หญิงต้องเสียชีวิตไปกับโรคมะเร็งปากมดลูกมากถึง 55% โดยจะเจอมากในช่วงอายุ 35-60 ปี เราเลยอยากมาแชร์ข้อมูล เกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ให้สาวๆ ได้รู้จะได้ระวังตัวไว้ มีโอกาสก็ควรจะไปตรวจเช็คความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกกันไว้ก่อนดีที่สุด
จุดเริ่มต้นของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก
สาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี หรือ Human Papilloma Virus ซึ่งเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยจะแบ่งกลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสูงหรือต่ำ ซึ่งเชื้อ HPV นี้สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัส
พฤติกรรมนี้…ที่ทำให้มีความเสี่ยง
อย่างที่บอกว่าโรคนี้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเอชพีวี เราเลยลิสต์พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้สาวๆ มีโอกาสติดเชื้อเอชพีวี จนอาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้
- คนที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 18 ปี จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกมากกว่าคนที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตอนอายุมากกว่าหรือเท่ากับ21 ปีถึงสองเท่า
- มีคู่นอนหลายคน ทำให้มีความเสี่ยงมากกว่าคนที่มีคู่นอนคนเดียวถึงสองเท่า แต่ถ้าในเคสที่มีคู่นอนมากกว่า 6 คนขึ้นไป ความเสี่ยงจะพุ่งขึ้นสูงถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนปกติเลยทีเดียว
- นอนกับคู่นอนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เมื่อคู่นอนมีคู่นอนหลายคน หรือคู่นอนที่มีประวัติติดเชื้อ HPV
- มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น Chlamydia trachomatis, Genital Herpes
- เคยมีประวัติการเป็นมะเร็งหรือมีเซลล์เยื่อบุผิดปกติ ที่ช่องคลอดหรือที่อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
- มีภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ
- มีบุตรคนแรกตอนที่อายุยังน้อย น้อยกว่า 20 ปี และการมีบุตรหลายคน
- การทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน เพราะมีการศึกษาพบว่าปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาในการรับประทานยาคุมกำเนิด
- การสูบบุหรี่
สังเกตอาการได้ยังไงบ้าง
ในระยะแรกของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูกจะไม่ค่อยแสดงอาการ แต่ทางหนึ่งที่จะช่วยกรองได้ดี คือการตรวจเช็คความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกให้ได้ทุกปี เพราะเกิดเจอความผิดปกติอะไรขึ้นมา จะได้รีบรักษากันให้ทัน ในบางเคสผู้ป่วยอาจมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นเลือดออกกระปริดกระปรอย ตกขาวเป็นเลือด เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือในบางเคสอาจลามไปถึงอวัยวะอื่นๆ เช่น ปวดร้าวท้องน้อย ปวดหลัง ร้าวไปถึงก้นกบ หรือต้นขา ถ่ายหรือปัสสาวะเป็นเลือด หายใจลำบาก มีอาการหอบเหนื่อยผิดปกติ
ถ้าเจอแล้ว…ต้องรีบรักษา
ในการตรวจวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก แพทย์จะใช้ผลตรวจทางพยาธิวิทยาชิ้นเนื้อปากมดลูก เช่น การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนที่ปากมดลูก หรือการส่องกล้องปากมดลูกหาความผิดปกติที่สงสัย และตัดชิ้นเนื้อผ่านกล้องขยายปากมดลูก ซึ่งเมื่อถ้าเจอแล้ว การรักษามะเร็งปากมดลูกนี้ก็จะแบ่งตามระยะของโรค ซึ่งจะแบ่งเป็น 4 ระยะตามขนาดและการกระจายของโรค ในระยะแรกอาจจะรักษาด้วยการตัดปากมดลูก หรือตัดมดลูกแบบกว้างร่วมกับการเลาะต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน แต่ถ้าเป็นในระยะลุกลามอาจจำเป็นต้องได้รับการฉายแสงใส่แร่ร่วมกับฉีดยาเคมีบำบัด เป็นต้น
รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่วันนี้ และก็อย่าลืมเข้ารับการตรวจกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอด้วยนะสาวๆ
