ท่านได้รับการตรวจวินิจฉัยแล้วว่า ท่านมีภาวะกระดูกสันหลังแตกยุบ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษา โดยวิธีการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง เพื่อลดอาการปวด และเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกสันหลังที่แตกหักหรือยุบ ก่อนการรักษาด้วยวิธีนี้ ศัลยแพทย์ จะได้อธิบายถึงวิธีการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง ผลและความเสี่ยงของการฉีดซีเมนต์ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ในขณะเดียวกันท่านจะรับทราบทางเลือกอื่นในการรักษา ซึ่งท่านสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาได้ วันนี้ นพ. ธีรศักดิ์ พื้นงาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและกระดูกสันหลัง รพ.พญาไท 1 จะได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษากระดูกสันหลังแตกโดยการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง เพื่อที่จะช่วยให้ท่านเตรียมพร้อมเพื่อรับการฉีดซีเมนต์รักษา
โรคหรือภาวะที่สามารถรักษาได้ด้วยการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง
-
- รักษาความเจ็บปวดมากที่เกิดจากภาวะกระดูกสันหลังแตกยุบ ที่มีโรคกระดูกพรุน เป็นสาเหตุ
- รักษาความเจ็บปวดมากที่เกิดจากภาวะกระดูกสันหลังแตกยุบ ที่เป็นผลมาจากอุบัติเหตุ หรือฉีดซีเมนต์เสริมความแข็งแรงของกระดูกสันหลัง ในขณะที่ทำการผ่าตัดกระดูกสันหลัง หรือในขณะที่ยึดตรึงกระดูกสันหลังด้วยโลหะ
- ภาวะกระดูกสันหลังแตกยุบ ที่เกิดจากมีเนื้องอกอยู่ภายในกระดูกสันหลัง
ทางเลือกการรักษา
การรักษาโรคกระดูกสันหลังแตกยุบ มีแนวทางการรักษาดังนี้
-
- การรักษาโดยการไม่ผ่าตัด (Conservative treatment) เป็นการรักษา โดยการนอนพัก กินหรือฉีดยาแก้ปวด เป็นเวลา 1 -2 สัปดาห์ กระดูกสันหลังที่แตกสามารถเชื่อมติดได้เองภายในเวลา 2- 3 เดือน แต่การรักษาวิธีนี้จะไม่สามารถรักษาผู้ป่วยดังต่อไปนี้ได้ คือ ภาวะเส้นประสาท หรือไขสันหลังถูกกดเบียดจากชิ้นกระดูกที่แตกหัก, กระดูกสันหลังแตก หัก และเคลื่อน, กระดูกสันหลังแตกยุบจากเนื้องอก
- การรักษากระดูกสันหลังแตกโดยการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง (Balloon Kyphoplasty) เมื่อการรักษาโดยการนอนพักและรับประทานยาแก้ปวดแล้วยังไม่ได้ผล กระดูกสันหลังที่แตกยังไม่มีการเชื่อมติด หรือยังมีอาการปวดไม่หายเมื่อเวลาผ่านไปนานหลายวัน
- การรักษาโดยการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่แตกเคลื่อนให้กลับเข้าที่ เชื่อมกระดูกสันหลัง ยึดกระดูกสันหลังด้วยโลหะ และสามารถผ่าตัดเอาชิ้นส่วนกระดูกที่กดเบียดไขสันหลังหรือเส้นประสาทออกได้ ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ในการรักษาที่ต้องทำการผ่าตัดเท่านั้น โดยเฉพาะในรายที่มีอาการแสดง เช่น มีอาการชา อ่อนแรงของขา เท้า หรือมีปัญหาในการขับถ่าย แต่ในบางรายที่มีภาวะกระดูกพรุนเป็นสาเหตุ การผ่าตัดจำเป็นต้องเสริมความแข็งแรงกระดูกด้วยวิธีการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลังเช่นกัน
ในรายที่กระดูกสันหลังแตกยุบหรือหักจากเนื้องอก โดยเฉพาะมะเร็งซึ่งต้องผ่าตัดเอาเนื้องอกออก และยึดกระดูกสันหลังด้วยโลหะ การฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลังนอกจากเพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกสันหลังแล้ว ยังสามารถบรรเทาอาการปวดจากเนื้องอกในกระดูกสันหลัง
วิธีการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง
วิธีการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง สามารถทำได้โดยการให้ยาระงับปวด โดยไม่ต้องวางยาสลบ (Local anesthesia) หรือ อาจทำได้โดยการวางยาสลบ (General anesthesia) ซึ่งการเลือกวิธีการดังกล่าว ขึ้นอยู่กับสภาพของผู้ป่วย ว่าจำเป็นต้องได้รับการฉีดซีเมนต์ในปริมาณเท่าใด ผู้ป่วยสามารถทนการนอนคว่ำได้นานเท่าใด ถ้าผู้ป่วยจะต้องได้รับการดมยาสลบ วิสัญญีแพทย์จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการดมยาสลบกับผู้ป่วยอย่างละเอียด
วิธีการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง (Vertebroplasty) ผู้ป่วยจะอยู่ในท่านอนคว่ำบนเตียงผ่าตัด จะมีการปักเข็มเข้ากระดูกสันหลังซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องถ่ายรังสีเอ็กซ์ (X-ray/Fluoroscope) บอกตำแหน่งที่จะทำการฉีดซีเมนต์เข้ากระดูกสันหลัง จากนั้นเริ่มลงมีดในตำแหน่งที่จะปักเข็มประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ปักเข็มเข้าไปในกระดูกสันหลังแล้วฉีดสารทึบแสงทางเอกซเรย์เพื่อดูตำแหน่งที่จะฉีดซีเมนต์ว่าปลอดภัยหรือไม่ มีโอกาสที่ซีเมนต์จะรั่วออกมากดไขสันหลังหรือไม่ เมื่อตำแหน่งที่จะฉีดซีเมนต์เป็นที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว จะทำการฉีดซีเมนต์เข้าไปในกระดูกสันหลัง เพื่อยึดกระดูกสันหลังที่แตก หรือเสริมความแข็งแรงของกระดูก ในขณะที่ฉีดซีเมนต์เข้ากระดูกสันหลัง แพทย์จะเห็นภาพจากจอมอนิเตอร์ของเครื่องถ่ายรังสีเอ็กซ์อยู่ตลอดเวลา หลังจากฉีดซีเมนต์แล้วจะหงายตัวผู้ป่วยให้นอนหงายประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ซีเมนต์แข็งตัว หลังจากนั้นผู้ป่วยสามารถลุกนั่งหรือยืนได้ การฉีดซีเมนต์วิธีนี้จะไม่สามารถทำให้ความสูงของกระดูกสันหลังที่แตกยุบสูงขึ้นได้
การฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลังโดยการยกถ่างกระดูกสันหลังที่แตกยุบ (Kyphoplasty) เป็นวิธีที่สามารถยกความสูงของกระดูกสันหลังที่แตกยุบให้สูงขึ้นในระดับที่ใกล้เคียงกับระดับปกติ โดยใช้บอลลูนขยาย หรือเครื่องมือช่วยถ่างขยาย เข้าไปขยายภายในกระดูกสันหลังที่แตกยุบ ผ่านเข็มที่ใช้ฉีดซีเมนต์ แล้วจึงฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง

ภาพแสดงท่านอนในการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง

ภาพแสดงตำแหน่ง การฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง ในกระดูกสันหลังที่แตกยุบ

ภาพแสดงห้องผ่าตัด และเครื่องเอ็กซเรย์ในการเตรียมผู้ป่วยเพื่อฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง
|
ภาพภ่ายเอ็กซเรย์แสดงกระดูกสันหลังแตกยุบ |
ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ ภายหลังการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง |

ภาพวาดแสดงการใส่บอลลูนเพื่อถ่างขยายกระดูกสันหลังที่แตกยุบ

ภาวะแทรกซ้อน (Complication) ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ถึงแม้จะได้มีการวางแผน ตลอดจนระมัดระวังอย่างดีแล้วก็ตาม ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ก็ยังอาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้
-
- ภาวะเสียเลือด หรือเลือดออกมากจากกระดูกสันหลัง ซึ่งมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก
- กระดูกซี่โครงหัก ส่วนใหญ่มักจะเกิดในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน แต่โอกาสเกิดภาวะดังกล่าวมีน้อยมาก
- กระดูกสันหลังบริเวณปักเข็มแตก ทำให้มีอาการปวดมากขึ้น รักษาโดยการรับยาแก้ปวดและนอนพัก
- ภาวะลมรั่วในช่องปอด (Pneumothorax) เกิดจากเข็มที่ฉีดซีเมนต์แทงทะลุเข้าช่องปอด แต่โอกาสในการเกิดภาวะนี้น้อยมาก รักษาได้โดยใส่สายระบายลมออกจากช่องปอด
- มีไข้ ตัวร้อน และปวดมากขึ้นภายหลังจากการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง ซึ่งจะเกิดชั่วคราว ภาวะดังกล่าวเกิดจากซีเมนต์กำลังแข็งตัว แล้วผลิตความร้อนออกมา
- การรั่วของซีเมนต์ออกมาจะระคายเคืองหรือกดเส้นประสาทไขสันหลัง ทำให้มีอาการปวดไปตามเส้นประสาทเส้นนั้น สามารถรักษาโดยให้ยาบรรเทาอาการได้
- การรั่วของซีเมนต์ออกมาจะกดไขสันหลัง ภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่มีความรุนแรงมาก เพราะทำให้เกิดภาวะอัมพาตขา 2 ข้าง ปัสสาวะ อุจจาระไม่ออก ดังนั้นจึงต้องผ่าตัดกระดูกสันหลังฉุกเฉินเพื่อเอาเศษซีเมนต์ที่กดไขสันหลังออก
- การรั่วของซีเมนต์เข้าเส้นเลือดดำ รอบๆ กระดูกสันหลัง แล้วหลุดลอยไปตามกระแสเลือดเข้าปอด ส่วนใหญ่ไม่มีอาการบางรายที่มีการรั่วของซีเมนต์ปริมาณมาก อาจมีปัญหากับระบบไหลเวียนโลหิต หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ โอกาสในการเกิดการรั่วของซีเมนต์หลุดลอยไปตามกระแสเลือดเข้าปอดนี้มีน้อยมากที่สุด
- การติดเชื้อ แบ่งเป็น 2 กรณี คือ การติดเชื้อที่ผิวหนังและการติดเชื้อในชั้นลึกลงไป (Deep-Seated Infection) การติดเชื้อที่ผิวหนังสามารถรักษาได้โดยการล้างแผลและกินยารักษา แต่ถ้าติดเชื้อในชั้นที่ลึกลงไป ได้แก่ การติดเชื้อของกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลัง ในบางรายที่ได้รับยาปฏิชีวนะแล้วไม่ได้ผล อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเอาส่วนที่ติดเชื้อออก ส่วนการติดเชื้อที่ลุกลามเข้ากระแสโลหิตมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ
- การแพ้ยา ยาสลบ สารทึบแสงในการเอกซ์เรย์ โดยจะมีอาการ คัน ผิวหนังแดง บวม อักเสบ และคลื่นไส้ ถ้ามีอาการหนักผู้ป่วยอาจมีความดันโลหิตต่ำ ชัก หรือหยุดหายใจได้ อาการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการรักษาฉุกเฉินในหอผู้ป่วยวิกฤติ
- แผลเป็นที่ผิวหนัง แผลดังกล่าวจะเกิดได้เหมือนในแผลผ่าตัด แต่แผลเป็น นูน ขนาดใหญ่ หรือมีอาการเจ็บบริเวณแผลเป็นเรื้อรังขึ้นกับแต่ละบุคคล หรือตามลักษณะทางพันธุกรรม


