มีการศึกษามาแล้วว่า 10% ของคนที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม นั่นคือหากมีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เราเองก็มีความเสี่ยงกับเขาได้เหมือนกัน และที่สำคัญโรคนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุด้วย
อาการแบบไหน ต้องเริ่มเอะใจได้แล้ว?
ดร.นพ.โอบจุฬ ตราชู แพทย์ที่ปรึกษาทางด้านเวชพันธุศาสตร์และเวชศาสตร์โมเลกุล แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท 2 อธิบายอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เราสังเกตได้ไว้ว่า “ผู้ป่วยมักมีอาการท้องผูก สลับกับท้องเสีย ซีด อ่อนเพลีย บางรายถ่ายเป็นเลือด หรือคลำเจอก้อนที่หน้าท้อง”
สาเหตุของมะเร็งนี้ เกิดจากอะไร?
เมื่อพันธุกรรมหรือยีนส์ที่ควบคุมการเติบโตของเซลล์ลำไส้ ที่ปกติเซลล์เยื่อบุลำไส้จะมีการสร้างสมดุลระหว่างการเจริญเติบโตและทำลายเซลล์ที่อายุมากเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด สารพิษ รังสี หรือแม้แต่ยาบางชนิด จะทำให้พันธุกรรมมีการกลายพันธุ์ ไม่สามารถทำหน้าที่สร้างความสมดุลได้ดีเหมือนเดิม เมื่อเซลล์เกิดการเสียสมดุล ก็มีโอกาสที่จะโตเป็นก้อนเนื้อ และในที่สุดก็กลายเป็นมะเร็ง อีกหนึ่งสาเหตุที่เราไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือการกินอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ กินของปิ้งย่าง ไหม้ๆ ดำๆ หรือเกิดการระคายเคืองของลำไส้จากท้องผูก พฤติกรรมพวกนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์ในลำไส้ได้ทั้งนั้น
อายุไม่ใช่ตัวกำหนดเสมอไป
ถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่ในบ้านเราจะเจอบ่อยในคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ในเคสที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ป่วยอาจจะเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุน้อยๆ บางคนอายุ 20 ปี ก็เริ่มมีอาการแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่มีคนในบ้านเป็นแม้แต่คนเดียว คนที่เหลือก็ควรจะรีบไปตรวจเพื่อประเมินความเสี่ยงทันที จะได้ตรวจคัดกรองโรคและรักษาได้ทันเวลา เพราะอย่างที่บอกว่าการที่เจอโรคนี้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ จะสามารถรักษาหายขาดได้
เข้าข่ายนี้เมื่อไหร่ เรานี่แหละ “กลุ่มเสี่ยง”
- ญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่น้องเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุน้อยกว่า 45 ปี แม้แต่ 1 คนก็ตาม
- ญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตอนอายุน้อยกว่า 60 ปี เพียงแค่ 2 คน
- สมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว ทั้งปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อาที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ไม่ว่าจะช่วงอายุไหนก็ตาม
- สมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ร่วมกับมะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้เล็ก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งสมอง มะเร็งรังไข่ฯ จำนวนหลายๆ คน
