หนึ่งในสาเหตุของผู้ป่วยตับแข็งหรือมะเร็งตับ…อาจเกิดมาจากการติดเชื้อ “ไวรัสตับอักเสบซี” ไวรัสตัวร้ายที่ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ! การเตรียมความพร้อมให้เข้าใจถึงปัจจัยเสี่ยงและข้อปฏิบัติเมื่อเกิดการติดเชื้อ…จึงนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ
ไวรัสตับอักเสบซี…ติดต่อกันทางไหน
- การได้รับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือด โดยไม่มีการตรวจกรองหาไวรัสตับอักเสบซีในเลือดของผู้บริจาค (ส่วนมากเป็นช่วงก่อนปี 2533)
- การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัก การเจาะหู เขียนคิ้วถาวร โดยผู้ที่ขาดความรู้ และเครื่องมือไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อให้ถูกต้อง
- การใช้ยาเสพติดฉีดผ่านทางผิวหนัง
- การฟอกไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
- การติดต่อทางเพศสัมพันธ์และจากมารดาสู่ทารก ซึ่งพบได้น้อยมากแตกต่างจากไวรัสตับอักเสบบี
ไวรัสตับอักเสบซีอันตรายอย่างไรบ้าง
ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังกว่า 1 ใน 4 จะเกิดภาวะตับแข็งหลังได้รับเชื้อประมาณ 20 ปี แต่หากผู้ป่วยเป็นเพศชาย ชอบดื่มสุราเป็นประจำ รูปร่างอ้วน หรือมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีร่วมด้วย มักจะเกิดภาวะตับแข็งได้เร็วขึ้น โดยเมื่อเกิดภาวะตับแข็งแล้วจะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น น้ำในช่องท้องหรือท้องมาน ตัวเหลือง ตาเหลือง เลือดออกในทางเดินอาหาร กล้ามเนื้อลีบ และมะเร็งตับ
เมื่อเป็นไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง…ต้องปฏิบัติดังนี้
หากตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ผู้ป่วยควรใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน เลือกรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ลดอาหารจำพวกแป้ง ของหวาน และของมัน เพราะจะทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ..ตับจะยิ่งอักเสบมากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงยาสมุนไพรและอาหารเสริมต่างๆ
นอกจากเรื่องของอาหาร ผู้ป่วยต้องหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เดินทางไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์เป็นระยะ และห้ามบริจาคโลหิตโดยเด็ดขาด!
นอกจากเรื่องของอาหาร ผู้ป่วยต้องหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เดินทางไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์เป็นระยะ และห้ามบริจาคโลหิตโดยเด็ดขาด!
แม้ไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังจะก่อให้เกิดภาวะตับแข็งและโรคแทรกซ้อนต่างๆ มากมาย แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้…หากตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งแตกต่างกับไวรัสตับอักเสบบีที่โอกาสรักษาให้หายขาดนั้นมีอยู่น้อยมาก รวมไปถึงชนิดสายพันธุ์ที่ผู้ป่วยเป็น…ก็ส่งผลให้ระยะเวลาในการรักษาและโอกาสหายขาดแตกต่างกันออกไป
นพ. พงษ์ภพ อินทรประสงค์
อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2
อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2
