โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชจะมีแผลประมาณ 3-4 แผล ได้แก่ แผลที่สะดือขนาด 0.5-1.2 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของเลนส์ที่ใช้ผ่าตัด นอกจากนี้ก็จะมีแผลบริเวณท้องน้อยอีก 2-3 แผล แต่การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเดียวแนวใหม่จะมีแผลเฉพาะที่สะดือเพียงแผลเดียวขนาดประมาณ 1.2 -1.5 เซนติเมตรเท่านั้น การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวเป็นเทคนิคทางการแพทย์เริ่มประมาณ10-15ปีแล้ว แต่ไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากทำได้ยากและหลายกรณีทำไม่ได้และแผลมีขนาดใหญ่ประมาณ 2.5-4 เซนติเมตร รวมถึงแพทย์ต้องมีเทคนิคเฉพาะตัวและมีเครื่องมือที่เหมาะสมจึงจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อพัฒนาวงการแพทย์ไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติยิ่งขึ้น นายแพทย์กิตติ ตู้จินดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช (Laparoscopic Gynaecologic Surgery) ประจำโรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ Single Port Platform ขึ้นมาใหม่ใช้ชื่อว่า Kitti Port และร่วมกับบริษัทผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศญี่ปุ่นดำเนินการผลิตอุปกรณ์ชนิดนี้ขึ้นมาเป็นมาตรฐานสากล ทำให้การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
จากการใช้เทคนิคพิเศษนี้ผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชให้แก่ผู้ป่วยมากว่า 80 ราย นายแพทย์กิตติผู้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรพบว่า เกิน 90% ของการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชสามารถใช้ Single Port Platform ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ในกรณีที่คนไข้มีเนื้องอกมดลูกและไม่ต้องการเก็บมดลูกไว้แล้ว ส่วนใหญ่ (มากกว่า90%) สามารถผ่าตัดมดลูกออกทางช่องคลอดได้โดยไม่มีแผลเลย แต่ถ้าคนไข้ยังต้องการเก็บมดลูกไว้ก็สามารถใช้การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวได้ นอกจากนี้การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวยังสามารถใช้กับการผ่าตัดทางนรีเวชอื่นๆ เช่น ผ่าตัดซีสต์รังไข่ เช่น ชอคโกแลตซีสต์ ผ่าตัดเลาะพังผืดรอบมดลูกหรือรังไข่ ผ่าตัดตัดท่อนำไข่ หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดไส้ติ่ง” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชอธิบายข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อดี
- เนื่องจากมีแผลเดียวคนไข้จึงรู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดส่องกล้องแบบหลายแผล
- แผลที่เกิดขึ้นจะอยู่ในสะดือเพียงแผลเดียว ประมาณห้าสัปดาห์หลังผ่าตัดแผลจะหายสนิทและแทบมองไม่เห็นรอยแผล ทำให้ร่างกายของคนไข้มีความสวยงามมากกว่า
ข้อจำกัด
ในกรณีที่เป็นเคสยาก เช่น เนื้องอกมีขนาดใหญ่มากเกิน 8 เซนติเมตรขึ้นไป คนไข้เคยผ่านการผ่าตัดมาหลายครั้ง หรือมีพังผืดเยอะมาก ข้อจำกัดเหล่านี้อาจทำให้ไม่สามารถทำการผ่าตัดส่องกล้องได้ทั้งแบบแผลเดียวและหลายแผล ซึ่งเคสประเภทนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ประมาณ 5-10% หากพบกรณีนี้แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดโดยการเปิดหน้าท้องหรือรักษาด้วยวิธีอื่นตามความเหมาะสม
ความสำเร็จของการผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวแนวใหม่
นายแพทย์กิตติได้เล่าถึงเคสตัวอย่างให้เราฟังว่า “เมื่อหกเดือนที่แล้วมีผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นเนื้องอกมดลูกขนาดประมาณหกเซนติเมตร แต่ผู้ป่วยยังต้องการมีบุตรอยู่ ซึ่งหลังจากผ่าตัดด้วย Single Port Platform ไปประมาณ 3-4 เดือน ผลการรักษาเป็นไปด้วยดี เขาก็สามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ ในทางนรีเวชเนื้องอกมดลูกถือเป็นโรคที่พบบ่อยมาก อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกาพบสถิติว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็นเนื้องอกมดลูกมากถึง 70% ส่วนในประเทศไทยผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 40% แต่ในจำนวนผู้หญิงที่เป็นเนื้องอกมดลูกทั้งหมด มีประมาณ 20-25% เท่านั้นที่ต้องได้รับการรักษาเพราะมีอาการบ่งชี้ เช่น เลือดออกมาก ปวดท้อง ปัสสาวะบ่อย หรือถ้าต้องการมีบุตรก็ควรเอาเนื้องอกออกก่อน แต่ส่วนใหญ่ถ้าเนื้องอกมีขนาดเล็กไม่มีอาการเจ็บป่วยอะไร กรณีแบบนี้แค่มาติดตามตรวจดูอาการปีละครั้งก็พอ และเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนเนื้องอกจะหายไปเอง”
ระยะเวลาพักฟื้น
โดยทั่วไปหลังจากทำการผ่าตัดส่องกล้องเรียบร้อยแล้วผู้ป่วยจะอยู่โรงพยาบาลไม่เกิน 1-2 วัน หลังจากนั้นก็สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ และสามารถกลับไปทำงานตามปกติได้ในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดินขึ้น-ลงบันได ขับรถได้ตามปกติ แต่ควรงดยกของหนักประมาณสองสัปดาห์
นพ. กิตติ ตู้จินดา
สูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช
ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 2
