|
บทสัมภาษณ์…
|
คุณเปิ้ล-ฐิติพร
อายุ 46 ปี
ประสบการณ์ทำ Gastric Balloon หรือการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก
โรงพยาบาลพญาไท 2
|
เปิดเผยเรื่องราวของเธอเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังสนใจลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ และยังได้มาด้วยรูปร่างที่ดูดีสมส่วน
|
ความอ้วนกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ
?ช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมา เราน้ำหนักตัวมากที่สุดในชีวิต ประมาณ 80-82 กิโลกรัมค่ะ เสื้อผ้าที่เคยใส่ได้เริ่มคับจนใส่ไม่ได้ต้องหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ กางเกงยีนส์เคยใส่เอว 26 นิ้วตอนนี้ต้องใส่เอว 34 นิ้วทำให้รู้สึกไม่ค่อยอยากเข้าสังคมเพราะขาดความมั่นใจ ทั้งที่จริงๆ แล้วอาชีพเราต้องออกไปเจอผู้คนเยอะๆ นอกจากนี้ยังมีปัญหาสุขภาพด้วย อันดับแรกคือมีปัญหาเรื่องหัวเข่า เจ็บเข่าเวลาเดินขึ้น-ลงบันได เหนื่อยง่ายขึ้น แล้วมีอาการส้นเท้าอักเสบที่เป็นหนักจนต้องมาโรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นคุณหมอก็ฉีดยาให้และบอกกับเราว่า ถ้าไม่ลดน้ำหนักปัญหานี้ก็จะไม่หมดไป คุณจะต้องกลับมาหาหมอด้วยอาการนี้อีกเรื่อยๆ?
ยิ่งอายุมากยิ่งลดน้ำหนักยาก
?เราพยายามลดน้ำหนักมาตลอด ผ่านไปหลายเดือนลดลงแค่ 3-4 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ทำตั้งแต่เต้นแอโรบิค ทานอาหารเสริม หมดเงินกับอาหารเสริมเดือนๆนึงหลักหมื่น ยาลดน้ำหนักก็เคยทานอยู่เป็นปี ผลข้างเคียงเยอะมาก แต่ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าผลข้างเคียงมันอาจทำให้เสียชีวิตได้ นึกย้อนกลับไปแล้วรู้สึกโชคดีมากที่รอดมาได้ แล้วพอหยุดทานยาก็เกิด yo yo effect ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนก่อนทานยาอีก เคยทำถึงขั้นหกเดือนไม่ทานแป้งเลย งดอาหารทุกชนิดที่เป็นคาร์โบไฮเดรต ลดได้สักพักหนึ่งแล้วก็กลับมาอ้วนอีกจนเริ่มรู้สึกท้อ เราใช้วิธีลดน้ำหนักแบบเดียวกับที่เคยทำเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นเคยลดได้อาทิตย์ละ 2 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ใช้เวลาเป็นเดือนยังลดได้ไม่ถึง 2 กิโลกรัมเลย รู้ตัวเลยว่าน้ำหนักเราลงยากกว่าตอนอายุน้อยๆ เพราะประสิทธิภาพในการเผาผลาญของร่างกายมันลดลง?
ค้นหาวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย
ก่อนที่จะมาทำ Gastric Balloon เราเริ่มสนใจการลดน้ำหนักแบบผ่าตัดรัดกระเพาะก่อน แต่พอศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดก็พบว่ามันต้องผ่าตัดให้กระเพาะเล็กลงและทานวิตามินต่อเนื่องตลอดชีวิต เพราะร่างกายจะดูดซึมวิตามินจากอาหารได้น้อยลง ดูมีผลข้างเคียงเยอะเลยไม่เอาดีกว่า จากนั้นเราก็ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตไปเรื่อยๆ แล้วก็เจอวิธีการที่เขาบอกว่า
?ลดน้ำหนักโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลข้างเคียงน้อยมาก เป็นวิธีที่ได้ผลและไม่อันตราย ลักษณะการทำเหมือนการส่องกล้องธรรมดา จึงเริ่มสนใจและเข้ามาปรึกษาคุณหมอ?
ที่โรงพยาบาลพญาไท เพราะเรามั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของที่นี่
ตัดสินใจทำ Gastric Balloon
Gastric Balloon คือการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ถ้าเราลดน้ำหนักได้ถึงจุดที่พึงพอใจแล้วก็สามารถเอาน้ำที่ใส่อยู่ในบอลลูนออกได้ บอลลูนที่ใส่เข้าไปจะช่วยให้เราทานอาหารน้อยลงและจากนั้นกระเพาะก็จะเล็กลงตามไปด้วย ก่อนใส่บอลลูนสองสัปดาห์คุณหมอจะนัดมาส่องกล้องก่อนเพื่อตรวจเช็กว่ากระเพาะมีการติดเชื้อ มีแผล หรือมีความผิดปกติที่ต้องรักษาก่อนใส่บอลลูนเข้าไปหรือเปล่า
หลังจากใส่สารน้ำเข้าไปในบอลลูนแล้ว คนไข้บางรายอาจมีอาการพะอืดพะอมคลื่นไส้ประมาณ 2-3 วันแรก เนื่องจากร่างกายกำลังปรับสภาพ หลังจากใส่บอลลูนเสร็จก็อาจจะต้องนอนโรงพยาบาลสักหนึ่งคืนเพื่อติดตามอาการ และช่วงสองอาทิตย์แรกก็ไม่ควรทานอาหารหนัก ควรกินอาหารที่ย่อยง่ายไปก่อน ส่วนใหญ่แพทย์จะใส่บอลลูนไว้ประมาณ 6-12 เดือน ระหว่างนั้นแพทย์ก็จะนัดมาตรวจเรื่อยๆ และมีคำแนะนำในการปฏิบัติตัวให้อย่างละเอียด เพราะวิธีการลดน้ำหนักทุกชนิดมันต้องทำควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมของเราด้วย ซึ่งหลังจากรักษาได้ผลแล้ว ในระยะยาวมันก็ขึ้นอยู่กับความยับยั้งชั่งใจของเราแล้วว่าจะควบคุมอาหารได้มากน้อยแค่ไหน
เป้าหมายในการลดน้ำหนัก
เป้าหมายในการลดน้ำหนักของเราคือค่อยๆ ลดไปเรื่อยๆ อยากลดได้สัก 15 กิโลกรัม ตอนนี้น้ำหนัก 76 กิโลกรัม อยากลดเหลือสัก 60-62 กิโลกรัม แรงบันดาลใจในการลดน้ำหนักของเราคืออยากกลับมาแต่งตัวสวยๆ เหมือนเดิม เราเก็บเสื้อผ้าที่เคยใส่สมัยยังผอมไว้หมดเลยนะ สิ่งสำคัญที่สุดในการลดน้ำหนักอยู่ที่ใจของเรา ต้องใจสู้ถึงจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้สำเร็จ และถ้าทำสำเร็จเราคงให้รางวัลกับตัวเองด้วยการไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะถึงตอนนั้นเราคงสามารถถ่ายรูปออกมาสวยได้แล้ว

ก่อนการรักษา

หลังการรักษา
คลิปวีดิโอที่เกี่ยวข้อง
