“คุณพ่อคุณแม่คะ หมอคิดว่า… เด็กควรได้รับการตรวจ MRI เพิ่มเติม เพื่อช่วยในการวินิจฉัยนะคะ”…
เมื่อถึงจุดนี้ คิดว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงมีความกังวลว่า การตรวจ MRI จะส่งผลอย่างไรต่อลูกน้อยหรือไม่ และปลอดภัยพอสำหรับลูกรักของเราแค่ไหน วันนี้หมอจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจชนิดนี้กันค่ะ
การตรวจ MRI คืออะไร?
การตรวจ MRI หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นการตรวจเพื่อวินิจฉัยให้เห็นว่า ส่วนไหนของร่างกายมีความผิดปกติ และผิดปกติอย่างไร เช่น การทำ MRI สมอง ก็จะทำให้ทราบได้อย่างชัดเจนว่า เนื้อสมองส่วนไหน บริเวณไหนที่มีความผิดปกติ
โดยการตรวจเอ็ม อาร์ ไอ (MRI) คือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งมีความปลอดภัยอย่างมาก เนื่องจากไม่มีรังสีเอกซ์ (X) ที่สามารถตกค้างในร่างกายเมื่อเปรียบเทียบกับการทำเอกซเรย์ (X-Ray) หรือการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
อย่างไรก็ตาม แม้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI จะมีความปลอดภัยต่อร่างกายมากกว่า แต่การตรวจจะใช้ระยะเวลาที่นานมากกว่าการ X-Ray หรือการทำ CT Scan ค่อนข้างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วการทำ MRI ในแต่ละครั้งมักจะใช้เวลาในการตรวจราว 30-60 นาที และผู้รับการตรวจต้องนอนนิ่งๆ อยู่ในเครื่อง MRI เพื่อให้ได้ภาพที่มีความชัดเจนมากที่สุด
ทั้งนี้การแปลผลภาพวินิจฉัย ต้องอาศัยรังสีแพทย์ที่ชำนาญการและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
การตรวจ MRI ในเด็ก
เนื่องจากในขณะที่เครื่อง MRI ทำงานจะมีเสียงดังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผู้ใหญ่ที่ทำการตรวจจะสามารถควบคุมตัวเองได้ แต่การที่เด็กต้องนอนนิ่งๆ ในระยะเวลาหนึ่งมักมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก อาจจะยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ดีพอ และเสียงที่ดังก็อาจรบกวนจนทำให้เด็กตื่นขึ้นมา ถึงแม้เด็กจะใส่ที่อุดหูอยู่ก็ตามที
ดังนั้น ในบางกรณี เด็กจึงมีความจำเป็นต้องใช้ยานอนหลับ หรือดมยาสลบเพื่อให้การตรวจเป็นไปด้วยความราบรื่น แต่ในการที่จะให้ยาสลบในเด็กนั้นแม้จะมีความปลอดภัยสูง ก็ยังต้องมีการเซ็นยินยอมจากผู้ปกครองของเด็กเสียก่อน
ในกรณีที่เด็กๆ เข้ารับการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI ที่โรงพยาบาล ส่วนมากทางโรงพยาบาลจะให้เด็กเข้าเป็นผู้ป่วยในก่อน 1 คืน เพื่องดน้ำและอาหารก่อนทำการตรวจเนื่องจากการตรวจอวัยวะบางส่วนจำเป็นต้องงดน้ำและอาหาร อย่างเช่น การตรวจบริเวณช่องท้อง เพื่อไม่ให้มีเศษอาหารมาบดบังภาพบนแผ่นฟิล์ม นอกจากนี้การงดน้ำและอาหารยังช่วยลดอาการคลื่นไส้ที่เป็นผลจากการฉีดสารทึบรังสีในการตรวจอีกด้วย
ข้อดีของการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI
- สามารถจำแนกคุณสมบัติของเนื้อเยื่อที่แตกต่างกันได้หลายแบบ และตรวจหาสิ่งผิดปกติในระยะแรกได้
- ครอบคลุมเกือบทุกอวัยวะในร่างกาย
- ตรวจได้ทุกระนาบโดยไม่ต้องขยับตัวผู้ป่วย
- ไม่มีรังสีเอกซ์ที่อาจเป็นอันตราย
- ตรวจได้แม้เป็นโรคไตวาย (RENAL FAILURE)
ประสิทธิภาพและข้อจำกัดในการตรวจ MRI
กลุ่มเฉพาะที่ห้ามตรวจด้วยเครื่องเอ็ม อาร์ ไอ มีดังนี้
- ผู้ที่ผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้เป็นจังหวะ
- ผู้ที่ผ่าตัดติดคลิปอุดหลอดเลือดในโรคเส้นเลือดโป่งพอง
- ผู้ที่ผ่าตัดใส่อวัยวะเทียมภายในหู
- ผู้ที่มีโลหะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น ข้อเทียมต่างๆ โลหะตามกระดูก กระสุนปืน เป็นต้น
- สตรีมีครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ถึงแม้ว่ายังไม่มีการยืนยันว่าการตรวจนี้จะทำอันตรายต่อเด็กหรือไม่
- ผู้ที่คิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมที่เป็นโลหะติดอยู่ที่ตา
- ผู้ที่ไม่สามารถนอนในอุโมงค์ตรวจได้
การเตรียมตัวเมื่อลูกต้องเข้ารับการตรวจ MRI
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เป็นเด็ก เมื่อต้องตรวจ MRI จะต้องให้ยาระงับความรู้สึก หรือดมยาสลบก่อนเข้าตรวจ เนื่องจากเด็กจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการนอนนิ่งๆ ขณะรับการตรวจ ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมตัวเด็กเพื่อเข้ารับการตรวจ ดังนี้
- คุณพ่อคุณแม่ ควรมากับเด็กในวันตรวจ
- ในเด็กโต งดอาหารและน้ำดื่ม 6 ชั่วโมงก่อนตรวจ ส่วนเด็กเล็กที่รับประทานนม ควรงดนมก่อนตรวจ 4 ชั่วโมง
- คุณพ่อคุณแม่ เซ็นใบยินยอมรับการตรวจรักษา เพื่ออนุญาตให้เด็กดมยาสลบ
ผศ. พญ. ชิดชนก เธียรผาติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2
