รู้จัก “ต่อมทอนซิล” และ “ต่อมอะดีนอยด์” อวัยวะเล็ก ๆ แต่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก

Image

แชร์


ต่อมทอนซิล และ ต่อมอะดีนอยด์ อาจเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นหู โดยเฉพาะในเด็กที่มักมีปัญหาอักเสบบ่อย ๆ จนทำให้เกิดอาการไม่สบายอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักหน้าที่ ปัญหาที่พบบ่อย และแนวทางการรักษาหรือผ่าตัดอย่างเหมาะสมจากแพทย์เฉพาะทาง 

 

 

 

Q : ต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์ คืออะไร  

A : ทั้งสองต่อมคือเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองที่ภายในประกอบด้วยเม็ดเลือดขาวหลายชนิด ซึ่งต่อมทอนซิลสามารถสังเกตเห็นได้ อยู่ในภายในช่องคอทั้งสองข้างและต่อมอดีนอยด์จะอยู่ด้านหลังโพรงจมูกเหนือขึ้นไปจากต่อมทอนซิล ไม่สามารถมองเห็นได้จากทางช่องปาก 

 

 

 

Q : ต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์ ทำหน้าที่อะไร  

A : มีหน้าที่ในการดักจับและกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่จะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารผ่านทางการหายใจและการรับประทาน 

 

 

Q : ปัญหาที่พบบ่อยของต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์ 

A : คือ การอักเสบและการติดเชื้อจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียซึ่งอาจเกิดได้ทั้งภาวะเขียนพลันหรือเรื้อรัง และอีกปัญหาที่พบได้บ่อยคือภาวะต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์โตเรื้อรังซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก อาจทำให้เกิดการหายใจ การกลืนและการนอนหลับผิดปกติ 

 

 

Q : อาการอักเสบของต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์ 

A : ต่อมทอนซิล 

  • มีไข้ เจ็บบริเวณช่องคอข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ บางครั้งอาจมีอาการเจ็บร้าวไปที่หูด้วย 
  • กลืนเจ็บ กลืนลำบาก รับประทานอาหารได้น้อย 
  • ต่อมทอนซิลโต แดงกว่าปกติ หรือมีความขาวหรือเหลือง 
  • เจ็บคอเรื้อรัง มีกลิ่นปาก 
  • ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต 

 

 

A : ต่อมอะดีนอยด์ 

  • มีน้ำมูกไหลหรือไอเรื้อรัง หรือเป็นๆหายๆ 
  • เจ็บหู หูชั้นกลางอักเสบเป็นๆหายๆ หรือ 
  • หายใจทางปากแทนทางจมูกเป็นส่วนใหญ่ 
  • นอนกรนเสียงดัง หรือนอนกรนเป็นประจำ (มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์) 

 

 

Q : ต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์ เมื่อเกิดการติดเชื้อและอักเสบเรื้อรัง 

A : เมื่อเกิดการอักเสบหรือการติดเชื้อ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม อาจรักษาโดยวิธีประคับประคอง (Conservative Treatment) ด้วยยาลดไข้ ยาบรรเทาอาการเจ็บปวด และการให้สารน้ำทดแทนเมื่อทานได้น้อย ร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม 

 

 

Q : เกณฑ์การผ่าตัดต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์ 

A : ปัจจุบันเกณฑ์การผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มโรค ดังนี้คือ  

1.การอักเสบหรือการติดเชื้อบ่อยๆหรือเรื้อรัง  

2.การอุดกั้นทางเดินหายใจและทางเดินอาหารจากภาวะต่อมทอนซิลและอดีนอยด์โต เช่นภาวะนอนกรน หยุดหายใจขณะนอนหลับและ  

3.เมื่อสงสัยโรคมะเร็งต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์ 

 

 

Q : การผ่าตัดต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์ มีผลกระทบหรือไม่ 

A : แม้ว่าต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์จะเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่มีผลการศึกษาพบว่าการผ่าตัดต่อมทั้งสองออกแล้วร่างกายยังสามารถป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ตามปกติ ไม่ทำให้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 

 

 

เด็กในวัยเจริญเติบโตมีแนวโน้มเกิดการอักเสบของต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ได้บ่อยกว่าวัยอื่น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของภาวะนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ และส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย สมาธิ และการเรียนรู้ หากมีอาการผิดปกติที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์อาจเป็นทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง 

หากบุตรหลานของท่านมีอาการเข้าข่ายดังกล่าว แนะนำให้เข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 เพื่อวางแผนการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป 

 

 

 

 

นพ.พลช ห้องทองแดง 
แพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก และรักษาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ 
โรงพยาบาลพญาไท 2 

 

 

Loading...

แชร์


Loading...