ตรวจสุขภาพประจำปี ผู้หญิงแต่ละช่วงวัย ควรตรวจอะไรบ้าง?

Image

แชร์


รู้ก่อน ป้องกันได้ ดูแลตัวเองให้เหมาะกับวัย 

 การตรวจสุขภาพประจำปีคือ “ของขวัญแห่งสุขภาพ” ที่ผู้หญิงทุกวัยควรมอบให้ตัวเอง เพราะร่างกายของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย ทั้งจากฮอร์โมน การตั้งครรภ์ ความเครียด การใช้ชีวิต และพันธุกรรม การตรวจอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รักษาได้เร็ว ป้องกันโรคร้ายได้ทัน 

 

ทำไมการตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญ 

การตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่เพียงการเช็กว่าป่วยหรือไม่ แต่คือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้เรารู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะหลายโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งปากมดลูก มักไม่มีอาการในระยะแรก การตรวจเป็นประจำจะช่วยให้ค้นพบความผิดปกติได้เร็ว รักษาได้ทันท่วงที และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต 

  

เช็กลิสต์ที่ผู้หญิงควรตรวจในแต่ละช่วงวัย 

วัยรุ่น (อายุ 13–20 ปี) เริ่มต้นรู้จักร่างกาย เป็นช่วงที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงจากฮอร์โมนเพศหญิง ควรฝึกสังเกตอาการร่างกายของตนเอง เช่น รอบเดือน ผิวพรรณ น้ำหนัก และเข้าพบสูตินรีแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ ไปจนถึงการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเน้นการสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดี 

 

โปรแกรมที่ควรตรวจในช่วงวัยนี้ ได้แก่ 

  • ตรวจสุขภาพทั่วไป น้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต 
  • ตรวจเลือดเบื้องต้น เช่น ภาวะโลหิตจาง น้ำตาลในเลือด 
  • ตรวจภาวะขาดวิตามินดี หรือธาตุเหล็กในบางราย 
  • ตรวจสุขภาพผิวและฮอร์โมนหากมีสิวผิดปกติ หรือประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ 
  • รับวัคซีน HPV เพื่อป้องกันการติดเชื้อHPV สาเหตุของ มะเร็งปากมดลูก รวมถึงวัคซีนอื่นๆ ที่เหมาะสม เช่นไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบบี หรือ บาดทะยัก เป็นต้น 
  • ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน 

 

วัยทำงาน (อายุ 21–40 ปี) วัยแห่งการทำงานและการวางแผนครอบครัว ช่วงนี้ร่างกายยังแข็งแรง แต่เป็นวัยที่มักละเลยสุขภาพเพราะความเร่งรีบ และภาระงาน ดังนั้นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วหรือมีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดกรองความผิดปกติของมดลูกและรังไข่ 

 

โปรแกรมที่ควรตรวจในช่วงวัยนี้ ได้แก่ 

  •  ตรวจสุขภาพทั่วไป น้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต   
  • ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต และตรวจปัสสาวะประจำปี 
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear หรือ HPV DNA test) ทุก 1–3 ปี 
  • ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน และพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมประจำปี 
  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หากมีความเสี่ยง 
  • ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องและอุ้งเชิงกรานในบางกรณี 
  • ตรวจภาวะฮอร์โมนหรือภาวะมีบุตรยาก หากวางแผนตั้งครรภ์ 
  • ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน 
  • รับวัคซีนที่เหมาะสม เช่นไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบบี หรือ บาดทะยัก เป็นต้น 

 

วัยกลางคน (อายุ 41–55 ปี) วัยเปลี่ยนผ่านของฮอร์โมน เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มเข้าสู่วัยทอง  หากมีอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนขาด เหงื่อออกกลางคืน อารมณ์แปรปรวน ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภาวะหมดประจำเดือนและรับคำแนะนำเรื่องฮอร์โมน 

 

โปรแกรมที่ควรตรวจในช่วงวัยนี้ ได้แก่ 

  • ตรวจสุขภาพทั่วไป น้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต   
  • ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต และตรวจปัสสาวะประจำปี 
  • ตรวจมะเร็งปากมดลูกต่อเนื่อง 
  • ตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม 
  • ตรวจความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density) เพื่อคัดกรองภาวะกระดูกพรุน 
  • ตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ 
  • ตรวจตา,หัวใจ และอื่นๆเพิ่มเติม ตามความเสี่ยง อาการที่มี หรือ ตามดุลยพินิจแพทย์ 
  • รับวัคซีนที่เหมาะสม เช่นไข้หวัดใหญ่ งูสวัด ไวรัสตับอักเสบบี หรือ บาดทะยัก เป็นต้น 

 

วัยผู้สูงอายุ (อายุ 56 ปีขึ้นไป) ร่างกายเริ่มมีเปลี่ยนแปลงชัดเจน ระบบต่าง ๆ ทำงานช้าลง  จึงเป็นวัยแห่งการดูแลเพื่อให้สุขภาพดีในระยะยาว ควรตรวจเช็กสุขภาพอย่างละเอียดมากขึ้น เน้นการตรวจเพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ และมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ 

 

โปรแกรมที่ควรตรวจในช่วงวัยนี้ ได้แก่ 

  • ตรวจสุขภาพทั่วไป น้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต 
  • ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต และตรวจปัสสาวะประจำปี 
  • ตรวจหัวใจ (EKG / Echo / Stress test) ตามความเสี่ยง อาการ และดุลยพินิจแพทย์ 
  • ตรวจมะเร็งเต้านมและมะเร็งทางนรีเวช 
  • ตรวจความหนาแน่นของกระดูกซ้ำทุก 1–2 ปี 
  • ตรวจตาและการได้ยิน 
  • ตรวจสมองหรือการทำงานของความจำในผู้ที่มีอาการหลงลืม 
  • ตรวจไทรอยด์ และ/หรือ อื่นๆเพิ่มเติม ตามความเสี่ยง อาการ และดุลยพินิจแพทย์ 
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ ด้วยการตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องลำไส้ 

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ 

 เพื่อให้ผลการตรวจสุขภาพมีความถูกต้องและสะท้อนสภาพร่างกายจริงมากที่สุด ผู้หญิงควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะหากมีการตรวจเฉพาะทาง เช่น ตรวจเลือด ตรวจภายใน หรือแมมโมแกรม คำแนะนำทั่วไปก่อนตรวจสุขภาพ ได้แก่ 

  •  งดอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นน้ำเปล่า) อย่างน้อย 8–12 ชั่วโมง ก่อนการตรวจเลือด เพื่อให้ผลน้ำตาลและไขมันในเลือดแม่นยำ 
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง 
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ เพราะอาจมีผลต่อค่าความดันและผลเลือด 
  • งดออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ 1 วัน เพื่อลดผลคลาดเคลื่อนของค่าเอนไซม์และฮอร์โมน 
  • เตรียมรายชื่อยาและอาหารเสริมที่ใช้ประจำ ให้แพทย์ทราบก่อนตรวจ 
  • การตรวจภายในหรือคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear / HPV DNA Test)  ควรตรวจ หลังหมดประจำเดือนอย่างน้อย 7 วัน หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ การสวนล้างช่องคลอด หรือใช้ยาเหน็บก่อนตรวจ 48 ชั่วโมง 
  • การตรวจแมมโมแกรม (เต้านม) ควรตรวจในช่วงวันที่ 7–10 นับจากวันแรกของประจำเดือน เพราะเต้านมจะไม่คัดตึง ทำให้ผลการตรวจแม่นยำและไม่เจ็บ หลีกเลี่ยงการใช้แป้งหรือโรลออนบริเวณรักแร้ก่อนตรวจ หญิงตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ควรแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ก่อนตรวจเอกซเรย์หรือทำหัตถการใด ๆ สวมเสื้อผ้าที่หลวมสบาย ถอดเปลี่ยนง่าย และหลีกเลี่ยงเครื่องประดับในวันที่ตรวจ 

  

เพราะ “สุขภาพดี” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการดูแลอย่างใส่ใจตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือน เริ่มตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำตั้งแต่วันนี้ การตรวจสุขภาพประจำปีในแต่ละช่วงวัยเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้หญิงทุกคนสามารถวางแผนชีวิตได้อย่างมั่นใจ ป้องกันโรคร้ายตั้งแต่เนิ่น ๆ และรักษาได้ทันท่วงที เพื่อให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันโรคได้ก่อนสาย 

 

โรงพยาบาลพญาไท 2 พร้อมดูแลสุขภาพของคุณในทุกช่วงวัย ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง และโปรแกรมตรวจสุขภาพที่ครอบคลุม ให้คุณมั่นใจได้ว่า สุขภาพดี เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ 

Loading...

แชร์


Loading...