ผ่าตัดไส้ติ่ง เปิดหน้าท้อง Vs ส่องกล้อง ควรเลือกวิธีไหนดี

Image

แชร์


ไม่ว่าใครก็คงเคยได้ยิน “โรคไส้ติ่งอักเสบ”โรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไปจนถึงคนชรา แต่มักพบได้บ่อยในช่วงอายุ 15-30  ปี ซึ่งไส้ติ่งเป็นอวัยวะที่อยู่ระหว่างลำไส้เล็กตอนปลายและลำไส้ใหญ่ตอนต้น เนื้อเยื่อของไส้ติ่งประกอบไปด้วยต่อมน้ำเหลือง อยู่ตรงบริเวณท้องด้านล่างขวา และอาการปวดท้อง..คือหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคนี้

 

“ไส้ติ่งอักเสบ” เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ไส้ติ่งอักเสบนั้นส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อาจเกิดจากการอุดตันที่ไส้ติ่ง เช่น ต่อมน้ำเหลืองที่โต หรือก้อนอุจจาระที่แข็ง เนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองที่ผนังไส้ติ่งหนาตัวขึ้นตามการอักเสบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น มีพยาธิในลำไส้ (เช่น พยาธิตืดหมู) หรือมีเนื้องอก เป็นต้น

 

ปวดท้องแบบไหน ? …เสี่ยงไส้ติ่งอักเสบ

เพราะไส้ติ่งอักเสบ คือการบวม อักเสบ และติดเชื้อของไส้ติ่ง ซึ่งอยู่ที่ตำแหน่งท้องน้อยด้านขวา อาการไส้ติ่งอักเสบจึงมักเริ่มด้วยอาการปวดท้อง แล้วตามมาด้วยอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก หรือท้องเสีย มีไข้ ท้องอืด โดยอาการปวดจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระยะการอักเสบของไส้ติ่ง

  • ระยะไส้ติ่งเริ่มอุดตัน : ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดท้องบริเวณรอบสะดือ และมีอาการอย่างอื่นร่วม เช่น เบื่ออาหาร จุกแน่น
  • ระยะไส้ติ่งบวมโป่งขึ้น : อาการปวดท้องจะเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่เกิน 1-2  วัน โดยตำแหน่งที่ปวดมักเป็นบริเวณท้องน้อยด้านขวา
  • ระยะที่ไส้ติ่งอักเสบแตก :  เกิดขึ้นเมื่อปล่อยไว้นานจนไส้ติ่งแตกกระจายในช่องท้อง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้  เช่น เป็นฝีในท้อง คลำพบก้อน ปวดท้องน้อย มีไข้ หรืออาจจะมีเชื้อโรค และหนองแพร่กระจายทั่วท้องสามารถที่จะแพร่กระจายสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

 

เมื่อสงสัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ ต้องตรวจวินิจฉัยได้ด้วยวิธีนี้

ในการตรวจหาไส้ติ่งอักเสบ จะเริ่มด้วยการซักประวัติผู้ป่วยและตรวจร่างกาย ตรวจเลือดและปัสสาวะ และนอกจากนี้ รพ.พญาไท 2 ยังมีการตรวจวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ โดยการวินิจฉัยทางรังสี ที่เรียกว่า.. CT Appendix

 

แนวทางการผ่าตัดรักษาไส้ติ่งอักเสบ

การรักษาที่ดีที่สุด ก็คือ การผ่าตัดไส้ติ่งโดยเร่งด่วน เพราะโรคนี้ไม่สามารถรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวได้ และการผ่าตัดยังช่วยกำจัดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไส้ติ่งแตกได้อีกด้วย โดย ปัจจุบันการผ่าตัดไส้ติ่งมี 2 วิธี ได้แก่

1. การผ่าตัดไส้ติ่งแบบธรรมดา(Open Surgery)

  • ผ่าตัดบริเวณท้องน้อยด้านขวา
  • ขนาดแผล 3-10 เซนติเมตร
  • กรณีไส้ติ่งแตก อาจต้องเปิดแผลขนาดยาวกลางท้องเพื่อทำการล้างภายในช่องท้อง

2. การผ่าตัดไส้ติ่งแบบส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery)

  • แผลขนาดเล็ก 1-2 เซนติเมตร บริเวณสะดือ
  • แผลขนาดเล็ก 0.5 เซนติเมตร บริเวณเหนือหัวหน่าว และบริเวณท้องน้อยด้านขวา
  • กรณีที่การวินิจฉัยยังไม่แน่นอน แต่มีอาการรุนแรง…การส่องกล้องจะสามารถตรวจสอบโรคได้ดีกว่าการผ่าตัดแบบธรรมดา
  • เจ็บแผลผ่าตัดน้อยกว่า
  • นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลสั้น สามารถกลับไปดำเนินกิจวัตรประจำวันได้เร็วกว่า
  • ความสวยงามของแผลดีกว่า
  • ลดภาวะแทรกซ้อนได้ดีกว่า
Loading...

แชร์


Loading...