โรคสมอง และระบบประสาท เป็นเรื่องที่มีความละเอียดซับซ้อน โดยเฉพาะเด็กเป็นวัยที่กำลังเติบโต มีพัฒนาการทางสมอง และระบบประสาท จำเป็นต้องดูแลรักษา ตลอดจนเฝ้าระวังโรคที่คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองอาจมองไม่เห็น พญ. จิระพร อมรฟ้า ศัลยแพทย์ด้านประสาทศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า โรคสมอง และระบบประสาทในเด็กสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ คือ โรคที่เป็นแต่กำเนิด ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือไม่เกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ โรคเนื้องอกที่สมองและที่ไขสันหลัง โรคที่เกิดจากอุบัติเหตุที่ศีรษะ หรือไขสันหลัง โรคจากการติดเชื้อในระบบประสาท หรือโรคเส้นเลือดสมองผิดปกติ
โรคใดทางสมอง และระบบประสาทในเด็กที่ต้องระวัง และต้องได้รับการผ่าตัด
- กลุ่มที่เป็นแต่กำเนิด เกิดจากการเจริญเติบโตของสมอง และไขสันหลังผิดปกติ ตั้งแต่ในครรภ์ อาจสัมพันธ์กับพันธุกรรมบางชนิด ได้แก่ น้ำท่วมโพรงสมอง ถุงน้ำในสมอง ถุงน้ำที่ไขสันหลัง ซึ่งเด็กจะมีลักษณะศีรษะที่โตไวผิดปกติ อาจมีพัฒนาการช้า ตรวจพบก้อนเนื้อผิดปกติบริเวณศีรษะและหลัง
- กลุ่มเนื้องอกสมองและไขสันหลัง รวมถึงมะเร็ง ไม่มีสาเหตุของการเกิดที่ชัดเจน แต่มีบางส่วนที่อาจเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ในครอบครัว เกิดได้ในเด็กเล็ก จนถึงเด็กโต วิธีการรักษาจะมีตั้งแต่การผ่าตัด เคมีบำบัด การฉายรังสี การให้ยามุ่งเป้า ขึ้นอยู่กับเนื้องอกชนิดนั้น ๆ
- กลุ่มเส้นเลือดผิดปกติในสมอง และไขสันหลัง วิธีการรักษา ได้แก่ การผ่าตัด หรือการฉีดวัสดุทางการแพทย์ เพื่อเข้าไปอุดเส้นเลือดที่ผิดปกติ ขึ้นอยู่กับลักษณะของเส้นเลือด
- กลุ่มอุบัติเหตุที่สมอง และไขสันหลัง อาทิ อุบัติเหตุรถคว่ำ รถชน ตกจากที่สูง ทำให้เกิดมีการตกเลือดในสมอง หรือไขสันหลัง หรือกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ก็อาจจำเป็นจะต้องได้รับการผ่าตัด
แต่ก็ยังมีคุณพ่อ คุณแม่หลายคนกังวลว่าหากลูกจะต้องได้รับการผ่าตัด สามารถทำอย่างไรได้บ้าง จะเกิดผลเสียหรือไม่ ?
การศัลยกรรมโรคสมอง และระบบประสาททำได้โดยวิธีไหนบ้าง
การแพทย์ปัจจุบันสำหรับการผ่าตัดโรคสมอง และระบบประสาทมีหลากหลายวิธี อาทิ
- การผ่าตัดแบบปกติ โดยการเปิดกะโหลกศีรษะ ทั้งแบบแผลใหญ่ หรือแผลเล็ก
- การใช้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อช่วยการผ่าตัดในบริเวณที่ลึก และบริเวณที่ซับซ้อน เห็นบริเวณที่จะผ่าตัดได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะสมองของเด็กมีขนาดเล็ก และมองเห็นได้ยากกว่าผู้ใหญ่
- การผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Surgery) การผ่าตัดวิธีนี้ได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้แผลของผู้ป่วยมีขนาดเล็กลง ซึ่งจะช่วยให้ลดระยะเวลาในการพักฟื้น เหมาะกับผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำท่วมสมอง หรือถุงน้ำในสมองบางชนิด ทำโดยการเจาะรูขนาดเล็กที่กะโหลกศีรษะและส่องกล้องเข้าไป และทำการผ่าตัดผ่านกล้อง
หากพบว่าเด็กมีอาการปกติเหล่านี้ อย่าชะล่าใจ ต้องรีบพามาตรวจ
- แรกคลอด ต้องตรวจเช็ก ให้สังเกต ติ่งเนื้อ ก้อนเนื้อที่บริเวณศีรษะ หรือไขสันหลัง
- ลักษณะของศีรษะที่โตผิดปกติ และความยาวรอบศีรษะที่โตไวกว่าเกณฑ์ ซึ่งในเด็กเล็ก หากเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ แพทย์จะมีการตรวจวัดความยาวรอบศีรษะ และสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ศีรษะผิดรูป หรือเบี้ยว มีการโหนกนูนขึ้น หรือแบน
- อาการปวดศีรษะโดยเฉพาะตอนเช้า ร่วมกับอาการอาเจียน หากเป็นบ่อย ๆ หรือเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรมาพบแพทย์
- การชัก เกร็ง
- อ่อนแรง หรือ ชา บริเวณแขนขา
- หน้าเบี้ยว
- กลืนสำลัก
- หนังตาตก หรือ ตาเหล่
หากพบอาการเหล่านี้อย่ารอช้า ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโรคทันที
พญ. จิระพร อมรฟ้า
ศัลยแพทย์ด้านประสาทศัลยศาสตร์
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2
