หลายคนยังกลัวการฉีด เติม ปรับแต่งรูปหน้า
การฉีดสารเติมเต็มเราแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ
1. สารที่ไม่สลายเอง ได้แก่ ซิลิโคนเหลว ซึ่งเป็นสารอันตราย เพราะจัดเป็นสารแปลกปลอม โดยร่างกายจะมีปฏิกริยา เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมนั้นออก ทำให้เกิดเป็นก้อนไตแข็ง และทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังบางส่วน
*ข้อควรระวัง* ซิลิโคนเหลวสามารถเกิดการกระจายตัว ไหลไปเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ทำให้ใบหน้าผิดรูปได้
2. สารที่สลายได้เอง นิยมใช้ในด้านความงาม ที่เรียกกันว่า “ฉีดฟิลเลอร์” ตัวที่นิยมใช้กันมาก
คือ Hyaluronic acid (HA) ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย มีความปลอดภัยสูง มีการนำสารมาเชื่อมต่อด้วยพันธะเคมี เพื่อให้มีความคงตัวทนต่อการสลายมากขึ้น อยู่ได้นาน 6 เดือน – 2 ปี แล้วแต่ชนิดของฟิลเลอร์
- คุณสมบัติเจลแตกต่างกันไปแล้วแต่จุดประสงค์ที่ต้องการใช้
- ส่วนใหญ่เนื้อเจลสามารถยึดเกาะกันได้ดี ป้องกันการไหลไปบริเวณข้างเคียง
- โอกาสแพ้น้อย ต่างจากสมัยก่อนที่ใช้เป็นสารในกลุ่ม Collagen ซึ่งแหล่งที่มาจากสัตว์ ต้องทดสอบผิวหนังก่อนฉีด เพราะมีโอกาสแพ้ได้
- คุณสมบัติสารที่ใช้ฉีดค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง
สารที่ฉีดเข้าไปจะกลายเป็นพังผืด ส่งผลเสียในอนาคตหรือไม่
สำหรับสารในกลุ่ม HA เวลาที่เราฉีดเข้าไปใต้ผิว โดยเฉพาะการฉีดระดับลึกถึงเหนือกระดูก สามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใย Collagen แข็งมาล้อมรอบฟิลเลอร์ได้ โดยจะมีเพียงปริมาณที่น้อยมาก แบบเดียวกับที่พบได้ในขบวนการซ่อมแซมผิวปกติทั่วไป ไม่ได้เป็นอันตราย โครงสร้างที่ล้อมรอบนี้ ช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น ไม่ได้ทำให้ผิวเปลี่ยนสภาพเกิดการผิดรูป
เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์สลายหายไป โครงสร้างนี้ยังช่วยให้ผิวมีความหนาขึ้นเล็กน้อยได้ด้วย แต่หากมีการฉีดซ้ำบ่อย ๆ ในบริเวณเดิมจะเหมือนเป็นการกระตุ้นให้ผิวเกิดบาดแผลซ้ำ ๆ หรือการฉีดที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ผิวอักเสบบอบช้ำมาก อาจเกิดการซ่อมแซมผิวที่มากเกินไป ทำให้เกิดการสร้างเส้นใย Collagen ที่หนาแข็งกว่าปกติ เรียงตัวไม่สวย กรณีนี้เองที่อาจทำให้กลายเป็นพังผืด เกิดลักษณะตึงรั้งผิวไม่เรียบให้เห็นจากภายนอกได้
นวัตกรรมการปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดเป็นอย่างไร
เป็นการใช้ฟิลเลอร์ ที่มีคุณสมบัติเนื้อเจลค่อนข้างแข็ง มีความคงตัวสูง มีความสามารถในการยกผิวได้ ฉีดในชั้นผิวที่ลึก เพื่อแทนที่กระดูกที่มีการยุบทรุดตัวจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย หรือฉีดเพื่อแทนที่ไขมันชั้นลึก (Deep Fat) โดยหากเป็นบริเวณที่มีการขยับหน้าเคลื่อนไหวบ่อย ควรเลือกเนื้อเจลที่มีคุณสมบัติสามารถแทรกซึมเข้ากับเนื้อเยื่อผิวโดยรอบได้ดีอีกด้วย
นอกจากนี้ จากคุณสมบัติ HA ที่สามารถดูดน้ำอุ้มน้ำ จึงมีที่นำมาใช้เพิ่ม เช่น บริเวณริมฝีปาก เพื่อให้ปากดูอวบอิ่ม ลดรอยแห้งยับย่นบริเวณริมฝีปากได้ หรือใช้ตัวที่เนื้อเจลบางเบา มีคุณสมบัติกระจายตัวเข้ากับเนื้อเยื่อผิวได้ดี ฉีดในชั้นผิวที่ตื้น ช่วยให้ผิวมีความเรียบเนียนฉ่ำน้ำ ลดความแห้งหยาบของผิวได้อีกด้วย
ใครที่สามารถฉีด ปรับ รูปหน้าได้
คนที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ร่วมกับผิวหน้าขาด Volume เช่น
- เห็นร่องแก้มชัดขึ้น ร่วมกับ หน้าแก้มดูฟีบแบน เห็นร่องใต้ตาชัดขึ้น
- แก้มตอบบริเวณหน้าหู เห็นเป็นแนวต่างระดับกับบริเวณกระดูกโหนกแก้มที่อยู่ทางด้านบน
- มีร่องน้ำหมาก กระเปาะไขมันแก้มด้านล่างกองลงมาเห็นชัด กรอบหน้าไม่ชัด
ข้อควรระวัง สำหรับผู้ที่มีประวัติทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น
- แอสไพริน
- ทานวิตามิน อาหารเสริม เช่น Fish oil, Vitamin E
ควรหยุดยาก่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และผู้ที่มีการติดเชื้อผิวหนังบริเวณที่จะทำการรักษา เช่น สิวอักเสบให้งดเว้นก่อน ไม่ควรฉีดช่วงที่ผิวมีการอักเสบติดเชื้อ
ฉีดหน้าสวย แบบปลอดภัย
นอกจากการเลือกสารฉีดที่ได้คุณภาพแล้ว แพทย์ผู้ทำการรักษามีส่วนสำคัญ การวิเคราะห์ปัญหา เพื่อเลือกวิธีการรักษา เลือกชนิดสารที่ฉีดให้เหมาะกับบริเวณที่จะทำการแก้ไข เทคนิคในการฉีด การวางตำแหน่งฟิลเลอร์ หากฉีดในชั้นผิวที่ถูกต้อง สามารถเห็นผลการรรักษาได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาในปริมาณมาก
การฉีดฟิลเลอร์ที่มากเกินไป จะกลายเป็นหน้าล้น Overfill ได้ในอนาคต หรือการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หากฉีดตื้นเกินไปจะทำให้เห็นเป็นเงาสีน้ำเงินใต้ตา หรือเวลายิ้มจะเห็นก้อนนูนชัดขึ้นได้ นอกจากการฉีด เพื่อแก้ไขปัญหา หรือให้สวยงามแล้ว ยังต้องระวังอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ตำแหน่งที่มีเส้นเลือดสำคัญเพื่อป้องกันการเกิด เส้นเลือดอุดตันหรือเกิดการกดทับจากฟิลเลอร์ที่มากเกินไป การทำความสะอาดเตรียมผิวก่อนและในขณะฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่แพทย์ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน
