การตรวจเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม เทคโนโลยีที่ช่วยคัดกรอง และตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น

Image

แชร์


ดิจิตอลแมมโมแกรม คืออะไร?

ดิจิตอลแมมโมแกรม (Digital Mammography) เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้รังสีเอกซ์ (X-ray) ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการตรวจเต้านม โดยภาพที่ได้จะถูกบันทึกและประมวลผลในรูปแบบดิจิตอล แทนที่จะเป็นฟิล์มเอกซเรย์แบบดั้งเดิม ทำให้ภาพมีรายละเอียดสูงและสามารถปรับแต่งความคมชัดของภาพและช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อเต้านมได้ชัดเจนมากขึ้น

 

ข้อดีของการตรวจด้วยดิจิตอลแมมโมแกรม

 

  1. ให้ภาพคมชัดและสามารถปรับแต่งได้

สามารถซูมเข้าไปดูบริเวณที่น่าสงสัยและปรับค่าความคมชัดของภาพได้ ช่วยให้แพทย์ตรวจพบความผิดปกติขนาดเล็กได้ง่ายขึ้น

  1. ลดปริมาณรังสีที่ได้รับ

ใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าการตรวจด้วยฟิล์มแมมโมแกรมแบบเดิม ทำให้ปลอดภัยมากขึ้นต่อผู้เข้ารับการตรวจ

  1. ตรวจและวินิจฉัยได้รวดเร็วขึ้น

เนื่องจากเป็นระบบดิจิตอล แพทย์สามารถดูภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการล้างฟิล์ม ทำให้กระบวนการวินิจฉัยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

  1. เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมหนา

สำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมหนา เช่น ผู้หญิงอายุน้อย การตรวจด้วยดิจิตอลแมมโมแกรมจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อได้ดีกว่าการใช้ฟิล์มแมมโมแกรมแบบเดิม

  1. สามารถเปรียบเทียบผลการตรวจครั้งก่อนหน้าได้ง่าย

ภาพดิจิตอลสามารถจัดเก็บไว้ในระบบ PACS (Picture Archiving and Communication System) ทำให้สามารถเปรียบเทียบกับภาพจากการตรวจครั้งก่อน ๆ ได้สะดวก

 

ประเภทของดิจิตอลแมมโมแกรม

 

  1. 2D Digital Mammography

เป็นการถ่ายภาพเต้านมจากสองมุม (ด้านบน-ล่าง และด้านข้าง) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป

 

  1. 3D Digital Mammography (Tomosynthesis)

เป็นเทคโนโลยีที่สามารถสร้างภาพเต้านมเป็นภาพตัดขวางบาง 1 mm. (คล้าย CT Scan) ช่วยให้แพทย์เห็นภาพรายละเอียดมากขึ้น ลดการซ้อนทับ และสามารถตรวจพบความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ได้ดีกว่า 2D

 

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจดิจิตอลแมมโมแกรม?

 

  • สตรีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรมเป็นประจำทุกปีตามคำแนะนำของแพทย์
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
  • ผู้ที่คลำพบก้อนเนื้อในเต้านม หรือมีอาการผิดปกติ เช่น มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม

 

ข้อจำกัดของการตรวจดิจิตอลแมมโมแกรม

 

  • อาจไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุน้อยมาก (ต่ำกว่า 35 ปี) เนื่องจากเนื้อเยื่อเต้านมยังมีความหนาแน่นสูง ทำให้ผลการตรวจอาจไม่ชัดเจน
  • โอกาสเกิดผลบวกลวงหรือผลลบลวง อาจทำให้ต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์เต้านมหรือการตรวจชิ้นเนื้อ

 

การตรวจเต้านมด้วย ดิจิตอลแมมโมแกรม เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งเต้านมมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้ภาพที่คมชัด ใช้ปริมาณรังสีน้อย และสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและได้ผลดีขึ้น สำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปหรือผู้ที่มีความเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีของตนเอง

Loading...

แชร์


Loading...