ในปัจจุบัน ภาวะ PCOS (Polycystic Ovarian Syndrome) หรือถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้หญิง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมน และปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย
ภาวะ PCOS (Polycystic Ovarian Syndrome) คืออะไร?
POCS เป็นภาวะที่รังไข่มีลักษณะเป็นถุงน้ำเล็กๆ หลายใบทั้ง 2 ข้าง เกิดจากการมีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง ซึ่งนำไปสู่การมีลักษณะทางกายของการมีฮอร์โมนเพศชายที่สูงกว่าปกติ เช่น การเป็นสิว ผิวมัน ผมร่วง หรือมีขนดก มีหนวด เป็นต้น ผู้ป่วยในกลุ่มนี้มักมีลักษณะของประจำเดือนที่ผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือมากะปริบกะปรอย และนำไปสู่การมีเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ ซึ่งอาจตามมาด้วยโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้
สาเหตุของการเกิดภาวะ PCOS
มีข้อมูลที่ชี้ว่า สาเหตุของการเกิดภาวะ PCOS นั้น เกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายในของตัวผู้ป่วยเอง เช่น กรรมพันธุ์ และจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือการใช้อาหารเสริมบางกลุ่มที่ทำให้การทำงานของรังไข่ผิดปกติ อันนำไปสู่การไม่ตกไข่เรื้อรัง
กรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกิดภาวะ PCOS หรือไม่?
มีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ภาวะ PCOS มีความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ โดยพบว่ามารดาที่มีภาวะ PCOS มีโอกาสที่บุตรสาวจะมีภาวะ PCOS สูงกว่าปกติถึง 5 เท่า
อาการแบบไหนเสี่ยงที่จะเป็น PCOS?
ผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้มีโอกาสเป็น PCOS
- มีลักษณะทางร่างกายที่แสดงออกถึงภาวะการมีฮอร์โมนเพศชายสูง เช่น เป็นสิวที่หลัง ที่คาง หรือมีขนดก
- ประจำเดือนผิดปกติ เช่น ประจำเดือนขาด ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ หรือมากะปริบกะปรอย
- มีภาวะอ้วน หรือเป็นโรคเบาหวาน
- มีภาวะมีบุตรยาก
- ทำการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) แล้วพบลักษณะถุงน้ำหลายใบที่รังไข่
แนวทางในการรักษาภาวะ PCOS
- การปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- การรักษาด้วยยาเพื่อลดระดับภาวะดื้อฮอร์โมนอินซูลิน เนื่องจากภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรังจะทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานที่ผิดปกติ คล้ายกับผู้ป่วยเบาหวาน
- ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการมีบุตร พิจารณาการให้ยากระตุ้นการตกไข่ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยาก
- การป้องกันภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติอันจะนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มักพิจารณาการให้ยาฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสเตอโรน หรือยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมชนิดฮอร์โมนต่ำ
การป้องกันการเกิดภาวะ PCOS
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดอาหารประเภทไขมัน แป้ง และน้ำตาลสูง เพื่อป้องกันภาวะอ้วน
- สังเกตความสม่ำเสมอและปริมาณของประจำเดือนว่าปกติหรือไม่ ซึ่งโดยปกติรอบประจำเดือนควรจะอยู่ในช่วงไม่เร็วกว่า 21 วัน และไม่ช้ากว่า 40 วัน
- หลีกเลี่ยงอาหารเสริมที่อาจก่อให้เกิดภาวะฮอร์โมนเพศหญิงผิดปกติ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะไข่ไม่ตก
- พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
