ทำไงดี?...เมื่อมีลูกยาก

Image

แชร์


ทำไงดี?...เมื่อมีลูกยาก

ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า ปัญหาการมีบุตรยากมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเทียบกับสมัยก่อน เนื่องจากวิถีชีวิตของคนสมัยนี้เปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก ผู้หญิงและผู้ชายต่างก็ดิ้นรนทำงานหนักเพื่อความอยู่รอด การแต่งงานเร็วเหมือนคนสมัยก่อนจึงไม่ค่อยจะมีให้เห็นมากนัก เพราะสมัยนี้บางคนก็ต้องรอให้เรียนจบปริญญาตรี ช่วงอายุ 22-23 ปี หรือบางคนก็ต้องเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก กว่าจะจบก็ 30 กว่าแล้วจึงแต่งงาน และบางคู่ก็รอทำงานเก็บเงินไปชักระยะหรือมักจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่ารอให้พร้อมก่อน แล้วค่อยคิดมีลูก ซึ่งความสามารถในการมีลูกของผู้หญิงอายุ 20 กว่า กับ 30 กว่า แตกต่างกันมาก

 

สำหรับผู้ที่มีปัญหามีบุตรยากสมัยก่อนกำหนดว่า ถ้าพยายามมีบุตรแล้ว 1 ปี แต่ยังไม่มีบุตร ค่อยไปพบแพทย์ แต่สำหรับปัจจุบันจากสาเหตุที่คู่สมรสต้องการมีบุตรเมื่ออายุมากขึ้น จึงกำหนดว่า ถ้าหากผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 35 ปี กำหนดไว้ 1 ปี อายุ 35-40 ปี กำหนดไว้ 6 เดือน แต่ถ้าอายุมากกว่า 40 ปี กำหนดไว้ 3 เดือน สำหรับความพยายามแล้วแต่ไม่มีบุตร แล้วจึงไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

 

เมื่อมาพบแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก แพทย์จะทำการชักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ซึ่งโดยสาเหตุส่วนใหญ่จะมาจากฝ่ายหญิงประมาณ 60% และฝ่ายชายประมาณ 40%

 

และเมื่อพบสาเหตุที่แท้จริงแล้วแพทย์ก็จะทำการรักษาต่อไป แต่หากยังไม่มีการตั้งครรภ์ หรือกรณีไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แพทย์ก็จะทำการรักษาตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

 

1. การฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก Intrauterine Insemination (IUI) หรือการผสมเทียม

เป็นวิธีการคัดเลือกเชื้ออสุจิที่แข็งแรงเพื่อฉีดกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิของไข่และอสุจิ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นอีกด้วย

 

นอกจากนี้ การผสมเทียมยังเป็นวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องเชื้ออสุจิไม่ปกติ แต่ผู้หญิงมีมดลูกที่ดี โดยจะทำการกระตุ้นไข่ คัดเชื้ออสุจิ และนำเชื้ออสุจิที่แข็งแรงมาฉีดเข้าไปในโพรงมดลูก

 

 

2. การทำเด็กหลอดแก้ว หรือการทำอิ๊กซี่ (Intracytoplasmic Sperm Injection, ICSI)

เป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำเด็กหลอดแก้ว แต่แตกต่างกันตรงที่มีการคัดอสุจิที่ดีที่สุด ฉีดเข้าไปที่เซลล์ไข่โดยตรงให้เกิดการปฏิสนธิ เลี้ยงตัวอ่อนไว้ 3 – 5 วัน แล้วใส่ตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูกให้เกิดการฝังตัว

 

สำหรับการทำเด็กหลอดต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ขั้นตอนไม่ยุ่งยากมากนัก และผู้ป่วยก็ไม่จำเป็นต้องนอนพักโรงพยาบาล ทั้งผลสำเร็จก็สูงขึ้นจากเดิมประมาณ 20% เพิ่มเป็นประมาณ 40% ทำให้ผู้มีปัญหามีบุตรยากอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

 

ส่วนสำหรับคู่ไหนที่เข้าข่ายมีบุตรยาก ก็อย่ารอช้านะครับ ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วง

แชร์


Loading...