โรคท้องเสีย

Image

แชร์


โรคท้องเสีย

ท้องเสีย โรคที่ใกล้ตัวทุกคนแบบสุดๆ เพราะใครๆ ก็อาจต้องเผชิญกับโรคท้องเสียกันได้แบบไม่ทันตั้งตัว ท้องเสีย หรืออุจจาระร่วง (Diarrhea) หมายถึงการถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายเป็นมูก ตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไปต่อวัน หากท้องเสียมีอาการไม่เกิน 2 สัปดาห์ เรียกว่าท้องเสียแบบเฉียบพลัน แต่หากนานกว่านั้นจะเรียกว่า ท้องเสียแบบเรื้อรัง

 

เหตุผลที่เกิดการท้องเสีย เนื่องมาจากร่างกายได้รับเชื้อโรค และเชื้อโรคจะสร้างสารพิษออกมาทำปฏิกิริยาต่อเยื่อบุผนังของทางเดินอาหาร ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียและปวดท้อง อาการปวดท้องมักมีลักษณะบีบและคลายสลับกัน ความรุนแรงของอาการขึ้นกับปริมาณของเชื้อและชนิดของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย หากร่างกายมีการสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

 

ท้องเสียมีสาเหตุจากการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด หรือมีเชื้อโรคเจือปนจึงเกิดการติดเชื้อ อาจมาจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิ อีกทั้งอาจเกิดขึ้นจากการรับประทานยาบางชนิด การรับประทานอาหารที่มีรสจัด แพ้อาหารบางชนิด โรคตับอ่อนอักเสบ หรือได้รับการฉายแสงรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น

ท้องเสียสามารถแบ่งออกตามลักษณะของอุจจาระ ได้แก่

  • ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำ
  • ท้องเสียถ่ายเป็นมูก เป็นมูกเลือด

โรคท้องเสีย เป็นอีกหนึ่งโรคที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องปกติ สามารถหายได้เอง แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ท้องเสียมากๆ ส่งผลอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นมีอาการเช่นไรควรมาพบแพทย์

  •  อาเจียนรุนแรง
  •  มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  •  อุจจาระเป็นมูก มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
  •  ปวดท้องมากร่วมกับท้องเสีย
  •  อ่อนเพลียมาก
  •  มีอาการนานกว่า 48 ชม.
  •  อุจจาระมีเลือดปน

การวินิจฉัยโรค

แพทย์จะซักถามประวัติ อาการ การรับประทานอาหาร การรับประทานยา จำนวนการถ่ายอุจจาระ ลักษณะการถ่ายอุจจาระ กลิ่นสี ในบางรายอาจส่งตรวจเพิ่มเติม

การรักษาและการดูแลตนเอง

  • แพทย์จะรักษาและป้องกันภาวะขาดน้ำตามอาการความเหมาะสม ในบางกรณีอาจให้ยาปฏิชีวะ ยาบรรเทาอาการปวดท้อง สารละลายเกลือแร่ ยาลดไข้ สำหรับกรณีท้องเสียรุนแรงอาจต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำและรักษาตามดุลพินิจของแพทย์
  • ควรรับประทานอาหารที่สะอาด อาหารอ่อน เหลว ปรุงสุกใหม่ และจืด
  • ดื่มน้ำสะอาด
  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังออกจากห้องน้ำทุกครั้ง
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 

พญ. ศิรินทร์ทิพย์ ศรีเดิมมา
แพทย์หัวหน้าศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและโรคตับ
โรงพยาบาลพญาไท 3
Loading...

แชร์


Loading...