กรดไหลย้อน โรคที่ใครๆ ก็เป็นได้

Image

แชร์


กรดไหลย้อน โรคที่ใครๆ ก็เป็นได้

กรดไหลย้อน โรคที่ใครๆ ก็เป็นได้

สำหรับในปัจจุบันโรคกรดไหลย้อนได้กลายเป็นโรคที่เราทุกคนต่างคุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ในออฟฟิศ ต่างได้ยินชื่อโรคนี้ได้บ่อยๆ เพราะมีคนจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับโรคนี้ เพราะกล่าวได้ว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต
กรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease : GERD) เกิดจากการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารกลับไปที่หลอดอาหาร ซึ่งก็คือหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายที่กั้นระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารคลายตัว จึงทำให้ของเหลว หรือกรดสามารถล้นจากกระเพาะอาหารไปยังหลอดอาหาร

ลักษณะอาการของโรคกรดไหลย้อน

ได้แก่

  • แสบร้อน กลางหน้าอก
  • เรอเปรี้ยว ขมปากและคอ หรือรู้สึกมีของเหลวย้อนกลับมายังหลอดอาหาร

 

กรดไหลย้อนในบางครั้งอาจไม่มีอาการเฉพาะของโรคดังที่กล่าวไปข้างต้น แต่อาจมีอาการที่ไม่ใช่ลักษณะเฉพาะ เช่น

  • เจ็บหน้าอก
  • ฟันผุ มีกลิ่นปาก
  • เสียงแหบ
  • หอบเหนื่อย
  • ไอเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

 

อาการที่พบบ่อย มีดังนี้

  • รู้สึกคล้ายมีก้อนอยู่ในลำคอ
  • ระคายคอตลอดเวลา
  • ไอเรื้อรัง
  • รู้สึกมีรสเปรี้ยวของกรดในปาก

การตรวจวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย การซักประวัติเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทราบถึงแนวทางการใช้ชีวิตและข้อมูลโดยละเอียดของคนไข้ กรณีผู้ที่มีอาการบ่งชี้ชัดเจน และไม่มีความผิดปกติด้านอื่นๆ แพทย์สามารถระบุโรคที่ชัดเจนได้ทันที แต่กรณีที่อาการไม่ชัดเจน ต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันโรคและหาความผิดปกติอื่นๆ

การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหาร ส่วนใหญ่จะทำหลังจากรับประทานยาประมาณ 4 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีข้อบ่งชี้โรคอื่นๆ

การรักษาโรคกรดไหลย้อน สามารถทำได้หลายวิธี

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นแนวทางที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะอาการของโรคกรดไหลย้อนสามารถดีขึ้นด้วยการปรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างดังนี้

  • หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด ได้แก่ ชา กาแฟ น้ำอัดลม อาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด รสเผ็ด ผลไม้รสเปรี้ยว ช็อกโกแลต เป็นต้น
  • รับประทานอาหารมื้อเย็นห่างจากการเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  • รับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • นอนตะแคงด้านซ้าย
  • นอนให้ศีรษะสูงประมาณ 6 นิ้ว
  • หลีกเลี่ยงความเครียด
2. การรับประทานยา ยาเป็นแนวทางการรักษาที่ได้ผลกับคนไข้โดยส่วนใหญ่ เช่น
  • ยาลดกรด ลดความเป็นกรดของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร
  • ยาเคลือบกระเพาะอาหาร
3. การผ่าตัด พิจารณาเป็นรายบุคคล สำหรับผู้ที่จะรักษาด้วยการผ่าตัดได้แก่ กรณีที่รักษาด้วยยาและอาการไม่ดีขึ้น มีข้อห้ามในการรับประทานยา หรือเป็นซ้ำบ่อยหลังหยุดการรักษาด้วยยา

 

โรคกรดไหลย้อนไม่ใช่โรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต จึงทำให้คนส่วนใหญ่ละเลยไม่รีบมาพบแพทย์ตั้งแต่ต้น เมื่อปล่อยไว้อาจเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ และเสียโอกาสในการรักษาด้วยวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จึงทำให้การรักษายากมากขึ้นและต้องทรมานกับอาการที่เกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อพบความผิดปกติจึงควรรีบปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ต้น
พญ. ศิรินทร์ทิพย์ ศรีเดิมมา
แพทย์หัวหน้าศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและโรคตับ
โรงพยาบาลพญาไท 3
Loading...

แชร์


Loading...

กรดไหลย้อน โรคที่ใครๆ ก็เป็นได้