รู้หรือไม่ว่าการระบาดของโรคอุจจาระร่วงทั่วโลก เป็นสาเหตุให้เด็กอย่างน้อย 600,000 รายในประเทศกำลังพัฒนาต้องเสียชีวิตในแต่ละปี โดยมีสาเหตุอันดับต้นๆ คือ เชื้อไวรัสโรต้า (Rotavirus gastroenteritis) … ทำไมเชื้อไวรัสตัวนี้ถึงอันตราย มาฟังคำตอบของ พญ.ภณิดา แสวงศักดิ์ กุมารแพทย์โรคทางเดินอาหารและโรคตับ ศูนย์สุขภาพเด็ก รพ.พญาไท 3 กันดีกว่า
พฤติกรรมแบบนี้ เสี่ยงรับเชื้อไวรัสโรต้า
พญ.ภณิดา อธิบายว่า ไวรัสนี้จะเข้าสู่ร่างกายทางปาก จากการรับประทานอาหาร น้ำดื่มที่มีการปนเปื้อน หรือการสัมผัสกับพื้นผิวที่มีการปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงการดูดนิ้วของเด็กๆ เมื่อไวรัสโรต้าเข้าสู่ร่างกายจะใช้ระยะฟักตัวประมาณ 48-72 ชั่วโมง แล้วทำลายเยื่อบุผิวลำไส้ ทำให้ขาดเอนไซม์แล็กเทส (lactase) ส่งผลให้ย่อยน้ำตาลในนมไม่ดี และยังทำให้การดูดซึมน้ำและเกลือแร่ของผนังลำไส้ลดลง เกิดอุจจาระร่วงรุนแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำตามมาด้วย
หากลูกหลานมีอาการแบบนี้ พบแพทย์ด่วน
เบื้องต้น เด็กที่ได้รับเชื้อจะมีไข้ซึ่งคนที่อาการรุนแรงจะมีไข้สูง 38-39 องศาเซลเซียส คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำปริมาณมากนาน 2-7 วัน (มีมูกปนได้ร้อยละ 20) เด็กจะปวดท้องแต่การตรวจร่างกายมักจะไม่มีอาการปวดเฉพาะที่หรือปวดเกร็งของหน้าท้องในการตรวจร่างกาย หงุดหงิด งอแง หรือเซื่องซึม และมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ หูอักเสบ และปอดอักเสบ
แต่หากมีอาการแบบนี้ พญ.ภณิดา แนะนำว่าให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
- ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำจำนวนมากร่วมกับอาเจียน หรือกินได้น้อย จนนำไปสู่ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่
- ถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือดร่วมกับมีไข้สูง
- มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ได้แก่ ปัสสาวะออกน้อย ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป ซึม กระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ชีพจรเร็วและเบา เป็นต้น
- ปวดท้องร่วมกับกดเจ็บบริเวณช่องท้อง หรือหน้าท้องแข็งตึง อาเจียนมีน้ำดีปน ควรคิดถึง โรคทางศัลยกรรม เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้กลืนกัน ลำไส้อุดตัน
ผู้ป่วยกลุ่มนี้… เสี่ยง ขาดน้ำรุนแรง
พญ.ภณิดา อธิบายว่า ผู้ป่วยที่จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษได้แก่
- ผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆอยู่แล้ว
- อาการรุนแรง คือ อาเจียนมากกว่า 4 ครั้งต่อวัน หรือ ถ่ายอุจจาระมากกว่า 8 ครั้งต่อวัน
อาจมีอาการอาเจียนหรือถ่ายรุนแรง กินได้น้อยมาก หรือขาดน้ำรุนแรงซึ่งอาจเกิดอันตรายจากการขาดน้ำและเกลือแร่ ทำให้เกิดภาวะช็อค ความดันโลหิตต่ำ ควรเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาล ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ยาแก้ตามอาการและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
วินิจฉัยและรักษาอย่างไร เมื่อติดเชื้อไวรัสโรต้า
แพทย์จะวินิจฉัยจากประวัติและการตรวจร่างกายเป็นสำคัญ และสามารถตรวจเพิ่มเติมโดยเก็บอุจจาระส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาแอนติเจนของไวรัสในอุจจาระ และความจำเพาะอยู่ที่ร้อยละ 90
ส่วนการรักษา พญ.ภณิดา บอกว่าปัจจุบันยังไม่มียาเฉพาะในการกำจัดเชื้อไวรัสนี้ การรักษาจึงเป็นการดูแลแบบประคับประคองแก้ไขภาวะขาดน้ำและเสียสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย รวมทั้งให้อาหารที่เหมาะสมตามวัย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาการจะดีขึ้นใน 5-7 วัน
ป้องกันตัวเองจากไวรัสโรต้าอย่างไร
- ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของอาการ ลดเวลานอนโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าได้
- โดยทั่วไปคือการใส่ใจสุขอนามัย “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” จะช่วยลดปัญหาการติดเชื้อและแพร่เชื้อได้
