สุขภาพของคนข้ามเพศ (TRANSGENDER) ต้องดูแลทั้งกายและใจ

Image

แชร์


คนข้ามเพศ คือ คนที่มีเพศสภาพและเพศกำเนิดไม่สอดคล้องกัน ปัจจุบันในทางการแพทย์ใช้  DSM-5 ในการวินิจฉัย โดยใช้เกณฑ์ของอาการเพียง 2 ใน 6 ข้อ โดยต้องเป็นมาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน และก่อให้เกิดความทุกข์ใจหรือมีความคับข้องใจ (GENDER DYSPHORIA) จนจำเป็นต้องเข้ารับการบริการเพื่อการข้ามเพศ ทั้งชายที่ต้องการเปลี่ยนเป็นหญิง และหญิงที่ต้องการเปลี่ยนเป็นชาย

 

ขั้นตอนการดูแลเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเพศตรงตามอัตลักษณ์ทางเพศ

  1. ประกาศตนเองต่อสังคม
  2. รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์ว่าเป็น GENDER DYSPHORIA โดยไม่ได้มีโรคหรือภาวะผิดปกติทางจิตที่อาจมาด้วยอาการคล้ายกัน จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด
  3. ยับยั้งการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ในรายที่อายุยังน้อย เพื่อรอเวลาในการวินิจฉัยให้ชัดเจนก่อนจะชักนำด้วยการรักษาให้เป็นเพศที่ตรงกับจิตใจและตัวตนของคนไข้ในภายหลัง
  4. เปลี่ยนแปลงร่างกายด้วยวิธีการต่างๆ โดยไม่ได้ใช้ฮอร์โมนและการผ่าตัด เช่น ชายข้ามเพศ เล่นกล้าม รัดหน้าอก หรือหญิงข้ามเพศ ใส่วิกผม แรเงาร่องอก ใส่ซิลิโคนเสริมด้านนอก เป็นต้น
  5. วินิจฉัยถูกต้อง พิจารณาใช้ฮอร์โมน การผ่าตัดตกแต่งใบหน้า ผ่าตัดหน้าอก และการผ่าตัดแปลงเพศในรายที่ต้องการและมีความพร้อม

 

หลักการให้ฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศ

  • ควรให้คำแนะนำเรื่องภาวะเจริญพันธุ์ เรื่อง ธนาคารอสุจิ การแช่แข็งไข่ เพื่อโอกาสของการมีบุตรของตนเอง หากมีกฎหมายรองรับในอนาคต
  • กดการสร้างฮอร์โมนเพศกำเนิดตาม WPATH (World professional association transgender health) เริ่มใช้ตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครอง
  • เพิ่มฮอร์โมนเพศใหม่ ให้เป็นเพศที่ตรงกับจิตใจ
  • มีมาตรการความปลอดภัย โดยคัดกรองและลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ฮอร์โมน ใช้ฮอร์โมนในขนาดไม่สูงเกินไปแต่ได้ผลและตรวจติดตามระดับฮอร์โมนและเฝ้าระวังผลข้างเคียงเป็นระยะตามมาตรฐาน

หลักเกณฑ์การผ่าตัดเพื่อการข้ามเพศ

คนไข้ต้องได้รับฮอร์โมนและได้ทดลองใช้ชีวิตอย่างอิสระในเพศที่ตรงกับจิตใจอย่างน้อย
1 ปี  ตาม WPATH (World professional association  transgender health) สามารถผ่าตัดได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครอง หรืออายุครบ20 ปีบริบูรณ์ สามารถเซ็นหนังสือยินยอมได้ด้วยตนเอง โดยขั้นตอนการผ่าตัดแปลงเพศ ต้องใช้ใบรับรองจากจิตแพทย์ 2 ท่าน

การดูแลด้านอื่นๆ

  • ควรประเมินภาวะสุขภาพจิตของคนข้ามเพศอย่างสม่ำเสมอ
  • ให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิด เลือกวิธีที่ได้ผลและเหมาะกับแต่ละคน
  • ให้คำแนะนำเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการป้องกัน
  • คัดกรองภาวะมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก และภาวะกระดูกพรุน ตามข้อแนะนำมาตรฐาน

ผู้ให้บริการแก่คนข้ามเพศ

ควรมีทัศนคติทางบวก เป็นมิตร สุภาพ เห็นอกเห็นใจ เคารพสิทธิ์ไม่แตกต่างจากคนทั่วไป ใช้คำกลางๆ หลีกเลี่ยงการใช้คำที่บ่งบอกถึงเพศ ไม่ใช้คำที่ผิดปกติจากคนทั่วไป ขออนุญาตและบอกเหตุผลหากจำเป็นต้องซักประว้ติเพื่อเก็บข้อมูลในประเด็นที่อาจกระทบจิตใจคนข้ามเพศ ควรสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีต่อข้อมูลคำตอบเพราะเรื่องเพศมีความหลากหลาย ไม่ตัดสินแต่ควรให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ หากเห็นควรว่าคนไข้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามบรรทัดฐานที่เหมาะสม

 

พญ.พุธชาต ล้ำเลิศกิตติกุล

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ

สูติ-นรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ทางเพศ

ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 3

Loading...

แชร์


Loading...