อยู่อย่างไรให้ห่างไกล...โรคไตจากเบาหวาน?

Image

แชร์


อยู่อย่างไรให้ห่างไกล...โรคไตจากเบาหวาน?

เบาหวานกับโรคไตเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

โดยส่วนใหญ่ที่เราเข้าใจกันเกี่ยวกับไต คือจะรู้กันดีว่า “ไต” เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย แต่จริงๆ แล้ว ไตยังมีหน้าที่และความสำคัญอีกหลายอย่าง…

“นอกเหนือจากการขับของเสียออกจากร่างกาย ไตยังมีหน้าที่ควบคุมความสมดุลของน้ำกับเกลือแร่ในร่างกาย เช่น ถ้าเราดื่มน้ำเยอะ น้ำในร่างกายมีมากเกินความต้องการ ไตก็จะขับออก รวมถึงไตยังทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนหรือวิตามินบางตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ฮอร์โมนสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งถ้าคนไข้ที่เป็นโรคไต ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนตัวนี้ได้ก็จะสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อย คนไข้ก็จะมีโรคโลหิตจาง

ส่วนสาเหตุที่เบาหวานทำให้เกิดโรคไตได้นั้น จริงๆ แล้วมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน แต่หลักใหญ่ก็คือ การที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงนั้น จะทำให้เกิดสารพิษตัวหนึ่งซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดกลไกต่างๆ ที่ทำลายเนื้อไต จนทำให้เป็นโรคไตเรื้อรังได้

บางคนอาจจะเข้าใจว่า การกินยารักษาเบาหวานนานๆ จะทำให้เกิดโรคไต แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย! เพราะยารักษาเบาหวานเป็นสิ่งที่จำเป็นในควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ การที่ระดับน้ำตาลในเลือดของคนไข้เบาหวานสูงอยู่เรื่อยๆ อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไตได้มากกว่า ตัวยาเบาหวานจริงๆ จึงแทบจะไม่ได้มีผลในการทำลายเนื้อไตเลย”

เบาหวาน = โรคไต

แม้ว่าเบาหวานจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคไต แต่ก็มีคำอธิบายเพิ่มเติมจากแพทย์ว่า…
“ผู้ป่วยเบาหวานทุกคน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นโรคไต เพราะขึ้นอยู่กับอย่างแรกเลยคือ การควบคุมระดับน้ำตาลว่าควบคุมได้ดีเพียงใด แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้คนไข้ที่เป็นเบาหวานเป็นโรคไตได้ เช่น ความดันโลหิตสูง ถ้าผู้ป่วยเบาหวานคนนั้นมีความดันโลหิตสูงด้วย ก็จะเป็นปัจจัยร่วมในการทำให้เกิดโรคไต

อีกส่วนหนึ่ง ถ้าคนไข้อายุมาก ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้เป็นเบาหวานก็มีโอกาสเกิดโรคไตได้อยู่แล้ว ฉะนั้นยิ่งเป็นเบาหวานก็มีโอกาสเกิดโรคไตเพิ่มขึ้น รวมถึงความอ้วน ซึ่งคนอ้วนธรรมดาถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นเบาหวานก็เป็นโรคไตได้ ดังนั้นยิ่งมีโรคเบาหวานและอ้วนด้วยก็ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยง เพราะกลไกที่ทำลายไตจะเกิดคล้ายๆ กับคนที่เป็นเบาหวานเลย ซึ่งการเกิดโรคไตไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มของผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ป่วยโรคไตโดยตรงก็ไม่ต่างกัน”

อาการและการตรวจคัดกรอง

ในช่วงเริ่มแรกของโรคไต ผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการ ฉะนั้นเราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อทำการตรวจปัสสาวะของคนไข้ว่ามีตัวไข่ขาวรั่วมาในปัสสาวะหรือไม่ ซึ่งไข่ขาวนี่จะเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมา แล้วก็จะไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด จัดเป็นสารที่จำเป็นของร่างกาย โดยเลือดจะพาตัวไข่ขาวให้ไหลเวียน พอเวลาเส้นเลือดผ่านไต ถ้าไตเราปกติไข่ขาวก็จะผ่านไป ไหลเวียนไปเรื่อยๆ แต่ถ้าผ่านไปถึงแล้วไตเรามีโรคอยู่ ไข่ขาวก็จะรั่วออกมาในปัสสาวะ ถ้าเป็นแบบนี้ก็คือแสดงว่าคนไข้มีปัญหาที่ไตแล้ว

ส่วนวิธีที่สองที่จะตรวจพบได้ก็คือ การตรวจเลือดดูการทำงานของไต ดูอัตราการกรองของไต ถ้าอัตราการกรองของไตต่ำกว่าค่าปกติ ก็แสดงว่ามีโรคไตจากเบาหวาน นอกจากนี้การสังเกตตัวเองของคนไข้ ยังอาจดูได้จากปัสสาวะว่ามีฟองหรือไม่ รวมถึงมีอาการบวมที่เท้าซึ่งเป็นการแสดงอาการเริ่มต้นหรือเปล่าด้วย

ดูแลตัวเองแบบนี้ก็ไม่มีโรคไตจากเบาหวาน

เราทุกคน ควรดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคไต ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้…

“สิ่งแรกคือ ระวังอย่าให้เป็นเบาหวาน และมีความดันโลหิตสูง เพราะอย่างที่บอกว่าโรคเบาหวานเป็นสาเหตุหลักของการที่คนไข้เป็นโรคไต หรือประมาณ 30% ทำให้ต้องมาล้างไต เพราะฉะนั้นง่ายที่สุดก็คือ อย่าให้เป็นเบาหวาน พยายามหลีกเลี่ยงของหวาน ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ยิ่งถ้าใครมีความเสี่ยง คือมีกรรมพันธุ์ก็ต้องยิ่งระวังตัว เรื่องความดันโลหิตก็ต้องคอยตรวจดู อย่าให้มีภาวะความดันสูง”

เป็นโรคไตแล้ว ควรทำอย่างไร

สำหรับใครที่เป็นโรคไตแล้ว ยิ่งถ้าเป็นชนิดเรื้อรัง นั่นหมายความว่าไตเสื่อมมาเกิน 3 เดือนขึ้นไปแล้ว แบบนี้ก็จะไม่มีทางกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ถ้าเป็นในกรณีนี้การรักษาก็คือ เราก็จะพยายามชะลอให้ไตเสื่อมช้าที่สุด เพื่อยืดระยะเวลาที่ถึงขั้นต้องล้างไต ซึ่งก็จะแนะนำให้คุมน้ำตาลให้ดี รวมถึงต้องคุมความดันอย่าให้สูงเกินเกณฑ์ ซึ่งวิธีในการควบคุมก็คือการออกกำลังกาย และสุดท้ายก็จะมีการใช้ยาบางตัวเพื่อรักษาเรื่องไตด้วย

 

นพ.ศานต์ ตรีวิทยาภูมิ
อายุรแพทย์หัวหน้าศูนย์โรคไต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรศาสตร์โรคไต
ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลพญาไท 3

Loading...

แชร์


Loading...