“ฝีดาษลิง” ใกล้ตัวเราแค่ไหน ผื่นแบบใดที่ต้องระวัง!

Image

แชร์


“ฝีดาษลิง” ใกล้ตัวเราแค่ไหน ผื่นแบบใดที่ต้องระวัง!

แม้ไม่ใช่โรคใหม่ แต่การกลับมาระบาดในช่วงที่สถานการณ์ด้านสาธารณสุขของโลกยังไม่ปกติดีแบบนี้ ทำให้ “ฝีดาษลิง” สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนอยู่ไม่น้อย เพราะสามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่ง ทำให้เราก็มีโอกาสรับเชื้อมาได้โดยไม่รู้ตัว แต่ก่อนที่จะตื่นตระหนกไป เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่า โรคนี้เกิดจากอะไร รุนแรงแค่ไหน ป้องกันได้อย่างไร เพื่อจะได้รับมือกันอย่างมีสติและถูกวิธี

 

ฝีดาษลิง โรคประจำถิ่นของทวีปแอฟริกา

โรคฝีดาษลิง หรือ Monkeypox virus เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Orthopoxvirus ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเชื้อไวรัสที่ทำให้โรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ มักพบในสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ อย่าง หนู กระรอก กระต่าย และพบได้มากในพื้นที่แอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน และติดต่อจากคนสู่คนได้ โดยมีระยะฟักตัวก่อนแสดงอาการประมาณ 5-21 วัน แต่ส่วนใหญ่พบแสดงอาการในช่วง 10-14 วัน

 

ฝีดาษลิง ติดต่อกันอย่างไร?

ต้องแยกเป็น 2 รูปแบบ คือ การติดจากสัตว์สู่คน จะเกิดจากที่เราไปสัมผัสกับเลือด สารคัดหลั่ง ของสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมไปถึงการถูกสัตว์ที่ติดเชื้อกัด และการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ติดเชื้อโดยปรุงสุกไม่เพียงพอ ก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้ ส่วนกรณีการติดต่อจากคนสู่คนนั้น มักเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง รวมไปถึงการไอจาม หรือสัมผัสกับวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสโดยไม่รู้ตัว ยังไม่เคยมีการระบุว่า ฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ แต่เชื้อฝีดาษลิงสามารถส่งต่อกันได้ผ่านการสัมผัสกันโดยตรงระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

 

ฝีดาษลิง อันตรายแค่ไหน ผื่นแบบใดที่ต้องระวัง

ฝีดาษลิงส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง อาการที่พบ คือ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลีย และมีผื่นตามใบหน้า แขน ขา ซึ่งมักจะปรากฏขึ้นหลังจากเป็นไข้ได้ 3 วัน โดยผื่นจากฝีดาษลิงจะเป็นลักษณะผื่นที่เริ่มจากการเป็นจุดแดงๆ ก่อนจะมีลักษณะนูน เป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง และตกสะเก็ดในที่สุด ในช่วงที่มีผื่นเป็นตุ่มน้ำ-ตุ่มหนอง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะจะเป็นช่วงระยะเวลาที่สามารถแพร่เชื้อได้สูงสุด แต่หากผื่นเริ่มตกสะเก็ดแล้ว จะถือว่าพ้นจากระยะการแพร่เชื้อ สิ่งที่ควรรู้อีกอย่างหนึ่งคือผื่นของโรคฝีดาษลิงจะกินลึกถึงชั้นผิวหนังด้านใน ทำให้อาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้

 

ฝีดาษลิง กับ ไข้ทรพิษ ความเหมือนที่แตกต่าง

ความเหมือนที่ว่านี้คือเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกัน แต่ความแตกต่างที่ชัดเจนก็คือ “ความรุนแรง” ของอาการเมื่อติดเชื้อ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าฝีดาษลิงจะมีอาการที่รุนแรงน้อยกว่า พบอัตราการเสียชีวิตไม่เกิน 10% ขณะที่ฝีดาษหรือไข้ทรพิษจะติดต่อกันจากคนสู่คนง่ายกว่า ติดต่อผ่านการหายใจ ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กในลักษณะเดียวกับ COVID-19 จึงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30% แต่ปัจจุบันไม่พบการระบาดของไข้ทรพิษแล้ว และประเทศไทยก็ได้มีการยุติการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษแล้วตั้งแต่ปี 2523

 

วัคซีนฝีดาษ ป้องกันฝีดาษลิง ได้หรือไม่?

มีการศึกษาพบว่า การรับวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษในคน สามารถป้องกันฝีดาษลิงได้ถึง 85% เลยทีเดียว หรือในกรณีที่ติดเชื้อการได้รับวัคซีนก็อาจทำให้มีความรุนแรงของโรคลดลงได้ ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะมีการนำวัคซีนกลับมาใช้เพื่อป้องกันการระบาดในครั้งนี้หรือไม่

 

ป้องกันตัวเองอย่างไร? ให้ปลอดภัยจากฝีดาษลิง

คำตอบที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุด ก็คือ สวมหน้ากาก ล้างมือ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และทานอาหารที่ปรุงสุก สด ใหม่ เสมอ ดูแลตัวเองแบบนี้ ไม่ใช่แค่ลดความเสี่ยงจากฝีดาษลิง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากไข้หวัดใหญ่ และ COVID-19 ได้ไปพร้อมๆ กัน และแม้ว่าจะยังไม่เคยมีการระบุว่า ฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ Safe Sex ไว้ด้วยการสวมถุงยางอนามัย ไม่เปลี่ยนคู่นอน หรือจะให้ดีเว้นระยะการมีกิจกรรมในช่วงนี้ไปก่อน ก็เป็นการลดความเสี่ยงที่ดีเช่นเดียวกัน

Loading...

แชร์


Loading...

“ฝีดาษลิง” ใกล้ตัวเราแค่ไหน ผื่นแบบใดที่ต้องระวัง!