คุณพ่อคุณแม่จำนวนมากที่มีลูกน้อยวัยกำลังหัดพูด มักกังวลกับ ‘ปัญหาการพูดช้าของลูก’ เนื่องจากอาจมีความคาดหวังเป็นทุนเดิมที่อยากได้ยินเสียงพูดของลูกน้อยเร็วๆ และยิ่งหากได้เจอกับลูกของเพื่อนที่อยู่ในวัยเดียวกันที่เริ่มพูดได้แล้ว ก็อาจนำมาเปรียบเทียบกับลูกของตัวเองที่ยัง ‘ไม่ค่อยยอมพูด พูดช้า พูดไม่เป็นคำ หรือพูดไม่มีความหมาย’ จึงเกิดความกังวลว่าลักษณะที่ลูกของเราเป็นอยู่นั้นผิดปกติหรือไม่
ทั้งนี้ ปัญหาลูกพูดช้า นอกจากจะเกี่ยวข้องกับพัฒนาการแล้ว ยังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติอื่นๆ เช่น โรคเกี่ยวกับสมอง หรือเด็กที่มีสติปัญญาบกพร่อง ซึ่งกลุ่มนี้อาจมีเรื่องของพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อช้าร่วมด้วย รวมถึงกลุ่มเด็กออทิสติกก็จะมีปัญหาในการพูดการสื่อสาร เช่นกัน
คุณพ่อคุณแม่จะรู้ได้อย่างไร…ว่าลูกพูดช้าผิดปกติหรือไม่?
วิธีที่จะสังเกตว่าลูกน้อยของคุณพูดช้าหรือไม่ ดูได้จาก 2 ลักษณะ คือ ลูกเข้าใจภาษาหรือไม่? และลูกใช้ภาษาอย่างไร?
โดยปกติเมื่อเด็กอายุประมาณ 15 เดือน คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตว่า เจ้าตัวน้อยของคุณออกเสียงพูดที่มีความหมายบ้างหรือไม่ เช่น “หม่ำๆ” เวลาหิว หรือในกรณีที่พยายามสื่อสารหรือชวน เช่น “ปะๆ” ซึ่งในส่วนของความเข้าใจภาษา คือ เด็กควรจะเริ่มหันมอง ชี้ของที่อยากได้ หรือสิ่งที่ตนเองสนใจได้ แต่หากอายุ 15 เดือนแล้วยังไม่พูดคำที่มีความหมายเลย ไม่ตอบสนองกับคำถามง่าย ๆ แบบนี้ให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยว่า น่าจะมีความผิดปกติเกิดขึ้น
อีกวิธีการสังเกตหนึ่งคือ การสังเกตล่วงหน้าในช่วงที่เด็กอายุ 6-9 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กสามารถรับรู้หรือสื่อสารได้ เช่น เล่นจ๊ะเอ๋! หรือเล่นหัวเราะกับคนอื่นได้ หากไม่ยอมเล่นหรือทำตามคำสั่งง่ายๆ เพราะไม่เข้าใจ ลักษณะนี้คุณพ่อคุณแม่เริ่มสงสัยได้เลยว่าอาจมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
ลูกพูดช้าระดับไหนถึงควรพาไปพบแพทย์
| อายุ | พฤติกรรมพัฒนาการทางภาษา |
| แรกเกิด – 4 เดือน | ไม่ตอบสนองต่อเสียงในช่วงที่เด็กกำลังตื่นดี |
| 5-7 เดือน | ส่งเสียงน้อย หรือไม่ส่งเสียงอ้อแอ้ โต้ตอบกับผู้เลียงดู |
| 9-12 เดือน | ไม่หันหาเสียง ไม่ทำเสียงเลียนเสียงพยัญชนะอื่นนอกจาก “อ” |
| 15 เดือน | ไม่พูดคำที่มีความหมาย อย่างน้อย 1 คำ |
| 18 เดือน | ไม่เข้าใจหรือทำตามคำสั่งอย่างง่าย ไม่พูดคำที่มีความหมาย 3 คำ |
| 2 ปี | ไม่พูดคำที่มีความหมายต่างกัน 2 คำต่อเนื่องกัน พูดคำศัพท์น้อยกว่า 50 คำ |
| 2 ปีครั้ง | ไม่พูดเป็นวลียาว 3-4 คำ ยังทำเสียงไม่เป็นภาษา |
| 3 ปี | ไม่พูดเป็นประโยคสมบูรณ์คนอื่นฟังภาษาที่เด็กพูดส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ |
| 4 ปี | เล่าเรื่องสั้นๆไม่ได้ คนอื่นยังฟังภาษาที่เด็กพูดไม่เข้าใจเกินร้อยละ 25 |
การรักษาปัญหาลูกไม่พูดให้พูดได้…ต้องทำอย่างไร?
เมื่อรู้สึกว่าลูกน้อยมีความผิดปกติ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้พาลูกมาพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจก่อนว่ามีความผิดปกติทางร่างกายหรือไม่ ถ้าผลออกมาปกติ จึงทำการประเมินพัฒนาการในแต่ละด้านต่อไป เช่น “พัฒนาการด้านการได้ยิน” เรียกแล้วหันหรือไม่ ชอบมองหน้าหรือปากเมื่อต้องการสื่อสาร หรืออาจจะเล่นเสียงดังเพราะว่าไม่ได้ยิน วิธีการช่วยเหลือ คือ พบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อตรวจการได้ยิน และเข้ารับการบำบัดกับทีมสหวิชาชีพ (กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด อรรถบำบัด) เพื่อฝึกพูดต่อไป โดยทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับภาวะที่เด็กเป็นและดุลพินิจของแพทย์ ในเด็กบางรายอาจต้องใช้ยารักษาร่วมด้วยหากพบว่ามีปัญหาด้านอารมณ์ มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรืออยู่ไม่นิ่ง
แต่ในกรณีที่ลูกน้อยพูดช้าเพราะสาเหตุอื่น เช่น โรคทางสมอง พัฒนาการบกพร่อง อย่างในกรณีของเด็กออทิสติกที่มีทักษะด้านสังคมบกพร่อง เด็กจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโดยการปรับให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมากขึ้น เด็กต้องเข้ารับการฝึกกระตุ้นพัฒนาการ หรือกิจกรรมบำบัดผ่านกิจกรรมต่างๆ และเฝ้าติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อย่างน้อยที่สุดเด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้
ลูกพูดช้าอาจมาจากพ่อแม่พูดกับเด็กน้อยเกินไป
เมื่อลูกน้อยขาดการกระตุ้นทางภาษา กรณีเช่นนี้อาจเกิดจากคุณพ่อคุณแม่พูดหรือสื่อสารกับเด็กน้อยเกินไป หรือทำอะไรให้เขามากเกินไป รู้ใจลูกไปหมดทุกอย่าง ทำให้เด็กไม่ต้องร้องขอ เด็กจึงไม่มีโอกาสพูด ทำให้เด็กขาดทักษะในการกระตุ้นทางภาษา รวมไปถึงคุณพ่อคุณแม่มักจะเข้าใจผิด เปิดทีวีให้ลูกดูเพื่อให้เขาอยู่นิ่งๆ กับที่ แต่ความเป็นจริงแล้วทั้งทีวี โทรศัพท์มือถือมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ซึ่งหากเด็กอยู่กับสิ่งเหล่านี้มากจนเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กยิ่งพูดช้า เพราะไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับคนอื่น ขณะเดียวกันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กมีอาการสมาธิสั้นอีกด้วย
3 วิธีง่ายๆ ช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยพูด
- คุณพ่อคุณแม่พยายามพูดคุยกับลูกให้มากขึ้น ถามตอบสั้นๆ โดยใช้คำที่ง่ายและสั้น แล้วชื่นชมลูกเมื่อลูกให้ความร่วมมือ
- ไม่ปล่อยลูกน้อยไว้กับโทรทัศน์หรือโทรศัพท์มากเกินไป
- ควรให้ลูกทำกิจกรรม เช่น พูดในสิ่งที่ลูกสนใจ เล่านิทาน และดูรูปภาพ ซึ่งพ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิด
