เป็นที่น่าตกใจว่า! ในปี 2565 ที่ผ่านมา สถิติผู้ป่วยมะเร็งของสถาบันมะเร็งแห่งชาติได้เพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังพบว่าในแต่ละปี จะมีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 140,000 คน หรือราว 400 คนต่อวันเลยทีเดียว โดย 5 โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก ตามลำดับ
มะเร็งตับมีกี่ชนิด ?
- มะเร็งตับชนิดปฐมภูมิ ที่พบบ่อยคือ
- เกิดจากเซลล์เนื้อตับ ซึ่งพบบ่อยที่สุด
- เกิดจากเซลล์บริเวณท่อน้ำดี
- มะเร็งตับชนิดทุติยภูมิ คือ มะเร็งตับที่เกิดจากการแพร่กระจายมาจากมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งรังไข่ โดยกระจายมาที่เนื้อตับในเวลาต่อมา
ซึ่งหากแบ่งตามเพศจะพบว่า “มะเร็งตับและท่อน้ำดี” เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย โดยพบได้กว่า 33% ของมะเร็งที่เกิดในเพศชายเลยทีเดียว
ทำไมมะเร็งตับจึงพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
ถ้าพูดถึงสาเหตุการเกิดมะเร็ง กว่า 95% ล้วนเกิดจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม และมะเร็งตับที่พบส่วนมากจะมีสาเหตุมาจากภาวะตับแข็ง ซึ่งมักเกิดจากพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเพศชายก็เป็นนักดื่มมากกว่าเพศหญิง การดื่มนี้จึงส่งผลให้เพศชายเป็นมะเร็งตับมากกว่าเพศหญิง 2-3 เท่าเลยทีเดียว
ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็เสี่ยงมะเร็งตับได้
เพราะสาเหตุของมะเร็งตับ คือการที่เซลล์ตับมีการเจริญเติบโตผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งพิษจากแอลกอฮอล์มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เซลล์ตับเปลี่ยนแปลงจนเกิดภาวะตับแข็ง แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุเดียว เพราะยังมีอีกหลายสาเหตุ เช่น
- ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ก็มีโอกาสเสี่ยงไขมันพอกตับ ซึ่งนำไปสู่มะเร็งตับได้เช่นกัน
- ผู้ที่รับประทานอาหารปนเปื้อน โดยเฉพาะสารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) หรือเชื้อรา ที่พบมากในถั่วลิสง ธัญพืช พริกแห้ง กระเทียม ที่มีกรรมวิธีในการเก็บรักษาที่ไมเหมาะสม
- การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B หรือ C เรื้อรัง ก็เพิ่มโอกาสเสี่ยงมะเร็งตับได้เช่นกัน
เช็กสัญญานเตือน…อาการแบบนี้เสี่ยงมะเร็งตับ
มะเร็งตับในระยะเริ่มแรกมักไม่แสดงอาการ ทำให้สังเกตได้ยาก แต่เมื่อมะเร็งเริ่มลุกลาม อาจสังเกตอาการได้ดังนี้
- ทานอาหารแล้วอิ่มเร็วกว่าปกติ หรือทานได้น้อยลง
- เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
- น้ำหนักลดลงผิดปกติ
- คลำเจอก้อนที่หน้าท้อง ท้องบวม
- ปวดท้อง จุกเสียด แน่นท้อง
- ตาเหลือง ตัวเหลือง
- ขาบวม
- อาการนำจากภาวะตับแข็ง เช่น มีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระสีดำ
มะเร็งตับรักษาหายขาดหรือไม่?
แม้จะมีอันตรายสูง แต่มะเร็งตับก็เป็นมะเร็งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะหากพบเร็ว ตำแหน่งและขนาดของก้อนมะเร็งตับ รวมไปถึงจำนวนของก้อนมะเร็งตับที่กระจายอยู่ตามเนื้อตับยังไม่ลุกลามมาก และความเสียหายของตับที่เกิดจากตับแข็งยังไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
การรักษามะเร็งตับมีกี่วิธี ?
ในการรักษามะเร็งตับจะแบ่งเป็น 2 วิธีหลัก ตามจุดประสงค์ของการรักษา คือ
- การรักษาให้หายขาด ซึ่งจะมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัดตับออกบางส่วน การใช้เข็มจี้ทำลายก้อนมะเร็งตับโดยวิธีรังสีร่วมรักษา รวมไปถึงการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ
- การรักษาแบบประคับประคอง เป็นการรักษาเพื่อชะลอการดำเนินโรค ซึ่งจะประกอบไปด้วยการให้ยาเคมีบำบัด การฉายรังสีรักษา และการให้ยาแบบมุ่งเป้า
แค่ตรวจคัดกรองมะเร็งตับ ก็ลดความเสี่ยงได้
การตรวจคัดกรองมะเร็งตับสามารถทำได้โดยการอัลตร้าซาวด์ผ่านทางช่องท้อง และ/หรือ ร่วมกับการตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ AFP (Alpha fetoprotein) โดยแนะนำให้ตรวจทุกๆ 6 เดือน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง ดังนี้
- ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีเรื้อรัง
- ผู้ชายที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีที่มีญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นมะเร็งตับ
- ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะตับแข็ง
- ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง และตรวจพบว่ามีพังผืดในตับ
4 วิธีการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งตับ
-
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ และฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ
- หลีกเลี่ยงการทานอาหารหวาน มัน เค็ม
- สังเกตอาหารก่อนรับประทานว่าเสี่ยงการปนเปื้อนอะฟลาท็อกซินหรือมีเชื้อราไม่

