โรคโลหิตจาง (Anemia) คือ ภาวะที่ร่างกายมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ หรือมีปริมาณฮีโมโกลบินในเลือดลดลง ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และซีด
อาการของโรคโลหิตจาง
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
- เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม
- ตัวซีด เหลือง หรือริมฝีปากซีด
- หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น
- มือเท้าเย็น
- หายใจถี่ หรือหอบ
- น้ำหนักลด
- ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่เคยทำได้ลำบาก
แม้ว่าปัจจุบันจะมีการตรวจสุขภาพประจำปีมากขึ้น แต่ก็ยังพบบุคคลเหล่านี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ลดลง เหตุเพราะเพิกเฉยปัญหาโลหิตจางตอนที่ทราบว่ามีโลหิตจางเพียงเล็กน้อย หรือคิดว่าแค่รับประทานยาบำรุงเลือดก็หายแล้ว…
โลหิตจางหายเองจริงไหม เมื่อไปซื้อยารับประทานเองโดยไม่หาสาเหตุ จะเลือกรับประทานยาบำรุงโลหิตตัวไหนดีเลือกไม่ถูก จะแจ้งเภสัชกรว่าอะไรดี ทำไม่ยิ่งรับประทานยายิ่งโลหิตจาง ยาปลอม ยาหลอก หรือเราหลอกตัวเองว่าไม่เป็นอะไร กรณีที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือหลอดเลือดสมองตีบเป็นโรคประจำตัวร่วมกับโลหิตจางจากสาเหตุใด ๆ ยิ่งทำให้อาการแย่ลงได้ชัดเจน จากที่เลือดไปเลี้ยงอวัยวะที่พร้อมจะขาดเลือดอยู่เสมอมากขึ้น
สถานการณ์ที่มักวนเวียนมาพบโลหิตแพทย์บ่อยครั้ง
- เคยบริจาคโลหิตได้หลายครั้ง รับประทานยาบำรุงโลหิตที่ได้รับมาแต่โลหิตจางไม่ดีขึ้น จึงหยุดบริจาคโลหิตไป
- โลหิตจางมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีอาการ โดยได้รับรายงานว่าโลหิตจางจากการตรวจสุขภาพทุกปี แต่เพิกเฉยเพราะไม่เหนื่อย คิดว่าไม่เป็นปัญหา
- ประสงค์มารับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรค แต่ศัลยแพทย์ไม่ผ่าตัดให้เพราะโลหิตจางมากเกินกว่าที่จะยอมรับ หาโลหิตให้ไม่ได้ เพราะขาดแคลนกะทันหัน ความบกพร่องที่โรงพยาบาลไม่มีความพร้อม?
- ยิ่งให้สารประกอบโลหิต แต่โลหิตจางมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น อาการยิ่งแย่ลง
- รักษาหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่ตลอด รับประทานยาสม่ำเสมอ แต่เหนื่อยมากขึ้น
- ปวดหลัง แน่นหน้าอก เอกซเรย์พบความผิดปกติที่แนวกระดูกสันหลัง
- ซื้อยาบำรุงวิตามินมารับประทานเองอยู่หลายปี แล้วมาปรึกษาแพทย์ว่าควรรับประทานต่อดีไหม
- รับปรึกษาโลหิตจางที่ห้องฉุกเฉิน เพราะมีเลือดออกในสมองด้วยโลหิตจางมากจนวูบล้มแล้วศีรษะกระแทกพื้น
- ถือผลเลือดที่พบว่าโลหิตจาง แล้วถามแพทย์ว่าต้องรับประทานยาอะไร โดยปฏิเสธการตรวจเพิ่มเติม
เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดจากความรู้จากสื่อ ออนไลน์มีมากขึ้นแต่กลั่นกรองไม่ได้ว่า ใช่ปัญหาที่ตรงกับเราไหม จึงเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน การเข้าถึงแหล่งยาได้ง่าย แต่ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะทราบว่าโลหิตจางจากอะไร จึงรับประทานยาบำรุงโลหิตผิดชนิด ไม่ใส่ใจในผลตรวจสุขภาพจนปล่อยผ่านนับวันรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยรักษา ยอมเสียค่าใช้จ่ายอย่างมากเมื่อเกิดปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้ทั้งที่เคยมีโอกาสเลี่ยงได้
คำวินิจฉัยเบื้องต้นที่แพทย์มักแจ้งคือ โลหิตจางมากต้องหาสาเหตุก่อนเพื่อรักษาให้ตรงสาเหตุ การรับสารประกอบโลหิต หรือ รับประทานยาบำรุงโลหิต อาจเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุเสียมากกว่า
บทความโดย
นายแพทย์ศิรวิชญ์ สมานวรกิจ
ให้คำปรึกษาโดยพยาบาลชำนาญการ
โทร. 081-9376906
