ภาวะครรภ์เสี่ยงถือเป็นอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีประวัติแท้งมาก่อน คลอดก่อนกำหนด มีโรคประจำตัว หรือตั้งครรภ์อายุน้อยกว่า 15 ปีหรือมากกว่า 40 ปี ล้วนมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติที่ไม่คาดคิดได้ทั้งนั้น เราจะพามาดู 6 ภาวะความผิดปกติของครรภ์ที่คุณแม่ต้องทำความรู้จักไว้
- ครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar pregnancy)
ความผิดปกตินี้เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างเชื้ออสุจิกับไข่ของฝ่ายหญิงที่ไม่มีโครโมโซม ทำให้ส่วนใหญ่ไม่มีตัวอ่อน แต่จะเกิดเป็นลักษณะเหมือนไข่ปลาคล้ายถุงน้ำภายในมดลูกแทน ซึ่งถุงน้ำนี้เป็นส่วนของเนื้อรกที่มีการเจริญผิดปกติ ทำให้อาจมีเลือดออกทางช่องท้อง และหากมีเลือดออกจำนวนมากอาจถึงขั้นหมดสติได้ โดยความผิดปกตินี้มักเกิดขึ้นในระยะแรกๆ ของการตั้งครรภ์ ประมาณสัปดาห์ที่ 10-16 ของการตั้งครรภ์
- ภาวะรกเกาะต่ำ (Placenta Previa)
โดยทั่วไปรกจะเกาะที่บริเวณส่วนบนของมดลูก แต่ในกรณีที่รกเกาะต่ำผิดตำแหน่ง บางส่วนของรกจึงไปปิดบริเวณปากมดลูก ทำให้เกิดมีเลือดออก ซึ่งความผิดปกตินี้มักจะเกิดกับคุณแม่ที่เคยขูดมดลูก ตั้งครรภ์แฝดและเคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูกมาก่อน
- เบาหวานระหว่างตั้งครรภ์
แม้ว่าคุณแม่จะมีหรือไม่มีประวัติเบาหวานมาก่อนก็สามารถเสี่ยงต่อภาวะ “เบาหวานระหว่างตั้งครรภ์” ได้ เนื่องจากฮอร์โมนจากรกจะไปต้านการทำงานของอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้ ส่งผลให้ทารกอาจตัวอ้วนใหญ่และส่งผลให้คลอดก่อนกำหนดหรือตัวเล็กกว่าปกติ หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตในครรภ์ได้เลยทีเดียว
- ภาวะแท้งคุกคาม
เมื่อเกิดความผิดปกติของโครโมโซม ความผิดปกติของฮอร์โมน การมีโรคประจำตัวรวมไปถึงความพิการของทารกแต่กำเนิด ทำให้มีเลือดออกจากโพรงมดลูก มีอาการปวดท้องน้อย ภาวะนี้อาจทำให้ตัวอ่อนเสียชีวิต หรือถ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
- ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia)
ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อระดับความดันโลหิตสูงร่วมกับมีโปรตีนไข่ขาวออกมาทางปัสสาวะ สังเกตได้จากคุณแม่จะมีอาการบวมที่หน้า มือ ขาและเท้า อาจมีอาการปวดศีรษะ ตาพร่ามัว และอาจทำให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตกจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
- ภาวะน้ำคร่ำน้อย (Oligohydramnios)
โดยทั่วไปเมื่ออายุครรภ์ได้ 32-36 สัปดาห์ คุณแม่จะต้องมีน้ำคร่ำไม่น้อยกว่า 500 cc แต่ในกรณีที่คุณแม่มีภาวะน้ำคร่ำน้อย คือมีปริมาณน้ำคร่ำอยู่ที่ 100-300 cc เท่านั้น ซึ่งน้ำคร่ำจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด จะทำให้โพรงมดลูกแคบกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก ซึ่งอาจทำให้ทารกมีรูปร่างผิดปกติ ปอดแฟบ อัตราการเต้นของหัวใจลดลง หลายรายถึงกับต้องรีบผ่าคลอดด่วน
อีกหนึ่งอันตรายจาก“ภาวะซึมเศร้า” ที่ไม่ควรมองข้าม
ภาวะซึมเศร้าเป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่หลายๆ คน เพราะช่วงที่ตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน มีการแพ้ท้องและความเครียดขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้ ซึ่งทุกปัจจัยนั้นล้วนส่งผล โดยเฉพาะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นท้องแรก ที่จะมีความเครียดและกังวลมากเป็นพิเศษ ทั้งในกรณีที่ท้องก่อนวัยหรือท้องตอนอายุมาก ทั้งการกังวลเรื่องการเลี้ยงดูลูกน้อย ซึ่งในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้า คุณแม่ควรทำจิตใจให้สงบ ทำสมาธิ เพื่อให้ร่างกายได้หลั่งสารเอนโดรฟินออกมา และกำลังใจจากคนรอบข้างก็เป็นอีกหนึ่งแรงซัพพอร์ตที่สำคัญมากเช่นกัน
