มีหลายโรคที่เกิดในช่องท้องโดยที่ยังไม่ได้แสดงอาการจนกว่าจะเป็นหนัก ซึ่งกว่าคนไข้จะสงสัยและรู้ตัวว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ก็อาจอยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว
ดังนั้นการตรวจคัดกรองสุขภาพ ด้วยการทำ “การอัลตร้าซาวด์” จึงนับเป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่ง… ที่จะช่วยไขความลับว่า “ในช่องท้อง” ของคุณมีอะไรผิดปกติบ้างหรือไม่ เพื่อการป้องกันและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะสายเกินไป
อัลตร้าซาวด์ คืออะไร?
การอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound หรือ Ultrasound scanning) คือการตรวจวินิจฉัยโรคโดยการใช้คลื่นเสียงกำลังสูงสะท้อนให้เกิดภาพ เพื่อตรวจดูอวัยวะต่างๆ ภายใน ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ เป็นในจุดใด ขนาดเท่าไหร่ เป็นต้น
การอัลตร้าซาวด์แบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ คือ
1. การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen หรือ Upper Adomen Ultrasonography)
เป็นการตรวจดูอวัยวะช่องท้องส่วนบนเหนือระดับสะดือขึ้นไป ได้แก่ ตับ ตับอ่อน ม้าม ถุงน้ำดี ท่อน้ำดีส่วนต้น ไต และหลอดเลือดแดงใหญ่ว่ามีความผิดปกติอย่างไร หรือไม่ เช่น หาก้อนที่ผิดปกติ หานิ่วที่ไต หานิ่วที่ถุงน้ำดี เป็นต้น
การเตรียมตัวก่อนตรวจ
- ควรงดอาหารที่มีไขมัน และงดดื่มน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไป
2. การอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง (Ultrasound Lower Abdomen หรือ Lower Adomen Ultrasonography)
เป็นการตรวจดูอวัยวะของช่องท้องส่วนล่างที่ต่ำกว่าระดับสะดือลงไป ได้แก่ มดลูก รังไข่ (หญิง) ต่อมลูกหมาก (ชาย) กระเพาะปัสสาวะ ไส้ติ่ง และบริเวณช่องท้องส่วนล่างอื่นๆ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น ถุงน้ำในรังไข่ ก้อนเนื้อในมดลูก ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น
การเตรียมตัวก่อนตรวจ
- ควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 500 มล. และกลั้นปัสสาวะไว้
การตรวจด้วยวิธีนี้… ผู้เข้ารับการตรวจควรดื่มน้ำเปล่าและต้องกลั้นปัสสาวะไว้ก่อน ทั้งนี้เป็นเพราะลมในลำไส้จะบดบังมดลูกและรังไข่ในผู้หญิง หรือต่อมลูกหมากในผู้ชาย ทำให้มองเห็นภาพอวัยวะได้ไม่ชัดเจน แต่เมื่อมีน้ำในกระเพาะปัสสาวะมากพอที่จะดันลำไส้ขึ้นไปส่วนบน จึงทำให้เห็นอวัยวะต่างๆ ได้ ชัดเจนขึ้น
ใครบ้าง ที่ควรตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง?
- ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีอาการปวดท้องเรื้อรัง
- ผู้หญิงที่ปวดท้องประจำเดือนเป็นประจำ ประจำเดือนมามากหรือน้อยผิดปกติ
ขั้นตอน “การตรวจอัลตร้าซาวด์”
การตรวจอัลตร้าซาวด์ เริ่มจากผู้ป่วยจะนอนบนเตียง แพทย์จะทาเจล (Gel) บนผิวหนังบริเวณที่ต้องการตรวจเพื่อช่วยในการส่งผ่านคลื่นเสียงจากหัวตรวจไปสู่ผิวหนัง ทำให้ปรากฏภาพอวัยวะต่างๆ โดยแพทย์จะกดหัวเครื่องตรวจเบาๆ และเคลื่อนไปจนทั่วบริเวณที่ต้องการตรวจ ซึ่งแพทย์และผู้ป่วยจะมองเห็นภาพอวัยวะจากการตรวจบนจอเครื่องตรวจไปพร้อมๆ กัน
การตรวจจะใช้เวลาประมาณ 10-45 นาที ขึ้นอยู่กับตำแหน่งอวัยวะที่ต้องการตรวจและความผิดปกติที่พบ เมื่อตรวจเสร็จ แพทย์จะอธิบายภาพที่ได้จากการอัลตร้าซาวด์ให้ผู้เข้ารับการตรวจทราบได้ทันที ว่ามีอวัยวะส่วนใดที่มีความผิดปกติหรือพบว่ามีรอยโรค และอวัยวะส่วนใดที่ดูปกติดีอยู่
การที่เราจะรู้ได้ว่า… อวัยวะต่างๆ ในช่องท้องของเรานั้นยังปกติดีหรือไม่ หรือมีส่วนใดที่กำลังเกิดปัญหา เราต้องหมั่นใส่ใจและให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ที่สำคัญต้องไม่ละเลย “การอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง” ที่จะทำให้เราเห็น…ในสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
นพ. ยุทธสิทธิ์ ธนพงศ์พิพัฒน์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

