“หัวใจ” มีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จริง… แต่ “หัวใจ” ก็ต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยงด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของ “หลอดเลือดหัวใจ” ที่จะเป็นทางให้เม็ดเลือดแดงลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ “หลอดเลือดหัวใจ” จึงมีความสำคัญต่อชีวิตคนเราเป็นอย่างมาก เพราะหากหลอดเลือดตีบหรืออุดตันจนทำให้หัวใจขาดเลือด คงยากที่ร่างกายของเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม หรืออาจจะถึงขั้นเสียชีวิตอย่างฉับพลันทันใดแบบที่เราเคยเห็นคนที่หัวใจวายแล้วล้มลงจนเสียชีวิตทันที
หนึ่งในสาเหตุหลอดเลือดหัวใจตีบ เกิดการหินปูนเกาะหลอดเลือด
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “หลอดเลือดหัวใจตีบตัน” นั้นเกิดจากการมี “หินปูน” หรือ “แคลเซียม” มาเกาะติดแน่น คือค่อยๆ สะสมจนกลายเป็นคราบแน่นและหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ ที่หลอดเลือดแดง จนในที่สุดก็จะเกิดการตีบหรืออุดตันของหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลงหรือไม่เพียงพอ ซึ่งการตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium score) นั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เรารู้เท่าทัน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดอาการของโรค
ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium score)
การตรวจหาคราบหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score) เพื่อหาปริมาณแคลเซียมที่เกาะภายในผนังหลอดเลือดแดงนั้น เป็นการใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) จึงทำให้ได้ภาพที่คมชัด สามารถจับภาพขณะที่หัวใจเต้นได้ดี เห็นคุณภาพการไหลเวียนของเลือด และสามารถบอกถึงปริมาณหินปูนที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจได้แม้จะมีเพียงปริมาณน้อยก็ตาม ซึ่งปริมาณหินปูนที่ตรวจพบจะบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary artery disease) คือยิ่งพบหินปูนมาก ยิ่งมีความเสี่ยงสูงในเกิดโรคนั่นเอง
มีคราบหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจหรือไม่ มากแค่ไหนจึงอันตราย?
ผลจากการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) จะบอกถึงปริมาณหินปูนที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจได้อย่างแม่นยำ และบอกได้ว่าคุณมีความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบฉับพลันหรือไม่
- ผลการตรวจ Calcium Score ได้ค่า 0 หมายถึง ไม่มีคราบหินปูนที่หลอดเลือดแดงหัวใจ
- ผลการตรวจ Calcium Score 1-100 หมายถึง มีคราบหินปูนที่หลอดเลือดแดงหัวใจน้อย โอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจต่ำ
- ผลการตรวจ Calcium Score 101-400 หมายถึง มีคราบหินปูนที่หลอดเลือดแดงหัวใจปานกลาง มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
- ผลการตรวจ Calcium Score ได้ค่าตั้งแต่ 401 ขึ้นไป หมายถึง อาจมีภาวะหลอดเลือดตีบแฝงอยู่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบสูงมาก และอาจเกิดภายในระยะเวลา 2-5 ปี แม้ว่าจะมีอาการหรือไม่ก็ตาม
ตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ ช่วยให้เกิดการป้องกันและลดเสี่ยงโรค
ผลการตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจได้ รวมถึงวิธีการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) ทำให้ได้ผลตรวจที่แม่นยำ ทั้งยังมีความสะดวก และข้อดีต่างๆ มากมาย เช่น
- ใช้เวลาไม่นาน เพียง 10-20 นาที
- เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
- ไม่ต้องฉีดสีสวนหัวใจ ไม่ต้องฉีดยา หรือใช้สารทึบแสง
ใครบ้าง…ที่ควรตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ
หากคุณอยู่ในเกณฑ์เหล่านี้ ควรมาตรวจเพื่อเป็นการรู้ทันโรคอย่างมีสติ
- ผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
- ผู้ที่มีความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ เช่น เป็นโรคเบาหวาน โรคไต มีภาวะความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเกินมากๆ
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
- ผู้ที่สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่เป็นประจำ
เตรียมตัวง่ายๆ…ก่อนเข้ารับการตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ
- ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนรับการตรวจ
- หลีกเลี่ยงยาที่จะกระตุ้นหัวใจหรือชีพจรเต้นเร็วขึ้น
- งดชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนรับการตรวจ
- เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมของโรงพยาบาล
- ถอดเครื่องประดับหรือสิ่งต่างๆ ที่ติดบริเวณหน้าอก
เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เรามี “หินปูน” ในหลอดเลือดหัวใจหรือไม่? หรือเรามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายมากน้อยเพียงใด? หากไม่ได้รับการตรวจ
เราทุกคนจึงควรเข้ารับการ “ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ” ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและตรวจโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเป็นการป้องกันความรุนแรง ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพราะการมีคราบหินปูนในหัวใจในปริมาณมากสามารถทำให้เกิดการเสียชีวิตจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างฉับพลันทันใด
นพ. ชยุต ชีวะพฤกษ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

