วิธีจัดการความเครียดภายในครอบครัวและผู้สูงอายุ ช่วงโควิด-19

Image

แชร์


วิธีจัดการความเครียดภายในครอบครัวและผู้สูงอายุ ช่วงโควิด-19

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลต่อ “สภาพจิตใจ” ด้วย เพราะการระบาดของโรคที่แพร่สะพัดไปทั่ว ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ทั้งยังออกจากบ้านและพบปะผู้คนน้อยลง บางคนก็ต้อง Work from home แล้วยิ่งหากใครได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจโดยตรงก็จะยิ่งเกิด “ความเครียด” ได้ง่ายและทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

สำหรับคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ที่ต้องเรียนออนไลน์ หรือผู้สูงอายุที่นับเป็นกลุ่มเสี่ยง ก็ต้องระวังตัวมากขึ้นไปอีก ด้วยความที่ต้องระแวดระวังมากเป็นพิเศษ จึงก่อให้เกิดเป็นความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว

เครียดได้…แต่ต้องรู้ตัว

“ความเครียด” ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นปัญหาสำคัญเท่ากับว่า เรารู้ตัวหรือไม่? ว่าเรากำลังอยู่ในภาวะเครียด เราเครียดเรื่องอะไร? และจะรับมือกับความเครียดนี้อย่างไร? เรื่องเหล่านี้ต่างหากที่เราต้องตระหนักและเรียนรู้เพื่อหาทางออก

อาการที่บ่งชี้…ภาวะเครียด

ความเครียด คือ ภาวะของอารมณ์ ความรู้สึก ที่ถูกบีบคั้น กดดัน หรือต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ  ซึ่งแต่ละคนก็มีการแสดงออกที่ต่างกัน เราจึงต้องหมั่นสังเกตอาการและเฝ้าระวังสภาวะทางอารมณ์ ทั้งของเราและคนในครอบครัวว่ามีอาการบ่งชี้ถึงภาวะเครียดหรือไม่ เช่น

  • มีความวิตกกังวล รู้สึกกระวนกระวาย
  • นอนไม่หลับ
  • หัวใจเต้นแรง
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • มือ-เท้าเย็น
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย

แม้ว่าอาการเหล่านี้จะเป็นเพียงอาการเบื้องต้น แต่ก็ต้องรีบหาทางแก้ไข เพราะหากปล่อยไว้นานอาจกลายเป็นความเครียดสะสม และส่งผลให้กลายเป็น “โรคซึมเศร้า” ได้

เรียนรู้และรับมือกับความเครียด

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเราจะมีภาวะเครียด แต่เราต้องรู้ตัวและหาวิธีรับมือกับความเครียดเหล่านั้นอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจทำได้โดย

  • ติดตามข่าวสารเท่าที่จำเป็น
    เพราะในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังระบาดหนัก อาจต้องพักการติดตามข่าวบ้าง เพื่อจะได้ไม่เครียดหรือวิตกกังวลมากจนเกินไป
  • ใช้ชีวิตตามปกติ…อย่างระมัดระวัง
    แม้ว่าเราทุกคนต้องปรับตัว แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมด เพียงแค่เราใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น รวมทั้งต้องรับผิดชอบต่อตนเองและรับผิดชอบสังคมด้วย
  • หากิจกรรมทำในครอบครัว
    ชวนผู้สูงอายุและสมาชิกในครอบครัวมาทำกิจกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน เช่น ทำขนม ปลูกต้นไม้ หรือออกกำลังกาย ก็เป็นการเพิ่มความสุขง่ายๆ ภายในบ้านของเรา
  • พูดคุยกัน
    บางครั้งเราอยู่ในบ้านเดียว แต่ต่างคนต่างอยู่กับโลกออนไลน์ ผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้านก็อาจรู้สึกเหงา เครียด เราควรเลือกที่จะใช้เวลาร่วมกัน พูดคุยกัน แสดงความเป็นห่วง แค่นี้ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ดีขึ้นได้

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป…เพียงแค่เราพยายามเรียนรู้และเข้าใจกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราก็จะมีสภาพจิตใจที่ดีและดีมากพอที่จะส่งต่อไปยังคนรอบข้างได้

“ครอบครัว”…เปรียบเหมือนแหล่งพลังความสุขที่ยิ่งใหญ่…ที่จะช่วยให้จิตใจของเราแข็งแกร่งได้

 

Loading...

แชร์


Loading...