นอนกรนไม่ได้เกิดแค่ผู้ใหญ่ ในเด็กก็ไม่ควรมองข้าม

Image

Share


เวลาที่เราได้ยินเสียงกรนตอนกลางคืน หลายคนอาจนึกถึงคุณพ่อ คุณปู่ หรือคนสูงวัย แต่จริง ๆ แล้วเด็กก็สามารถมีอาการนอนกรนได้เช่นกัน และไม่ใช่แค่เรื่องเสียงดังที่น่ารำคาญแต่การลูกนอนกรนเสียงดังอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่อันตรายกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากลูกของคุณมีอาการหายใจเฮือกกลางดึก หรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ขณะหลับ หนึ่งในภาวะที่พบบ่อยคือ “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และคุณภาพชีวิตของลูกในระยะยาว

 

ทำไมลูกถึงนอนกรน ?

พ่อแม่หลายคนคงสงสัยว่าทำไมลูกนอนกรนทั้งที่ยังเด็กอยู่ คำตอบคืออาการนี้มักเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนต้น โดยสาเหตุที่พบบ่อยคือ ต่อมอะดีนอยด์ (Adenoids) หรือต่อมทอนซิล (Tonsils) โตผิดปกติ ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบ ทำให้เด็กต้องพยายามหายใจแรงขณะนอนจนเกิดเสียงกรนขึ้นมาได้

 

ต่อมอะดีนอยด์โตคืออะไร ?

ต่อมอะดีนอยด์คือเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณหลังโพรงจมูกมีหน้าที่กรองเชื้อโรคในเด็กเล็กซึ่งปกติจะยุบลงเมื่อโตขึ้น แต่ในบางกรณีต่อมนี้อาจโตผิดปกติและขวางการหายใจโดยเฉพาะตอนนอน ส่งผลให้ลูกนอนอ้าปาก กรนเสียงดัง หรือถึงขั้นหายใจเฮือกกลางดึก

 

ลูกนอนกรนเสียงดังอันตรายไหม พ่อแม่สังเกตอาการได้จากสัญญาณเหล่านี้

  • ลูกนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ
  • หายใจทางปาก ในขณะหลับหรือตื่นมาพร้อมอาการปากแห้ง
  • ลูกหายใจเฮือกกลางดึก หรือมีช่วงหยุดหายใจระหว่างนอน
  • นอนกระสับกระส่าย หรือตื่นบ่อยกลางคืน
  • ตื่นมาแล้ว ง่วง อ่อนเพลีย สมาธิสั้น หรืออารมณ์หงุดหงิด
  • พัฒนาการเรียนรู้ช้าลง หรือดูเฉื่อยชา

อาการเหล่านี้ไม่ควรมองข้ามเพราะอาจนำไปสู่ภาวะอื่น ๆ เช่น การเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและปอดในอนาคต

 

พ่อแม่ควรทำอย่างไรถ้าพบว่าลูกนอนกรน ?

หากสงสัยว่าลูกนอนกรนรุนแรงหรือไม่ ควรพามาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินอย่างละเอียด แพทย์อาจแนะนำให้ทำการตรวจ Sleep Test สำหรับเด็ก ซึ่งเป็นการวัดคุณภาพการนอนหลับว่ามีช่วงหยุดหายใจบ่อยแค่ไหน หากพบว่าสาเหตุคือ ต่อมอะดีนอยด์หรือทอนซิลโต แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเพื่อนำต่อมที่โตออก ซึ่งถือเป็นวิธีรักษาที่ได้ผลดีและช่วยให้เด็กกลับมานอนหลับสนิท หายใจได้สะดวก ส่งผลดีต่อพัฒนาการระยะยาว

 

ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ เราเข้าใจความห่วงใยของคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับพัฒนาการและสุขภาพของลูกน้อยในทุกช่วงวัย หากคุณกำลังสงสัยว่าลูกมีอาการนอนกรน เสียงดัง หรือมีลักษณะคล้ายหายใจเฮือกกลางดึก อย่าปล่อยให้ความสงสัยกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ทีมกุมารแพทย์พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใส่ใจ เพื่อช่วยประเมินอาการและหาสาเหตุที่แท้จริง หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าใจรูปแบบการหายใจระหว่างนอนหลับของลูกได้คือ การตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

 

การตรวจ Sleep Test นี้ทำได้ไม่ยากและไม่ทำให้ลูกเจ็บ ใช้เวลาตรวจเพียง 1 คืน ใช้เพียงอุปกรณ์วัดสัญญาณจากบริเวณปลายนิ้วของลูกน้อยและบันทึกผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ คุณพ่อคุณแม่จึงสามารถอยู่ดูแลลูกได้ตลอดการตรวจ เพื่อความสบายใจของทั้งครอบครัว เพราะเราเชื่อว่าการนอนหลับอย่างมีคุณภาพคือจุดเริ่มต้นสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง อย่ามองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ อย่างเสียงกรนในคืนนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักในวันข้างหน้า

Share


Loading...