ทำความรู้จัก 5 สาเหตุความหย่อนคล้อย และความดูมีอายุของดวงตาเกิดจาก
- ริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาก็คล้ายกับผิวหนังส่วนอื่นๆ ที่เวลาสูญเสียคอลลาเจนก็จะเกิดร่อง และความไม่สม่ำเสมอ แต่ผิวหนังรอบดวงตา ต่างจากบริเวณอื่นๆ ตรงที่ไม่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้บาง และเหี่ยวง่ายกว่าบริเวณอื่น ยิ่งในคนที่แสดงสีหน้าบ่อยๆ กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าเวลาหดตัวก็ยิ่งทำให้เห็นริ้วรอยชัดมากขึ้น
- ถุงใต้ตา และไขมันบริเวณหนังตาบน ไขมันประเภทนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นจำนวนมากกว่าตอนเราอายุน้อยๆ เพียงแค่ตอนเด็กๆ ไขมันเหล่านี้อยู่ในเบ้าตาเราและมีแผ่นพังผืดเส้นเอ็นขึงกั้นไม่ให้มันออกมานอกเบ้าตา แต่เมื่ออายุมากขึ้นพังผืดเส้นเอ็นเหล่านั้นก็จะหย่อนคล้อยตามอายุ ทำให้ไขมันที่เคยอยู่ในเบ้าตาออกมาอวดโฉมเกิดเป็นถุงใต้ตาข้างนอกนั่นเอง\
- ร่องใต้ตา ร่องนี้เกิดจากความหย่อนของเส้นเอ็นเช่นเดียวกับข้อ2 แต่การหย่อนของเส้นเอ็นนี้ ร่วมกับการสูญเสียไขมันบริเวณแก้มทำให้เกิดร่องใต้ตาที่มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีถุงใต้ตามากๆ ก็จะยิ่งทำให้ยิ่งเห็นร่องลึกมากขึ้น
- หนังตาหย่อน คิ้วตก หนังตา และคิ้ว ส่วนที่หย่อนตกลงมาอันดับแรก คือส่วนหางตา และหางคิ้ว เพราะคนเรามีกล้ามเนื้อหน้าผากที่คอยช่วยยกคิ้วและเปลือกตาไว้ แต่กล้ามเนื้อหน้าผากนี้ไปไม่ถึงบริเวณหางคิ้ว ทำให้เมื่อถึงเวลาที่อะไรๆก็หย่อน ส่วนที่ตกลงมาก่อนเพราะไม่มีแรงดึงช่วย ก็คือบริเวณหางคิ้วนั่นเอง
- รอยย่นที่หน้าผาก ผลพวงจากเมื่อคิ้วของเราตก มีผลทำให้หนังตาหย่อนลงไปบังการมองเห็น ร่างกายของเราก็จะทำการเลิกหน้าผากขึ้นเพื่อช่วยยกคิ้ว เป็นเหตุให้เกิดริ้วรอยย่นที่หน้าผาก เมื่อร่วมกับการสูญเสียคอลลาเจนก็จะทำให้ร่องนั้นยิ่งลึก และดูชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปอีก
มาปกป้องดวงตาจากแดดร้าย
แสงแดด แสงยูวี นอกจากจะทำร้ายให้ผิวหนังไหม้ แก่ก่อนวัย เป็นมะเร็งผิวหนังแล้ว ยังสามารถทำร้ายดวงตา โดยเฉพาะทุกส่วนของดวงตาได้เลย โดยเฉพาะ
- เปลือกตา เปลือกตา เป็นผิวหนังส่วนหนึ่งของร่างกาย แสงแดดสามารถทำร้ายได้เหมือนกับผิวหนังส่วนอื่น ยิ่งโดนแสงแดดมากๆ โดยไม่มีการป้องกันก็สามารถทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังที่เปลือกตาได้เช่นกัน นอกจากนี้แสงแดดยังทำให้ผิวแก่เหี่ยวก่อนวัยด้วยค่ะ
- เยื่อบุตา การโดนแสงแดดมากๆ ทำให้เยื่อบุตาเสื่อม เกิดเป็นต้อลม และต้อเนื้อ ทำให้แสบ เจ็บเคืองตาได้ และหากโดนแสงแดดมากๆ ต้อเนื้อก็จะลุกลามเข้ามาบังตาดำได้ด้วย
- กระจกตา แสงยูวี ทำร้ายกระจกตาอักเสบ กระจกตาถลอก เจ็บ แสบ เคืองตา น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่โดนแสงยูวีในปริมาณมาก เช่น คนที่ไปเล่นหิมะ หรือ หาดทรายเป็นเวลานานโดยไม่ใส่แว่นกันแดด เนื่องจากหิมะ, ทราย, และพื้นผิวอื่นที่เรียบมัน มีคุณสมบัติสะท้อนแสงทำให้เราได้รับยูวีเพิ่มเป็น 2 เท่า รวมถึงแสงที่เกิดจากการเชื่อมเหล็ก, เป่าแก้ว จะมียูวีในปริมาณเข้มข้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนทำงานเชื่อม, เป่าแก้ว ต้องสวมใส่แว่นป้องกันขณะทำงาน
- เลนส์ตา แสงแดด และแสงยูวี ทำให้เลนส์ตาธรรมชาติของเราแก่ขึ้น สีเข้มขึ้น ขุ่นขึ้น เกิดเป็นต้อกระจกเร็วกว่าคนที่ไม่ค่อยได้สัมผัสแสงแดด
- จอประสาทตา แสงแดดกระตุ้นให้เกิดภาวะจอประสาทตาเสื่อม ส่งผลให้การมองเห็นลดลงได้ ยิ่งไปกว่านั้นการจ้องแสงอาทิตย์โดยตรงเป็นการทำลายจอประสาทตาทำให้จอประสาทตาบริเวณนั้นเสียไม่สามารถรับภาพได้
ป้องกันแสงแดด..ทำร้ายตาได้อย่างไร
- ใส่แว่นกันแดดทุกครั้งที่อยู่กลางแจ้ง แว่นกันแดดไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงขอให้กันยูวีได้ก็เพียงพอ นอกจากการใส่แว่นจะกันแดดได้แล้วยังช่วยป้องกันอันตรายต่างๆ ที่จะกระเด็นเข้าตาเราได้ด้วย
- งดการจ้องดวงอาทิตย์ หรือแหล่งกำเนิดแสงต่างๆ โดยตรง
- คนที่ทำอาชีพที่ต้องสัมผัสกับแสงโดยตรง จำเป็นต้องสวมแว่นตาเพื่อป้องกันขณะทำงาน
