โรคติดเชื้อยอดฮิตของเด็กๆ

Image

แชร์


โรคติดเชื้อยอดฮิตของเด็กๆ


โรคติดเชื้อในเด็กเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะเป็นสาเหตุอาการเจ็บป่วยที่พบได้บ่อยในเด็กและอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด มือเท้าปาก หรือ RSV โรคติดเชื้อเหล่านี้มีวิธีป้องกันและรักษาที่เหมาะสม หากรู้เท่าทันและได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ก็สามารถช่วยให้เด็กๆ เติบโตอย่างแข็งแรง โดยโรคติดเชื้อที่เป็นอันตรายต่อเด็กมีดังนี้

 

อันดับ 1 ไข้หวัด

เกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเชื้อ Rhinovirus ซึ่งเป็นเชื้อคนละชนิดกับไข้หวัดใหญ่ โดยจะทำให้เด็กๆ มีป่วย นอนซม หงอยซึมด้วยอาการตัวร้อน ไข้ขึ้นสูง มีน้ำมูกใสๆ คัดจมูก จามอยู่ตลอด เจ็บคอจนน่าสงสาร ที่สำคัญคือโรคไข้หวัดสามารถติดต่อได้ทั้งปี ไม่เลือกช่วงเวลา โดยเฉพาะฤดูฝน และฤดูหนาวอัตราการติดเชื้อจะยิ่งมากขึ้น และจะพบมากยิ่งขึ้นในสถานที่ที่มีคนหนาแน่น เช่น โรงเรียน รถโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก เป็นต้น

 

โดยเฉลี่ยแล้วเด็กๆ จะเป็นไข้หวัด 3-8 ครั้งต่อปี แต่เมื่อรักษาหายแล้ว ร่างกายของเขาก็จะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อที่เคยป่วยได้ดีขึ้น แต่ก็กลับมาเป็นได้อีกเช่นกัน ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายน้องให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อที่จะไม่ป่วยได้ง่ายๆ

 

อันดับ 2 ไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่ มีทั้งสายพันธุ์ A และ B น้องๆ สามารถได้รับเชื้อและเกิดการติดต่อสู่กันได้ง่าย โดยเฉพาะสถานที่มีเด็กๆ อยู่รวมกันเยอะๆ การติดต่อของโรคไข้หวัดใหญ่จะติดต่อผ่านทางลมหายใจ สารคัดหลั่ง อย่าง การไอ หรือจาม ควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจมีอาการหลอดลมอักเสบร่วมด้วยจากการไอ ที่ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรืออาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคปอดอักเสบ ซึ่งส่งผลต่อชีวิตได้

 

ไข้หวัดใหญ่ ยังสามารถติดต่อได้ทางละอองฝอยของน้ำมูกและน้ำลาย พูดง่ายๆ คือ ถ้าเด็กที่ป่วยไอ จามแล้วใช้มือเช็ด แล้วมือนั้นไปโดนหน้าโดนตา เข้าจมูก หรือปาก เชื้อโรคตัวนี้ก็จะเข้าสู่ร่างกายๆ น้องๆ หนูๆ ได้ไม่ยาก วิธีสังเกตว่าเจ้าตัวน้อยของคุณเสี่ยงหรือได้รับเชื้อโรคนี้หรือไม่คือ

  • มีไข้ โดยต่างจากไข้หวัดธรรมดา จะมีไข้สูงแบบเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะ ตัวร้อน
  • อ่อนเพลียมากๆ
  • เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว
  • มีอาการไอ จาม คัดจมูกร่วมด้วย

 

อันดับ 3 โรคมือ เท้า ปาก

พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการที่แสดงของโรคนี้คือ มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย หลังจากนั้น 2-3 วันจะเจ็บปาก น้องๆ จะไม่ยอมทานข้าว เพราะในปากมีตุ่มแดงทั้งที่ลิ้น เพดานปากและกระพุ้งแก้ม แล้วกลายเป็นตุ่มพองใสในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการอักเสบและแดงบริเวณรอบๆ ตุ่ม เมื่อตุ่มแตกออกจะเป็นแผลหลุมตื้นๆ และมี ผื่นขึ้นที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และก้น แต่จะไม่คัน อย่างไรก็ตามโรคนี้ไม่มีความรุนแรงมากนัก จนคุณพ่อคุณแม่ร้อนใจ เพราะอาการไข้ขึ้นนั้นจะลงภายใน 3 วัน อาการของเด็กก็จะค่อยๆ ดีขึ้น และหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าดูอาการเจ้าตัวน้อยอย่างใกล้ชิด

 

อันดับ 4 โรคท้องร่วงจากไวรัส

โรคนี้เกิดจากการสัมผัสเชื้อไวรัสเข้าปากลูกโดยตรง และพบมากในเด็ก อายุน้อยกว่า 5 ปี อาการที่แสดงคือ เจ้าตัวน้อยจะมีอาการ ท้องเสียเป็นน้ำ ไม่มีมูกเสียปน คลื่นไส้ อาเจียน บางครั้งปวดท้อง ปวดหัว มีไข้ หรือมีน้ำมูกและไอด้วย นี่คืออาการที่เป็นน้อย หากอาการนี้ยังเป็นต่อเนื่องหลายวัน อาจทำให้ท้องอืด ก้นแดง เพราะผิวของลำไส้ถูกทำลาย การดูดซึมอาหารไม่ดีเหมือนเดิม รวมทั้งอาจถ่ายเหลว เพราะเอนไซม์แลกเตสที่ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสทำงานไม่เต็มที่ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ ควรรีบพาลูกไปโรงพยาบาลถ้าลูกถ่ายเหลวมากๆ

 

อันดับ 5 โรคอีสุกอีใส

โรคติดต่อที่หลายคนกลัว เพราะติดกันง่ายมาก แค่ภายใน 2-3 วัน ที่อยู่ร่วมกัน แค่แตะโดนตัวเพื่อนที่กำลังเป็นอีสุกอีใส หรือเผลอไอใส่หน้าก็ติดต่อได้แล้ว อาการของโรคอีสุกอีใส เริ่มจากอาการปวดศีรษะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ไม่ค่อยอยากอาหาร และเริ่มมีตุ่มแดงขึ้นตามตัว ทั้งแขนและขา รวมถึงบริเวณใบหน้า ผ่านไปสักระยะตุ่มแดงจะกลายเป็นตุ่มใสขอบแดง และเมื่อใกล้หาย จะเปลี่ยนเป็นตุ่มขาวๆ แล้วตกสะเก็ดและค่อยๆ หลุดออกไป เหลือไว้แค่รอยแผลเป็นดำๆ สามารถหายเองได้ แต่ที่สิ่งต้องให้ความสำคัญคือ แผลตุ่มใสอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้ ก่อให้เกิดแผลเป็นหนอง

แชร์


Loading...

โรคติดเชื้อยอดฮิตของเด็กๆ