รากฟันเทียม ทางเลือกในการสร้างฟันใหม่ที่แข็งแรง รู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติ

Image

แชร์


รากฟันเทียม ทางเลือกในการสร้างฟันใหม่ที่แข็งแรง รู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติ

หากคุณต้องเสียฟันไปไม่ว่าจะกี่ซี่ จะเป็นเพราะอุบัติเหตุ ฟันผุ หรือโรคเหงือก และกำลังมองหาวิธี ‘สร้างฟันใหม่’ เพื่อให้กลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจ มีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรง ‘รากฟันเทียม’ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถทดแทนฟันธรรมชาติได้ ทั้งในแง่ของรูปลักษณ์และการใช้งาน แต่ก่อนจะตัดสินใจทำรากฟันเทียม การรู้ข้อมูลให้ครบถ้วนและเข้าใจกระบวนการต่างๆ ในการทำ จะช่วยให้คุณมีความพร้อม และสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเองได้ดีขึ้น

 

รากฟันเทียมคืออะไร ?

รากฟันเทียม (Dental Implant) คือวัสดุที่ใช้แทนรากฟันธรรมชาติ โดยทั่วไปทำจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่เข้ากับร่างกายได้ดี มีความแข็งแรง และทนทานต่อแรงบดเคี้ยว ให้ความรู้สึกและการใช้งานใกล้เคียงกับฟันจริง แถมยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ก่อนจะเข้ารับการรักษา ก็ควรพิจารณาและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนี้

 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำรากฟันเทียม

  • สุขภาพช่องปากต้องดี โดยก่อนเริ่มกระบวนการฝังรากฟันเทียม ต้องไม่เป็นโรคเหงือกหรือฟันผุรุนแรง เพราะสุขภาพช่องปากที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการรักษา
  • ต้องมีปริมาณกระดูกเพียงพอ หากสูญเสียฟันมาเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะกระดูกละลาย จึงอาจต้องมีการเสริมกระดูกก่อนฝังรากฟันเทียม เพื่อการติดยึดที่มั่นคง
  • ใช้เวลาหลายเดือน เพื่อให้กระดูกยึดติดกับรากฟันเทียมอย่างสมบูรณ์ โดยปกติใช้เวลาประมาณ 2-4 เดือน และอาจนานถึง 6 เดือนหากมีการเสริมกระดูกร่วมด้วย
  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าฟันปลอม แต่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากกว่า และสามารถใช้งานได้นาน 10-20 ปี หรือมากกว่านั้น หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม
  • เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี หรือผู้ที่สูบบุหรี่จัด อาจไม่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม เนื่องจากจะส่งผลต่อกระบวนการฟื้นตัวและความสำเร็จของการรักษา
  • ต้องดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาเหงือกอักเสบ และการติดเชื้อในช่องปาก

 

โครงสร้างของรากฟันเทียม

โครงสร้างของรากฟันเทียมประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ซึ่งจะช่วยให้รากฟันเทียมสามารถรองรับแรงบดเคี้ยวได้ดี และให้ความรู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติ ดังนี้

  • รากเทียม (Implant Body or Fixture) ผลิตจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความคงทนและเข้ากับร่างกายได้ดี มีลักษณะคล้ายสกรูหรือน็อต ที่จะฝังลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อทำหน้าที่แทนรากฟันธรรมชาติ
  • ตัวยึด (Abutment) ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างรากเทียมกับครอบฟัน เปรียบเสมือนแกนฟันหลัก มักทำจากไทเทเนียมหรือเซรามิก โดยยึดติดกับรากเทียมด้วยสกรู ช่วยให้ครอบฟันยึดติดกับรากเทียมอย่างมั่นคง
  • ครอบฟัน (Crown) ทำหน้าที่เหมือนฟันในการบดเคี้ยวอาหาร ผลิตจากวัสดุเซรามิก หรือเซอร์โคเนีย เพื่อให้มีรูปลักษณ์และสีที่ใกล้เคียงกับฟันจริง ตัวครอบฟันจะวางอยู่บนอะบัทเมนท์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างครอบฟันกับรากฟันเทียม

 

เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ในการออกแบบรากฟันเทียม

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการออกแบบและฝังรากฟันเทียม ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งรากฟันเทียม ลดระยะเวลาการรักษาตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การวางแผน การผลิตชิ้นงาน และติดตั้ง รวมถึงช่วยลดความเจ็บปวดและระยะพักฟื้น โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการเหล่านี้ประกอบด้วย

  • การสแกนช่องปาก 3 มิติ (3D Scanning) ด้วยเครื่อง Intraoral Scanner เพื่อสร้างแบบจำลองของฟัน เหงือก และกระดูกขากรรไกร ช่วยให้การวางตำแหน่งการฝังรากฟันเทียมมีความแม่นยำมากขึ้น สามารถหลีกเลี่ยงบริเวณเสี่ยง เช่น เส้นประสาท โพรงไซนัส ที่อาจเกิดอันตรายหากวางรากเทียมผิดตำแหน่ง
  • การวางแผนด้วยระบบดิจิทัล (Digital Implant Planning) ด้วยซอฟต์แวร์ทันตกรรมเฉพาะทาง ร่วมกับภาพถ่ายรังสี 3 มิติ (CT Scan หรือ CBCT) ช่วยกำหนดตำแหน่ง มุม ความลึก และขนาดของรากฟันเทียมได้อย่างละเอียด
  • การผลิตรากฟันเทียมด้วยระบบ CAD/CAM (Computer-Aided Design / Computer-Aided Manufacturing) ที่ทำได้รวดเร็ว แม่นยำ ตรงตามแบบที่ต้องการ ช่วยให้ได้ชิ้นงานที่พอดีกับช่องปาก ลดความจำเป็นในการปรับแต่งเพิ่มเติม ระหว่างการรักษา
  • การใช้ Digital Surgical Guide นำทางในการฝังรากฟันเทียมด้วยการพิมพ์จากแบบจำลองดิจิทัล 3 มิติ (3D Printing) ทำให้กำหนดจุดเจาะได้อย่างแม่นยำระหว่างการผ่าตัด ช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความปลอดภัย และลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ

 

รากฟันเทียมแตกต่างจากฟันปลอมอย่างไร ?

ลักษณะ และวัสดุ

รากฟันเทียม ฟันปลอม
ทำจากไทเทเนียม ซึ่งเข้ากับร่างกายได้ดี
มีลักษณะคล้ายรากฟันธรรมชาติ
ฝังลงในกระดูกขากรรไกร
ทำจากอะคริลิก เรซิน หรือโลหะผสม
มีทั้งแบบถอดได้และแบบติดแน่น
ไม่ฝังในกระดูกขากรรไกร

 

การติดตั้ง

รากฟันเทียม ฟันปลอม
ต้องมีการผ่าตัดฝังรากเทียมในกระดูก
ใช้เวลาหลายเดือน เพื่อให้รากยึดติดกับกระดูก
ต้องตรวจวัดสภาพกระดูกก่อนเริ่ม
ไม่ต้องผ่าตัด
ใช้เวลาน้อยกว่ารากฟันเทียมในการเตรียม และติดตั้ง
อาจต้องพิมพ์ปากหลายครั้ง เพื่อให้พอดี

 

การยึดเกาะ

รากฟันเทียม  ฟันปลอม 
ยึดแน่นกับกระดูกขากรรไกรแบบถาวร
ไม่หลุด หรือเคลื่อนขณะพูดหรือเคี้ยว
ยึดติดถาวร
ยึดติดโดยอาศัยแรงดูด หรืออุปกรณ์เกี่ยวฟัน
อาจหลุดหรือขยับได้หากไม่พอดี
ต้องถอดออก เพื่อทำความสะอาดทุกวัน

 

 ประสิทธิภาพ

รากฟันเทียม ฟันปลอม 
ใช้งานได้ใกล้เคียงฟันจริง ทั้งในด้านการบดเคี้ยว และการออกเสียง
รับแรงเคี้ยวได้ดี ไม่กระจายแรงไปฟันข้างเคียง
ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวลดลง โดยเฉพาะของแข็งหรือเหนียว
อาจกระทบการพูดในช่วงแรก หรือหากฟันปลอมหลวม

 

อายุการใช้งาน

รากฟันเทียม  ฟันปลอม
10-20 ปี หรือมากกว่า หากดูแลดี
ไม่เสื่อมสภาพง่าย
โดยเฉลี่ย 3-7 ปี ขึ้นอยู่กับวัสดุและการดูแล
ต้องเปลี่ยนเมื่อมีการเสื่อมสภาพหรือขากรรไกรเปลี่ยนรูป

 

การดูแลรักษา

รากฟันเทียม  ฟันปลอม 
แปรงฟันตามปกติ
พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ
ต้องถอดออกล้างทุกวันด้วยน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอม
หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัดหรือเหนียวมาก

 

ผลกระทบต่อกระดูกขากรรไกร

รากฟันเทียม ฟันปลอม
ช่วยกระตุ้น และคงสภาพกระดูกขากรรไกร ไม่ให้ยุบตัว
ป้องกันการเปลี่ยนแปลงรูปหน้า
ไม่กระตุ้นกระดูก อาจทำให้กระดูกขากรรไกรยุบตัวเมื่อใช้นาน
รูปหน้าค่อยๆ เปลี่ยนแปลงในระยะยาว

 

ค่าใช้จ่าย

รากฟันเทียม ฟันปลอม
ค่าใช้จ่ายสูง แต่เป็นการลงทุนระยะยาว คุ้มค่าในด้านประสิทธิภาพและความคงทน ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า อาจต้องเปลี่ยน หรือซ่อมแซมหลายครั้งในระยะยาว

 

ความรู้สึกขณะใช้งาน

รากฟันเทียม ฟันปลอม
รู้สึกเหมือนฟันจริงมากที่สุด
ไม่มีความรู้สึกเป็นสิ่งแปลกปลอมในปาก
เพิ่มความมั่นใจในการพูดและยิ้ม
อาจรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติในช่วงแรก
อาจเกิดอาการเสียดสี หรือระคายเคืองที่เหงือก
ความมั่นใจอาจลดลงหากหลุดขณะพูด

 

ความเหมาะสมของผู้ใช้งาน

รากฟันเทียม ฟันปลอม
ผู้ที่มีกระดูกขากรรไกรแข็งแรงพอ
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวและความมั่นใจสูง
ผู้ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เช่น ผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว
ผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย หรือใช้งานเป็นครั้งคราว

 

รากฟันเทียมช่วยแก้ปัญหาสุขภาพในช่องปาก

  • รากฟันเทียมมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพช่องปาก เพราะไม่เพียงช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องกังวลว่าฟันจะเคลื่อน หรือหลุด แต่ยังช่วยลดความไม่สบายทางร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การเคี้ยวที่มีประสิทธิภาพยังส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร และช่วยให้รับประทานอาหารได้หลากหลายขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร ทำให้โครงสร้างช่องปากมีความเสถียรและแข็งแรง ลดการละลายของกระดูก และป้องกันการสูญเสียความหนาของขากรรไกรในระยะยาว อีกทั้งยังไม่ส่งผลกระทบต่อฟันข้างเคียง เพราะรากฟันเทียมจะฝังลงในกระดูกโดยตรง ไม่ต้องใช้ฟันข้างเคียงเป็นหลักยึดเหมือนในกรณีของสะพานฟัน จึงช่วยคงสภาพฟันที่เหลืออยู่ได้ดี
  • ทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่แปรงฟัน และดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถรักษาความสะอาด และลดความเสี่ยงของโรคเหงือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สุขภาพช่องปากโดยรวมดีขึ้นอย่างยั่งยืน

 

การเตรียมตัวก่อนทำรากฟันเทียม

การเตรียมตัวก่อนทำรากฟันเทียม จะช่วยให้การทำรากฟันเทียมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างหรือหลังการรักษา โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

  • การตรวจสุขภาพช่องปาก ฟัน เหงือก ความสมบูรณ์ของกระดูกขากรรไกร โดยเฉพาะการดูแลรักษาโรคเหงือก หรือการติดเชื้อที่อาจมีผลกระทบต่อการติดตั้งรากฟันเทียม และเพื่อให้แน่ใจว่ากระดูกขากรรไกรมีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับการฝังรากฟันเทียม บางกรณีอาจต้อง X-ray หรือ CT scan เพื่อตรวจดูโครงสร้างกระดูก
  • ปรึกษาและให้ข้อมูลแก่ทันตแพทย์ โดยเฉพาะประวัติสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และยาที่ใช้อยู่ ควรสอบถามขั้นตอนการรักษา ผลข้างเคียง และข้อสงสัยอื่นๆ เพื่อให้เกิดการเตรียมตัวที่เหมาะสม
  • วางแผนการรักษาร่วมกับทันตแพทย์ โดยเลือกประเภทของรากฟันเทียม ทราบถึงวัสดุที่ใช้ คุณสมบัติและความคุ้มค่า กำหนดแผนการผ่าตัด ระยะเวลาฟื้นตัว และการนัดหมายเพื่อการติดตามผล
  • เตรียมร่างกาย โดยงดอาหาร และน้ำก่อนผ่าตัดทำรากฟันเทียม 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนขณะผ่าตัด รวมถึงหยุดยาบางชนิด หรือปรับการใช้ยาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ยาละลายลิ่มเลือด หรือตามคำแนะนำของทันตแพทย์
  • เตรียมผู้ดูแล เช่น คนในครอบครับสำหรับช่วยเหลือในช่วงฟื้นตัวหลังการผ่าตัด
  • เตรียมสถานที่และอุปกรณ์ เพื่อการพักผ่อนที่ดี อุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ผ้าประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวม เตรียมอาหารที่อ่อนๆ ที่รับประทานง่าย เช่น ซุป โยเกิร์ต หรืออาหารบด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ฟันที่เพิ่งทำการฝังรากฟันเทียมในช่วงแรก

 

หากคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพฟัน และต้องการมีฟันใหม่ที่แข็งแรง ใช้งานได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติ การทำรากฟันเทียมถือเป็นทางเลือกที่น่าดี ที่ศูนย์ทันตกรรมดิจิตอลและรากเทียม รพ.พญาไท พหลโยธิน เราพร้อมให้บริการทำรากฟันเทียมด้วยทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า การทำรากฟันเทียมจะช่วยแก้ไขปัญหาฟันและสุขภาพในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง

 

 

ทพ. ธนพล หนูมาน้อย
ทันตแพทย์เฉพาะทางทันตกรรมประดิษฐ์
ศูนย์ทันตกรรมดิจิตอลและรากเทียม
โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน

Loading...

แชร์


Loading...

รากฟันเทียม ทางเลือกในการสร้างฟันใหม่ที่แข็งแรง รู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติ