จอประสาทตา (Retina) อยู่บริเวณชั้นในสุดของตาซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากเป็นอวัยวะที่ทำให้เรามองเห็นภาพหรือสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจน และสิ่งที่ควรทราบอีกประการคือจอประสาทตาไม่สามารถทดแทน หรือใส่จอตาเทียมได้ เพราะฉะนั้นควรดูแลรักษาสุขภาพตาของเราเป็นอย่างดี อย่าให้จอประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควร
เช็คสุขภาพจอประสาทตาทำอย่างไร ?
การตรวจจอประสาทตา จากเดิมจักษุแพทย์จะส่องดูจากช่องของรูม่านตา ซึ่งเราสามารถขยายรูม่านตาเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นโดยการหยอดยาขยายม่านตา ซึ่งมีผลทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว ตาสู้แสงไม่ได้ อ่านหนังสือหรือทำงานไม่ได้หลังการตรวจ และไม่เหมาะกับผู้ที่มีช่องหน้าของตาแคบ อีกทั้งการหยอดยาขยายม่านตาอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะต้อหินเฉียบพลันได้ ต่อมาได้มีการพัฒนาการตรวจหาความผิดปกติที่จอประสาทตาโดยใช้กล้องส่องสภาพจอประสาทตา และกล้องจุลทรรศน์สำหรับตาโดยเครื่องมือเหล่านี้จะใช้การตรวจหลายขั้นตอนแยกเป็นกลุ่ม เช่น ตรวจพิเศษด้วยเครื่องถ่ายภาพ ( Fluorescein angiography ) การฉีดสาร Fluorescein เข้าเส้นเลือดดำเพื่อตรวจดูจอประสาทตา เป็นต้น
ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาการตรวจวินิจฉัยโรคให้เป็นไปอย่างแม่นยำ สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ช่วยให้จักษุแพทย์วินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่เพิ่งเริ่มเกิดรอยโรค จึงรักษาได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และยังสามารถติดตามผลการรักษาโรคทางตาได้อย่างแม่นยำ โดยการตรวจวิเคราะห์ภาพตัดขวางจอประสาทตาด้วยเลเซอร์ (Optical Coherence Tomography) เพื่อดูลักษณะและขอบเขตความผิดปกติที่เกิดขึ้น รวมถึงวิเคราะห์โรคและกำหนดแนวทางรักษาได้อย่างทันท่วงที ที่สำคัญคือ ทำให้ผู้ป่วยสะดวกสบายมากขึ้น ลดความเสี่ยง ลดอาการเจ็บปวด ทรมาน
เทคโนโลยี OCT ตัวช่วยจักษุแพทย์วินิจฉัยโรคตา
เครื่องตรวจวิเคราะห์ภาพตัดขวางขั้วประสาทตาด้วยเลเซอร์ หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า OCT เป็นเครื่องมือที่ใช้ถ่ายภาพจอประสาทตาในลักษณะภาพตัดขวาง จึงช่วยให้แพทย์เห็นความหนาของชั้นจอประสาทตาและความผิดปกติที่เกิดขึ้น ด้วยการใช้แสงส่องเข้าไปในตาให้ได้ภาพตัดขวางของจอตาออกมาเป็นภาพ 2 และ 3 มิติ ให้ความละเอียดในการวินิจฉัยในระดับ 10-15 ไมครอน สามารถแสดงให้เห็นจอตาคล้ายภาพที่ได้จากการตรวจชิ้นเนื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ ภายในชั้นต่างๆ ของจอตา ซึ่งจอประสาทตาจะแยกเป็นชั้นย่อยๆ อีก 10 ชั้น และขั้วตา นอกจากนี้ ยังสามารถเห็นรายละเอียดบริเวณรอยต่อระหว่างน้ำวุ้นตากับจุดกลางรับภาพจอประสาทตาได้อีกด้วย โดยดูว่าเกิดภาวะดึงรั้งกันอยู่หรือไม่ สามารถตรวจดูระดับของน้ำในตาจากโรคศูนย์กลางจอประสาทตาบวมน้ำว่าในระหว่างการรักษานั้นจะสามารถลดระดับน้ำได้แค่ไหน สามารถตรวจได้ถึงชั้นความหนาของจุดกลางรับภาพจอประสาทตาได้อย่างชัดเจน
เทคโนโลยี OCT สามารถตรวจโรคตา อะไรได้บ้าง
เทคโนโลยี OCT สามารถตรวจโรคตาได้หลายประเภท อาทิ โรคจอประสาทตาเสื่อม เนื่องจากอายุ โรค จุดรับภาพบวมจากภาวะต่างๆ เช่น เบาหวาน เส้นเลือดดำที่จอประสาทตาอุดตัน โรคจุดรับภาพฉีกขาด ภาวะพังผืดที่จอประสาทตา และจุดรับภาพภาวะจอประสาทตาหลุดลอก ภาวะเส้นเลือดผิดปกติที่จอประสาทตา และโรคต้อหิน เป็นต้น ถือว่าวิธีการตรวจที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องขยายม่านตา ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องสัมผัสรังสี รวดเร็ว ละเอียด และแม่นยำ
