อีกหนึ่งการป้องกันความเสี่ยง “มะเร็งปากมดลูก” คือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเบื้องต้นด้วยการตรวจเจาะลึกระดับดีเอ็นเอเพื่อตรวจหาเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 14 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์ 16, 18 และ เอชพีวี อีก 12 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักสูงถึง 99% ของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง
เชื้อ HPV คืออะไร ? ทำไมต้องตรวจหา ?
เชื้อ HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อเอชพีวี แพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง หรือการมีเพศสัมพันธ์ เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ เป็นต้น ซึ่งมีอยู่กว่า 150 สายพันธุ์ แต่สำหรับผู้หญิง สายพันธุ์ 16 และ 18 สองสายพันธุ์นี้เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 70% สาเหตุส่วนใหญ่ของการติดเชื้อเอชพีวีคือติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก ปาก หรือการใช้อุปกรณ์เพื่อสนองความต้องการทางเพศร่วมกัน และสามารถแพร่ผ่านรอยแผล หรือรอยขีดข่วนตามผิวหนัง หากมีการสัมผัสผิวหนังหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อจากผู้ป่วย
การตรวจหาเชื้อเอชพีวี (HPV) โดยตรงแบบเจาะลึกดีอย่างไร
ปัจจุบันมีวิธีการตรวจหาเชื้อ HPV โดยตรง เป็นการตรวจแบบเจาะลึกระดับดีเอ็นเอ เป็นเทคนิคขั้นสูงแบบ Real-time PCR เป็นการตรวจระดับชีวโมเลกุลที่สามารถค้นหาเชื้อเอชพีวีได้ในระยะก่อนที่จะเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูก ทำให้สามารถป้องกันและรักษาเชื้อเอชพีวีได้ก่อนที่เชื้อจะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก ความพิเศษของการตรวจนี้คือสามารถตรวจหาสายพันธุ์ของเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus Virus) กลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 14 สายพันธุ์สำคัญที่สุดคือ สายพันธุ์ที่ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบมากถึง 74% ในผู้หญิงไทยที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก และ 70% ในผู้หญิงทั่วโลก การตรวจพบได้เร็วจะช่วยให้ทราบความเป็นไปของสุขภาพร่างกายตัวเอง เพื่อวางแผนการดูแลและมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงแรกแพทย์จะติดตามบ่อยครั้ง และค่อยๆ ห่างออกไป เพื่อให้แน่ใจว่าหากตรวจพบเชื้อ HPV แล้วไม่มีการพัฒนาของโรคเป็นมะเร็ง
นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจเพื่อเช็กพร้อมก่อนฉีดวัคซีน HPV ได้อีกด้วย เพราะวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจะมีภูมิต่อเชื้อ HPV type 6, 11, 16 และ 18 ดังนั้น หากตรวจหาเชื้อ HPV แล้วยังไม่ได้รับเชื้อก็จะได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีนสูงสุด เพราะหากฉีดวัคซีน HPV แต่คุณชอบเปลี่ยนคู่นอน เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนแล้ว และได้รับเชื้อ HPV มาแล้ว ก็อาจจะไม่ได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีน
เพิ่มความแม่นยำ ลดโอกาสเสี่ยง มะเร็งปาดมดลูกมากยิ่งขึ้น
การตรวจหา HPV แนะนำให้ตรวจร่วมกับ Pap Smear หรือ Thin Prep Pap เพราะจะมีความไวในการตรวจหามะเร็งปากมดลูกเกือบ 100% เมื่อเทียบกับการตรวจ Pap Smear หรือ Thin Prep Pap เพียงอย่างเดียว การตรวจควบคู่กันจะเพิ่มความแม่นยำในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ และถ้ามีการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็จะสามารถวางแผนให้การรักษาได้ทันท่วงที ทำให้โอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกจะลดลงด้วย สำหรับความถี่ในการตรวจซ้ำขึ้นกับอายุ และประวัติทางการแพทย์
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง มะเร็งปากมดลูก
- ผู้หญิงที่แต่งงานเมื่ออายุน้อย
- คลอดบุตรหลายคน
- มีคู่นอนหลายคน เป็นกามโรคบ่อยๆ มีประวัติในครอบครัว เช่น มีญาติผู้หญิงเป็นมะเร็งปากมดลูก
เรียกได้ว่า “โรคมะเร็งปากมดลูก” เป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงได้ หากต้องการมีสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้น แนะนำให้ผู้หญิงทุกคนควรดูแลสุขอนามัย มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย รวมถึงสำรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอและเข้ามาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายใน และตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี
