ก้อนเนื้อที่รังไข่ หรือเนื้องอกรังไข่ (Ovarian tumor) เป็นโรคที่พบได้บ่อย สามารถพบได้ในหญิงทุกอายุ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่
- ถุงน้ำที่เกิดขึ้นจากการทำงานของรังไข่ (Functional ovarian cyst)
- เนื้องอกรังไข่ที่ไม่ใช่มะเร็ง (Benign ovarian tumor)
- มะเร็งรังไข่ (Malignant ovarian tumor)
อาการที่มักพบได้บ่อยคือ
- การคลำได้ก้อนด้วยตัวเองที่ท้องน้อย
- อาจจะพบว่ามีอาการปวดที่ท้องน้อยได้บ้าง
- บางรายอาจรู้สึกว่าท้องโตขึ้น
- มีความผิดปกติของประจำเดือน
- ปัสสาวะบ่อย ซึ่งเป็นอาการของการที่ก้อนกดทับกระเพาะปัสสาวะ
- ท้องผูก ถ่ายอุจจาระลำบาก ซึ่งเป็นอาการของการที่ก้อนกดทับลำไส้ใหญ่
- ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการจากภาวะแทรกซ้อน ก้อนที่รังไข่เอง ที่สำคัญได้แก่ อาการปวดท้องน้อยอย่างเฉียบพลันจากภาวะรังไข่บิดตัว (Twisted ovarian tumor) ซึ่งอาจร่วมกับมีไข้ ร่วมด้วย
การรักษา
เมื่อมีอาการปวดท้องรุนแรงหรือสงสัยว่าจะเกิดโรค ควรรีบพบแพทย์ในทันที โดยแพทย์มักจะทำการตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ใช้กล้องส่องตรวจ ทั้งนี้ อาจต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อเพื่อแยกแยะสาเหตุให้ชัดเจนก่อนทำการักษาหรือผ่าตัด เช่น ถ้าก้อนเนื้อนั้นเป็นมะเร็งรังไข่ก็จะทำการผ่าตัดรังไข่ และท่อรังไข่ออกไปด้วยร่วมกับการให้เคมีบำบัด
ข้อดีของการส่องกล้องตรวจทางหน้าท้อง คือช่วยให้เห็นลักษณะภายนอกและขนาดของก้อนได้โดยตรง และยังอาจใช้เพื่อการรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องได้อีกด้วย ปัจจุบัน การผ่าตัดรักษาโรคทางสูตินรีเวชพัฒนาไปหลายด้าน และที่เป็นประโยชน์สูงสุดคือช่วยในเรื่องการรักษาอาการป่วยให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น แผลมีขนาดเล็ก หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บแผลน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดแผลกว้าง ฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากเนื้อเยื่อได้รับความบาดเจ็บน้อยกว่า แผลผ่าตัดเล็ก เกิดพังผืดน้อย และลดโอกาสการเกิดแผลติดเชื้อได้มาก ทำให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็ว
