‘ต้อกระจก’ อาการเป็นอย่างไร?
ต้อกระจกเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เกิดจากการที่เลนส์ตาซึ่งปกติควรใส เกิดความขุ่นมัว ทำให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้การมองเห็นไม่ชัดเจน ปัจจุบันการรักษาที่มีประสิทธิภาพ คือ การผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม (Phacoemulsification with Intraocular Lens) ซึ่งเป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยนำเลนส์ตาที่ขุ่นออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ชัดขึ้น
ต้อกระจก คืออะไร?
ต้อกระจก (Cataract) เป็นภาวะที่เลนส์ตาเกิดความขุ่นมัว ทำให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ลดลง ส่งผลให้การมองเห็นพร่ามัว ต้อกระจกมักเกิดจาก
- อายุที่เพิ่มขึ้น
- โรคเบาหวาน
- การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
- อุบัติเหตุที่ดวงตา
- การสัมผัสแสงแดดหรือรังสี UV เป็นเวลานาน
หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้การมองเห็นลดลงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
อาการของต้อกระจก
ผู้ที่มีต้อกระจกอาจมีอาการดังต่อไปนี้
- มองเห็นภาพพร่ามัว
- เห็นแสงกระจายหรือแสงฟุ้ง
- มองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน
- สีของภาพดูซีดลง
- ต้องเปลี่ยนแว่นสายตาบ่อย
หากมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจตากับจักษุแพทย์เพื่อประเมินการรักษา
ความเห็นจากจักษุแพทย์
พญ.กัณฑ์กณัฐ งามวิชัยรัชต์จักษุแพทย์เฉพาะทาง กล่าวว่า
“ต้อกระจกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุและเป็นสาเหตุสำคัญของการมองเห็นลดลง การรักษาด้วยการผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียมเป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ดีขึ้น
และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ
การผ่าตัดต้อกระจก และใส่เลนส์แก้วตาเทียม คืออะไร?
การผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม (Phacoemulsification with Intraocular Lens) เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ใช้เครื่องมืออัลตราซาวด์สลายเลนส์ตาที่ขุ่นจากต้อกระจก จากนั้นจึงดูดเลนส์เดิมออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียม (Intraocular Lens: IOL) เข้าไปแทนที่ เทคนิคนี้ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว

ขั้นตอนการผ่าตัดต้อกระจก
โดยทั่วไปการผ่าตัดมีขั้นตอนดังนี้
- หยอดยาชาเฉพาะที่บริเวณดวงตา
- ทำแผลขนาดเล็กบริเวณกระจกตา
- ใช้เครื่องอัลตราซาวด์สลายเลนส์ตาที่ขุ่น
- ดูดเลนส์ตาเดิมออก
- ใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่
การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที
ข้อดีของการผ่าตัดต้อกระจกด้วยเทคนิค Phacoemulsification
การผ่าตัดต้อกระจกด้วยเทคนิคนี้มีข้อดีหลายประการ เช่น
- แผลผ่าตัดขนาดเล็ก
- เจ็บน้อย
- ฟื้นตัวเร็ว
- ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
- ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น
ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน
ดูแลโดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง
โปรแกรมผ่าตัดต้อกระจกดำเนินการโดยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พญ.กัณฑ์กณัฐ งามวิชัยรัชต์ เลข ว.32990 จักษุแพทย์เฉพาะทาง
- วุฒิบัตรจักษุวิทยา
- ความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดต้อกระจก
- ประสบการณ์การผ่าตัดมากกว่า 10 เคส
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดต้อกระจก
Q: ผ่าตัดต้อกระจกเจ็บไหม?
- การผ่าตัดใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยจึงไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการผ่าตัด
Q: หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นนานไหม?
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในไม่กี่วัน แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
Q: หลังผ่าตัดต้องใส่แว่นหรือไม่?
- บางรายอาจยังต้องใช้แว่นสายตา ขึ้นอยู่กับชนิดของเลนส์แก้วตาเทียม และสภาพสายตาของผู้ป่วย
Q: ต้อกระจกสามารถกลับมาเป็นอีกได้หรือไม่?
- หลังการผ่าตัดและใส่เลนส์แก้วตาเทียม ต้อกระจกจะไม่กลับมาเป็นอีก แต่บางรายอาจเกิดภาวะ ต้อกระจกเทียม ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยเลเซอร์
ข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์
- American Academy of Ophthalmology (AAO)
- National Eye Institute
- World Health Organization Cataract Guidelines
ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า การผ่าตัดต้อกระจกด้วยเทคนิค Phacoemulsification พร้อมใส่เลนส์แก้วตาเทียม เป็นวิธีรักษามาตรฐานที่ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วและให้ผลลัพธ์ด้านการมองเห็นที่ดี ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับต้อกระจก หากคุณมีอาการ มองเห็นพร่ามัว เห็นแสงฟุ้ง หรือการมองเห็นลดลง ควรเข้ารับการตรวจตากับจักษุแพทย์ เพื่อประเมินภาวะต้อกระจกและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
