ประเภทของแผลไฟไหม้ และการประเมินความรุนแรงเพื่อการรักษาที่เหมาะสม

Image

分享


ไม่ว่าแผลไฟไหม้จะเกิดจากสาเหตุใด หรือมีความรุนแรงมากแค่ไหน การรู้จักสาเหตุ และประเภทของแผลไฟไหม้ รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดแผล จะช่วยให้เรารู้ ดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และมีการฟื้นตัวที่ดีกว่า

 

แผลไฟไหม้คืออะไร?

แผลไฟไหม้ (Burn Injury) คือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหนัง หรือเนื้อเยื่อถูกทำลายจากความร้อน ความเย็น กระแสไฟฟ้า เคมี รังสี หรือแสงแดด

 

ประเภทของแผลไฟไหม้ (Burn Types) สาเหตุที่พบบ่อย และกลไกในการเกิดแผล

แผลไฟไหม้เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยการทำลายผิวหนัง และเนื้อเยื่อจะมีลักษณะที่แตกต่างกันตามประเภท และกลไกในการเกิดแผล ดังนี้

  • แผลไหม้จากความร้อน (Thermal Burn) เกิดจากการสัมผัสแหล่งความร้อนโดยตรง 2 ลักษณะ คือ
  • ความร้อนแห้ง (Dry Heat) มักเกิดจากเปลวไฟหรือประกายไฟ โดยความร้อนจะทำลายโปรตีนในเซลล์ทำให้เซลล์ผิวหนังรวมถึงเนื้อเยื่อภายในถูกทำลายจนเสียหาย หากความร้อนสูงมาก อาจทำลายลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อหรือกระดูก
  • ความร้อนเปียก (Moist Heat) เกิดจากของเหลวร้อน เช่น น้ำร้อน ไอน้ำร้อน หรือน้ำมันร้อน ในลักษณะการจุ่ม ท่วม รดหรือหกใส่ ซึ่งความร้อนจากของเหลวมักกระจายเป็นวง ทำให้แผลไหม้มีขนาดกว้างและลึก โดยเฉพาะหากของเหลวร้อนสัมผัสอยู่บนผิวหนังเป็นเวลานาน
  • แผลไหม้จากกระแสไฟฟ้า (Electrical Burn) มักเกิดจากไฟดูด ไฟช็อต โดยจุดที่กระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายจะเกิดเป็นรอยไหม้ หรือแผลเล็กๆ ที่ผิวหนัง ซึ่งอาจเสียหายไม่มากนัก แต่กระแสไฟฟ้าจะเริ่มทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างกายตั้งแต่จุดนี้ ส่วนจุดที่กระแสไฟฟ้าออกจากร่างกายมักเกิดความเสียหายมากกว่าจุดเข้า ทั้งนี้ ด้วยความร้อนที่สูงมาก และเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วอาจทำให้เนื้อเยื่อภายใน เส้นประสาท และหลอดเลือดเกิดความเสียหายรุนแรงได้
  • แผลไหม้จากสารเคมี (Chemical Burn) เกิดจากการสัมผัสกับสารเคมี เช่น กรด ด่าง หรือสารกัดกร่อนอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ โดยสารเคมีประเภทกรดจะทำให้เนื้อเยื่อแข็งตัว ส่วนสารเคมีประเภทด่างจะทำให้โปรตีน และไขมันในเซลล์ละลาย ซึ่งอาจทำให้สารเคมีซึมลึกลงไปในเนื้อเยื่อมากขึ้น
  • แผลไหม้จากรังสี (Radiation Burn) มักเกิดจากรังสีที่มีพลังงานสูง เช่น รังสีจากอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ หรือรังสีที่ใช้รักษามะเร็ง ซึ่งสามารถทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนังโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบและการตายของเซลล์ ส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียการทำงานตามปกติ และอาจเกิดแผลพุพอง ลอก หรือเป็นแผลเรื้อรังได้
  • แผลไหม้จากแสงแดด (Sunburn) เกิดจากการสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) โดยเฉพาะ UVB และ UVA ซึ่งทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนังชั้นนอก กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ส่งผลให้ผิวแดง แสบ ร้อน และอาจลอกในภายหลัง โดยทั่วไปแผลไหม้จากแสงแดดสามารถหายได้ภายในไม่กี่วัน ในขณะที่แผลไหม้จากรังสีอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า และส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในระยะยาว

 

ลักษณะของแผลไฟไหม้ในระดับต่างๆ

แผลไหม้ สามารถแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ตามความลึกและความรุนแรงของการทำลายเนื้อเยื่อ ไปจนถึงอวัยวะภายใน ดังนี้

  • แผลไหม้ระดับแรก (First Degree Burn) เกิดการทำลายเฉพาะชั้นหนังกำพร้า ลักษณะผิวหนังจะมีสีแดง ไม่มีตุ่มพอง และหายได้เองภายใน 7 วันโดยไม่เกิดแผลเป็น
  • แผลไหม้ระดับ 2 (Second Degree Burn) แบ่งออกเป็นสองชนิด ได้แก่
    • ระดับตื้น แผลมีตุ่มพองใส เกิดการทำลายหนังกำพร้า และหนังแท้บางส่วน หายได้ภายใน 2-3 สัปดาห์โดยไม่เกิดแผลเป็น
    • ระดับลึก หนังแท้ถูกทำลายลึกมากขึ้น อาจมีแผลเป็นหลังจากแผลหาย
  • แผลไหม้ระดับ 3 (Third Degree Burn) ผิวหนังทุกชั้น รวมถึงไขมันและเส้นประสาทถูกทำลาย ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บ ผิวหนังอาจมีสีขาว ซีด หรือดำคล้ำ ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดปลูกผิวหนัง
  • แผลไหม้ระดับ 4 (Fourth Degree Burn) มีการทำลายเนื้อเยื่อลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ เอ็น หรือกระดูก จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และอาจต้องตัดอวัยวะที่ได้รับความเสียหายรุนแรงออก

ความแตกต่างระหว่างแผลไฟไหม้จากความร้อน และแผลไฟไหม้จากสารเคมี

ประเภทของแผล แผลไฟไหม้ทั่วไป (Thermal Burn) แผลไฟไหม้จากสารเคมี (Chemical Burn)
สาเหตุ เปลวไฟ น้ำร้อน ของเหลวร้อน แสงแดด สารเคมีอันตราย เช่น กรดหรือด่าง
กระบวนการทำลาย ความร้อนทำลายเนื้อเยื่อโดยตรง อาจมีการทำลายเนื้อเยื่อชั้นลึกขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและระยะเวลาที่สัมผัส เจาะผ่านเนื้อเยื่อผ่านชั้นผิวหนังเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อชั้นลึกอย่างรวดเร็ว และรุนแรง
ภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อ เกิดแผลเป็น บวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้แผลหายช้าลง อาจมีการทำลายเนื้อเยื่อชั้นลึก เกิดแผลเป็นรุนแรง หากสารเคมีถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายใน
การรักษาเบื้องต้น ใช้การระบายความร้อน และปิดแผลด้วยผ้าสะอาด ใช้น้ำสะอาดล้างให้ไหลผ่านแผล เพื่อเจือจางสารเคมี และถอดเสื้อผ้าที่สัมผัสสารเคมีออกทันที
ระยะเวลาการหาย ขึ้นอยู่กับระดับของแผล อาจนานกว่าเนื่องจากเนื้อเยื่อถูกทำลายลึก

 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรุนแรงของแผลไฟไหม้

  • อุณหภูมิและระยะเวลาที่สัมผัส การสัมผัสที่นานขึ้น หรืออุณหภูมิที่สูงมากจะทำให้แผลลึก และกว้างขึ้น
  • แหล่งความร้อน เช่น เปลวไฟ น้ำร้อน กระแสไฟฟ้า สารเคมี หรือรังสี จะสร้างความรุนแรงต่างกัน
  • ตำแหน่ง แผลที่เกิดในบริเวณสำคัญ เช่น ใบหน้า มือหรือข้อมือ เท้าหรือข้อเท้า จะรุนแรงกว่า แม้แผลไม่กว้างมาก
  • พื้นที่ร่างกายที่เกิดแผล หากมากกว่า 10-20% นับว่ารุนแรง และต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์
  • อายุ เด็ก และผู้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากกว่า เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนหนุ่มสาว
  • การปฐมพยาบาล หากทำถูกวิธีจะช่วยลดความรุนแรง และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ดีกว่า

 

ทั้งนี้ สภาพภาพแวดล้อม และสถานการณ์ที่ทำให้เกิดแผลไหม้ สุขภาพของผู้ป่วยแต่เดิม การรักษาในระยะแรกที่ถูกต้องเหมาะสมจากแพทย์อย่างรวดเร็ว จะช่วยลดระดับความรุนแรงของแผลในระยะยาวได้ดีกว่า

 

แผลไฟไหม้เป็นอาการบาดเจ็บที่มีความรุนแรง หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที หรือเหมาะสม อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว โดยเฉพาะในกรณีที่แผลไฟไหม้มีความรุนแรง หรือเกิดจากสารเคมี รพ.พญาไท พหลโยธิน มีศูนย์ศัลยกรรมและการดูแลแผลด้วยแพทย์ชำนาญการเฉพาะทาง พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และวิธีรักษาที่เหมาะสมในการรักษาแผลไฟไหม้ทุกระยะ ไปจนถึงการฟื้นฟูสภาพร่างกาย และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน เพื่อความปลอดภัย และการกลับมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

 

นพ. กำธร วิจิตรกำธร
ศัลยแพทย์ ศูนย์ศัลยกรรม
โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน

Loading...

分享


Loading...