แพ็กเกจสวนหัวใจและฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ พร้อมใส่ขดลวด (CAG + PCI)
รายละเอียดแพ็กเกจ
การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด วิธีรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างมีประสิทธิภาพ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เมื่อหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจตีบหรืออุดตัน จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกและอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้
การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและการใส่ขดลวด เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่า
ผู้ป่วยที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้
1. พบอาการผิดปกติ
- มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อออกแรงหรือเครียด
- หายใจเหนื่อยหรือขาดใจเมื่อทำกิจกรรม
- ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง
- มีอาการเหนื่อยล้าผิดปกติ หน้ามืดวูบ
2. มีผลการตรวจวินิจฉัยผิดปกติ
- ผลการตรวจเอกซเรย์หลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography) แสดงหลอดเลือดตีบมากกว่า 70%
- ผลการตรวจ CT Coronary หรือ Cardiac MRI และผลตรวจ EST แสดงความผิดปกติ
3. ภาวะที่ต้องรักษาเร่งด่วน
- พบภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction)
- หลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงที่ตำแหน่งสำคัญ
ประโยชน์ของการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน
- ช่วยบรรเทาอาการเจ็บแน่นหน้าอกได้อย่างรวดเร็ว
- ลดความเสี่ยงของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
- ไม่ต้องเปิดหน้าอก ทำให้ฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัด
- ใช้เวลาในการทำหัตถการสั้น ประมาณ 30-90 นาที
การใส่ขดลวด (Coronary Stent)
ขดลวด (Stent) เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทำจากโลหะหรือพลาสติกชนิดพิเศษ มีลักษณะคล้ายท่อตาข่ายขนาดเล็ก ออกแบบมาเพื่อช่วยค้ำจุนหลอดเลือดให้คงสภาพเปิดกว้างหลังจากการขยายด้วยบอลลูน
เมื่อไหร่ต้องใส่ขดลวด?
แพทย์จะพิจารณาใส่ขดลวดในกรณีที่
- พบรอยตีบยังขยายไม่กว้างพอหลังจากการขยายด้วยบอลลูนเพียงอย่างเดียว
- มีความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะตีบซ้ำ
- ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาระยะยาว
ประเภทของขดลวด
ขดลวดเคลือบยา (Drug-Eluting Stent – DES) เคลือบด้วยยาสารโพลีเมอร์พิเศษ ยาจะค่อยๆ ถูกปล่อยไปยังบริเวณที่ต้องการรักษา ช่วยลดการเติบโตของเนื้อเยื่อบริเวณที่ใส่ขดลวด ช่วยลดความเสี่ยงของการตีบซ้ำ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าขดลวดธรรมดา
ขั้นตอนการใส่ขดลวด
- การเตรียมขดลวด: ขดลวดจะถูกติดตั้งอยู่ที่ปลายบอลลูนในขณะที่ยังไม่ขยาย
- การนำเข้าไปยังตำแหน่ง: นำขดลวดไปยังตำแหน่งที่ต้องการผ่านสายสวน
- การขยายขดลวด: สูบลมให้บอลลูนขยาย ขดลวดจะขยายออกและยึดติดกับผนังหลอดเลือด
- การถอดบอลลูน: ถอดบอลลูนออก ขดลวดจะยึดติดอยู่ที่ผนังหลอดเลือดอย่างถาวร
กระบวนการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจ (Balloon Angioplasty)
- แพทย์จะเตรียมตัวผู้ป่วยโดยให้ยาระงับปวดเฉพาะที่ ทำความสะอาดบริเวณที่ใช้ทำหัตถการและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อตรวจสอบสัญญาณชีพของผู้ป่วยระหว่างการรักษา
- สอดสายสวนหัวใจ ซึ่งเป็นท่อขนาดเล็กและอ่อนที่ปลายมีบอลลูนจิ๋ว เข้าไปผ่านหลอดเลือดแดงที่ข้อมือ (Radial Artery) หรือที่ขาหนีบ (Femoral Artery)
- ใช้สารทึบรังสีเพื่อติดตามเส้นทางและตำแหน่งของหลอดเลือดผ่านเครื่องเอกซเรย์
- เมื่อสายสวนไปถึงตําแหน่งที่หลอดเลือดตีบ แพทย์จะสูบลมให้บอลลูนขยายออก บอลลูนจะเบียดคราบไขมันและหินปูนที่เกาะผนังหลอดเลือดให้แบนลง ทำให้หลอดเลือดเปิดกว้างขึ้น และเลือดสามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น
การเตรียมตัวก่อนการรักษา
- งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนทำหัตถการ
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่รับประทานอยู่ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- หยุดสูบบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำหัตถการ
การดูแลตนเองหลังการรักษา
- ควรรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามที่แพทย์สั่ง รับประทานยาควบคุมไขมันและความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควบคุมการรับประทานอาหารไขมันสูง อาหารรสเค็มและอาหารหวาน
- ควรติดตามรักษาอย่างต่อเนื่อง
หากท่านมีอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินและคำแนะนำที่เหมาะสม โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา พร้อมให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างครบวงจร โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอด 24 ชั่วโมง
เกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้น
- เป็น Case Elective เท่านั้น
- ผู้ป่วยไม่มีโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือผู้ที่จำเป็นต้องทำการสวนหัวใจฉุกเฉิน หรือมีความเสี่ยงต่อการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ
- ใช้ได้ในเวลาทำการปกติเท่านั้น (08.00 น. – 16.00 น.)
- ผู้ป่วยไม่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ป่วยไม่มีภาวะโป่งพองของเส้นเลือดแดงใหญ่
- ผู้ป่วยไม่มีภาวะติดเชื้อ HIV
- ผู้ป่วยต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปี
- ผู้ป่วยมีผล Creatinine ไม่เกิน 1.5 mg/dl
- ผู้ป่วยต้องไม่ผ่านการทำ CABG มาก่อน
- ผู้ป่วยต้องไม่มีภาวะ Stroke ภายใน 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา
- การบีบตัวของหัวใจด้านซ้ายล่าง EF > 40%
- ผู้ป่วยเป็นสัญชาติไทย
ค่าใช้จ่ายประกอบด้วย
- ค่าห้องสวนหัวใจ, ค่าห้องพักผู้ป่วยในหออภิบาลหัวใจ 1 คืน (รวมถึงค่าบริการอื่นๆ ค่าอาหาร, ค่าบริการห้องพัก, ค่าบริการทางการพยาบาล)
- ค่าแพทย์ขยายหลอดเลือดหัวใจ, ค่าเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์ในห้องสวนหัวใจ, ค่าแพทย์ฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ, ค่านักกายภาพและค่านักโภชนาการ
- ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ยาเวชภัณฑ์รวมถึงสายสวนหัวใจและบอลลูน 1 ลูก ที่ใช้ในห้องสวนหัวใจ
- ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ, ฉายภาพรังสีทรวงอก, ค่าตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเส้น
- ค่าขดลวดหัวใจ (Stent) 1 เส้น ถ้าเกินคิดเพิ่มเส้นละ 50,000-70,000 บาท
อัตราค่าเหมาจ่ายไม่รวมถึง
- ค่าห้องพักและค่าใช้จ่ายต่างๆ กรณีที่นอนพักฟื้นในโรงพยาบาลมากกว่า 1 คืน
- ไม่รวมภาวะแทรกซ้อนจากการทำหัตถการ
- ค่าใช้จ่ายในกรณีผ่าตัดฉุกเฉิน การใช้ Balloon Pump หรือภาวะที่ต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ เพิ่มเติม
- ค่าสารทึบรังสีหากมีการใช้มากกว่า 100 ซี.ซี ค่า Balloon หากมีการใช้มากกว่า 1 ลูก, ค่า Guiding catheter หากใช้มากกว่า 1 เส้น, Guide wire หากใช้มากกว่า 1 เส้น
- ค่าใช้จ่ายและค่าตรวจต่างๆ ในคลินิกผู้ป่วยนอกก่อนทำการสวนหัวใจ รวมถึงค่าตรวจทางหัวใจอื่นๆ เช่น การทดสอบสมรรถภาพหัวใจ, การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อน และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ในห้องพัก เช่น ค่าเครื่องดื่ม, ค่าโทรศัพท์
- ไม่รวมค่ายาที่รับประทานอยู่ประจำ
- ค่ายาและเวชภัณฑ์สำหรับนำกลับบ้าน
- ถ้ามีการทำหลังเวลา 16.00 น. จะต้องเสียค่านอกเวลาเพิ่ม 9,000 บาท (กรณีถ้ามีการกำหนดทำ case ในเวลา 8.00-16.00 น. แต่มี case ฉุกเฉินแทรกทาง รพ. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่า จนท. เข้าช่วยแพทย์เอง)
- ราคา Package ไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิพิเศษหรือบัตรส่วนลดใดๆ ทั้งสิ้น
- โรงพยาบาลสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง Package และเงื่อนไขตามความเหมาะสมโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
1. ใช้บริการได้โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา เท่านั้น
2. กรุณาทำนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับการตรวจ
3. โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน, คืน หรือทอนเป็นเงินสดได้ สงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินทุกกรณี
4. โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
