เส้นเลือดสมองตีบ...รักษาไม่หายขาด อาจเพราะผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว

Image

分享


โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว หรือภาวะ PFO เป็นโรคที่มีมาแต่กำเนิดโดยสามารถพบได้ถึง 1 ต่อ 4 คน หรือ 25% ของประชากร แต่ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบโดยเฉพาะผู้ที่ยังหาสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองตีบยังไม่พบ มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูงขึ้น ซึ่งความสำคัญของโรคนี้ คือ ถ้ายังไม่ทราบว่าเป็นโรค PFO และไม่ได้รับการรักษา…จะทำให้คนไข้มีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดสมองตีบซ้ำได้อีกเรื่อยๆ

รู้หรือไม่? ภาวะ PFO ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่..สัมพันธ์กับโรคเหล่านี้

  1. โรคหลอดเลือดสมองตีบที่เป็นซ้ำๆ บ่อยๆไม่หายขาดหรือผู้ที่เป็นภาวะหลอดเลือดสมองตีบตั้งแต่อายุน้อยโดยไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีอาการ ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงโดยที่ไม่พบสาเหตุอาจเกิดจากการมีรูรั่วหัวใจห้องบน หรือภาวะ PFO
  2. โรคปวดหัว ไมเกรน  ส่งผลให้มีอาการปวดหัวเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ
  3. ในบางรายที่ผนังหัวใจรั่วรูใหญ่มาก อาจจะมีอาการเหนื่อยขณะออกกำลังกายร่วมด้วย

ภาวะ PFO จะพบได้ในผู้ป่วยช่วงอายุไหนบ้าง

เนื่องจากภาวะ PFO เป็นโรคที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ โดยทั่วไปผู้ป่วยมักไม่มีอาการ แพทย์จึงแนะนำให้ตรวจหาภาวะ PFO ในกรณีที่มีอาการหลอดเลือดสมองตีบตั้งแต่อายุยังน้อย หรือมีโรคหลอดเลือดสมองตีบโดยไม่ทราบสาเหตุ

ภาวะ PFO สัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดสมองอย่างไร

ภาวะ PFO คือการมีรูรั่วเล็กๆ ที่หัวใจห้องบน จึงอาจเป็นสาเหตุให้ตะกอนเลือดขนาดเล็กหลุดไปอุดกั้นหลอดเลือดสมองได้ แพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบจำเป็นต้องหาสาเหตุของโรคให้ดีที่สุด เพื่อให้การรักษาที่ตรงจุด

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า..มีภาวะผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วนี้

ในการตรวจหาภาวะ PFO แพทย์จะทำการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทางหน้าอกพร้อมกับการฉีดสารทึบรังสีโดยใช้น้ำเกลือที่ผ่านการเตรียมให้มีฟองอากาศขนาดเล็ก (Transthoracic echocardiography with agitated saline) เป็นวิธีการตรวจที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว สามารถวินิจฉัยภาวะรูรั่วในผนังกั้นหัวใจได้อย่างแม่นยำ

หากตรวจพบภาวะ PFO สามารถรักษาได้ด้วยวิธีใด

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่รักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ โดยการใส่อุปกรณ์ขนาดเล็กผ่านทางหลอดเลือดที่ขา ขึ้นไปที่หัวใจ และปิดรูรั่วได้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด โอกาสที่จะหายขาดจากโรคด้วยวิธีการปิดรูรั่วสูงถึง 100% และใช้เวลาในการทำหัตถการประมาณ 15 นาทีเท่านั้น

หลังจากรักษาแล้วจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่

โอกาสการกลับมาเป็นภาวะ PFO ซ้ำนั้นเกิดขึ้นได้น้อยมาก อีกทั้งอุปกรณ์ที่นำไปปิดรูรั่วก็เป็นอุปกรณ์พิเศษที่ป้องกันการเกิดรูรั่วได้ดีอีกด้วย

การดูแลตนเองหลังการรักษา

คนไข้ที่ปิดรูรั่ว PFO จะพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 1 วัน  และทานยาประมาณ 6 เดือน เช่น ยาละลายเกล็ดเลือด แอสไพริน โคลพิโดเกรล หลังจากนั้นก็สามารถหยุดทานยาทั้งหมดได้ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

“สำหรับบางคนที่ชอบดำน้ำลึกและมีภาวะ PFO อาจทำให้เกิดฟองอากาศเล็กๆ และผ่านเข้าไปทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบได้ เพราะฉะนั้นนักดำน้ำลึกควรมาตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัยว่ามีภาวะรูรั่วหัวใจห้องบนอยู่หรือไม่ และผู้ที่มีภาวะ PFO ก็จะได้รับการวินิจฉัยถึงความรุนแรงเพื่อพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป”

 

นพ. อมร จงสถาพงษ์พันธ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2
Loading...

分享


Loading...