ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

การดูแลตัวเองหลังได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด (คีโม)


การดูแลตัวเองหลังได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด (คีโม)


คนไข้โรคมะเร็งหลังจากได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดแล้วร่างกายจะอยู่ในสภาวะอ่อนแอ และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการดูแลตัวเองหลังได้รับยาเคมีบำบัดจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพของคนไข้ ทั้งยังช่วยให้การรักษาโรคมะเร็งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โอกาสหายขาดจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น หรืออาจจะเรียกว่า...เป็นหนึ่งในขั้นตอนการรักษาที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการให้ยาก็ว่าได้

3 ปัจจัยสำคัญในการดูแลตัวเองหลังรับยาเคมีบำบัด

  1. ดูแลเรื่องอาหาร

  2. อาหารคือสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลตัวเองหลัง เนื่องจากการให้ยาเคมีบำบัดนั้นเป็นการให้สารเคมีเข้าไปทำลายหรือยับยั้งเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตเร็วในร่างกาย ซึ่งรวมถึงจำนวนเม็ดเลือดขาวที่ช่วยในการกำจัดเชื้อโรค ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง อาหารที่ควรรับประทานและควรเลี่ยงจึงมีดังต่อไปนี้

    อาหารควรรับประทาน

    • อาหารปรุงสุกใหม่ อาหารที่สุกและสะอาดช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหาร

    • อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลา นม และไข่ไก่ต้มสุก เป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่าย และราคาถูก โปรตีนมีความสำคัญในการเสริมสร้างเซลล์ในร่างกายที่ถูกทำลายไป ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้แนะนำปริมาณการรับประทานที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย

    • รับประทานอาหารจากร้านที่เชื่อได้ว่าปรุงสุกสะอาด ถูกสุขอนามัยเท่านั้น

    • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ไตขับยาเคมีบำบัดออกจากร่างกายให้มากที่สุด

    อาหารควรเลี่ยง

    • เลี่ยงรับประทานอาหารค้างคืน เพราะมีความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับเชื้อโรคที่กำลังเพาะตัวในอาหารจานนั้น

    • เลี่ยงรับประทานอาหารหมัก ดอง ดิบ กึ่งสุก กึ่งดิบ เพราะมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง

    • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอลล์ หรือเสพสิ่งมึนเมาอื่นๆ ในระหว่างการรักษา ที่อาจกระตุ้นการทำงานของเซลล์มะเร็ง

    คำแนะนำเพิ่มเติม

    พยายามรับประทานอาหารให้เพียงพอ คนไข้ส่วนใหญ่หลังได้รับยาเคมีบำบัด มักจะมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน แต่อย่างไรก็ตามร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ คนไข้อาจจะรับประทานอาหารทีละน้อยโดยแบ่งเป็นมื้อย่อย 5 – 6 มื้อ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพื่อการฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมกับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดครั้งต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นโปรแกรมการรักษา

  3. ระวังอาการข้างเคียง

  4. อาการข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและลักษณะของการเกิดโรคมะเร็ง เช่น เกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสียได้ง่าย หรือโรคมะเร็งในปอด จะมีอาการข้างเคียงคือหายใจลำบากเหนื่อยง่าย ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการที่เกิดจากตำแหน่งของโรคมะเร็ง

    ส่วนผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดที่พบบ่อยที่สุดคืออาการวิงเวียนศีรษะ  คลื่นไส้ อาเจียน อีกทั้งการที่เม็ดเลือดขาวมีปริมาณต่ำจากการให้ยาเคมีบำบัด ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง คนไข้ป่วยง่าย

    โดยแพทย์จะทำการจ่ายยาป้องกันอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นแม้จะช่วยป้องกันไม่ได้ทั้งหมดแต่ก็ช่วยให้คนไข้บรรเทาอาการลงได้  หากรับประทานยาแล้วอาการข้างค้างเคียงไม่ดีขึ้นหรือมีอาการหนักขึ้น ไม่สามารถรับประทานอาหาร ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

  5. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ

  6. หลังการให้ยาเคมีบำบัดควรพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษต่างๆ หรือรับสารพิษที่อาจไปกระตุ้นการทำงานของมะเร็ง เช่น อยู่ในมลภาวะไอเสียรถยนต์ สัมผัสกับสิ่งสกปรก สูบบุหรี่หรือรับควันบุหรี่ ซึ่งมีสารกระตุ้นเซลล์มะเร็ง ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนไข้ที่อยู่ในสภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งอาจทำให้ผลการรักษาไม่เป็นไปตามแผนการรักษาของแพทย์ และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนไข้เอง



นพ.วิชิต อาภรณ์วิรัตน์
แพทย์ประจำศูนย์มะเร็ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์มะเร็ง รพ.พญาไท 2 อาคาร A ชั้น 7
โทร.02-617- 2444 ต่อ 4701, 4732

Rate this article : การดูแลตัวเองหลังได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด (คีโม)

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง