ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

กระดูกพรุน ภัยเงียบใกล้ตัวคนสูงวัย!


กระดูกพรุน ภัยเงียบใกล้ตัวคนสูงวัย!


โรคกระดูกพรุน หรือ Osteoporosis เป็นโรคที่มวลกระดูกมีการลดหรือบางลงเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน โดยองค์กรอนามัยโลกได้กำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยไว้ว่า ผู้ที่มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของมวลกระดูกเมื่อเทียบกับประชากรทั่วไปที่ ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ -2.5 จากการตรวจด้วยเครื่อง DXA ทางรังสี จัดว่าเป็นโรคกระดูกพรุน โรคกระดูกพรุนนั้น โดยทั่วไปจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ผู้ป่วยจะไม่มีอาการปวด หรือมีลักษณะผิดปกติของข้อ โรคกระดูกพรุน จึงถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นยิ่งต้องระวัง

ใช่คุณหรือไม่? ที่เสี่ยงกระดูกพรุน

ตามแนวทางเวชปฏิบัติ ของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย กำหนดให้ผู้ที่เข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้ควรรับการตรวจมวลกระดูกเพื่อหาภาวะโรคกระดูกพรุน

  • ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
  • หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • หญิงที่หมดประจำเดือนเมื่ออายุ 45 ปี หรืออ่อนกว่า
  • หญิงหมดประจำเดือนที่มีดัชนีมวลกายต่ำกว่า 20 กก./ตรม.
  • หญิงหมดประจำเดือนที่มีความสูงลดลงตั้งแต่ 4 ซม.ขึ้นไป
  • หญิงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ที่มีประวัติกระดูกหักจากการหกล้ม
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยสเตียรอยด์ วันละ 7.5 มิลลิกรัม ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน

เนื่องจากผู้หญิง มีฮอร์โมนเพศซึ่งทำหน้าที่คงมวลกระดูกไว้ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีระดับฮอร์โมนเพศลดลงจึงนับเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนมากกว่าเพศชาย

กระดูกพรุน เป็นแล้วต้องรักษาหรือไม่

โรคกระดูกพรุนสามารถสร้างความทุพพลภาพให้แก่ผู้ป่วยได้ การที่ร่ายการของเรามีมวลกระดูกที่น้อยลง ก็จะเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก โดยเฉพาะตำแหน่งข้อสะโพก โดยมีการศึกษาพบว่า อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกข้อสะโพกหักจากโรคกระดูกพรุนนั้น สูงถึง 20% ใน 1 ปี นอกจากนี้ การเกิดกระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน ยังอาจทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาหลังโก่งผิดรูป กระดูกสันหลังเบียดทับเส้นประสาท ทำให้มีปัญหาต่อการเดิน และมีความเสี่ยงในการหกล้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดข้อสะโพกหักตามมาในที่สุด

แม้ในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนบางรายจะไม่มีกระดูกหัก แต่โรคกระดูกพรุนก็จะส่งผลให้การผ่าตัดรักษาโรคกระดูกและข้อนั้นทำได้ยาก อาทิ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ในรายที่มีภาวะข้อเสื่อม เป็นต้น เนื่องจากกระดูกมีลักษณะบาง และเปราะ การใส่ข้อเทียมจะยิ่งทำให้เสี่ยงเกิดกระดูกหักภายในการผ่าตัด ซึ่งนำมาสู่ความซับซ้อนของการผ่าตัดที่มากขึ้น และได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีเท่าที่ควร

ดังนั้นเมื่อเป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว รักษาเถอะครับ! ได้ประโยชน์ทั้งในเชิงการป้องกันกระดูกหัก ช่วยลดโอกาสทุพพลภาพ ทำให้คุณภาพกระดูกผู้ป่วยดี ลดความเสี่ยงในการผ่าตัดอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกระดูกและข้ออีกด้วย

ข้อสะโพกหัก ภัยร้ายวัยเกษียณอายุ

ภาวะกระดูกข้อสะโพกหัก เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนจะยิ่งมีความเสี่ยงสูงในการเกิดภาวะข้อสะโพกหักจากการประสบอุบัติเหตุหกล้มได้ ซึ่งผู้ป่วยที่มีภาวะข้อสะโพกหักควรได้รับการผ่าตัดรักษาทุกราย เพราะหากไม่ได้รับการผ่าตัดรักษา ผู้ป่วยก็จะมีโอกาสกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง และนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อน อันได้แก่ แผลกดทับ ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ติดเชื้อในทางเดินหายใจ จนมีการติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตในที่สุด

ผู้สูงอายุวัยเกษียณ เป็นกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดกระดูกข้อสะโพกหัก เนื่องจากอายุที่มากขึ้นมักมีโรคกระดูกพรุนตามมา ประกอบกับอาจมีโรคประจำตัวอื่นๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม อาทิ โรคต้อกระจก โรคของหูชั้นกลาง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น ดังนั้น การรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงควรทำเป็นองค์รวม ดูแลปัญหาอย่างครอบคลุม

กระดูกข้อมือหัก สัญญาณเตือนโรคกระดูกพรุน

ผู้ป่วยกระดูกข้อมือหักจากการหกล้ม มักมีอายุน้อยกว่าผู้ป่วยที่กระดูกข้อสะโพกหัก และมีแนวโน้มที่จะมีมวลกระดูกอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือมีเพียงกระดูกบางเล็กน้อย จากการศึกษา พบว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกข้อมือหักจากการหกล้ม มีโอกาสที่จะเกิดกระดูกข้อสะโพกหักจากโรคกระดูกพรุนได้ ในอีก 15 ปีข้างหน้า แต่ในปัจจุบันกลับพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้กลับถูกละเลยและไม่ได้รับการตรวจหรือการให้ความรู้ในการป้องกันการหกล้ม หรือลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกพรุนเท่าที่ควร ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องประสบภาวะกระดูกข้อสะโพกหักในที่สุด

สำหรับการรักษากระดูกข้อมือหักสามารถทำได้ทั้งการรักษาแบบผ่าตัด และ ไม่ผ่าตัด แต่การศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดได้ผลการรักษาดีกว่ากลุ่มไม่ผ่าตัด ทั้งในแง่ของการใช้งาน การฟื้นตัว และคุณภาพชีวิต

ทำไมอายุเยอะแล้วตัวเตี้ยลง สัญญาณเตือนจากกระดูกสันหลัง

ในกลุ่มของผู้ป่วยสูงอายุ จะพบได้ว่าโรคของกระดูกสันหลังมีส่วนทำให้เกิดทุพพลภาพมากต่อทั้งต่อการเดิน และการทำกิจวัตรประจำวัน เรามักพบว่าผู้สูงอายุจะมีลักษณะตัวเตี้ยลง หลังโก่งงอ ซึ่งลักษณะเหล่านี้เกิดจากความเสื่อมของกระดูกสันหลัง นอกจากนั้นแล้ว ส่วนสูงที่ลดลง อาจมีสาเหตุมาจากกระดูกสันหลังยุบ ซึ่งเป็นผลจากโรคกระดูกพรุน ซึ่งการผิดรูปของกระดูกสันหลังตามที่กล่าวมา จะทำให้สรีระของผู้ป่วยเสียสมดุล เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม และมีความลำบากในการเดินมากขึ้น

ปัจจุบันยังมีความเข้าใจที่ผิดว่า เมื่อแก่ตัวลง กระดูกต้องเสื่อม หลังต้องคด ต้องเตี้ยลง เป็นเรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถมีกระดูกที่แข็งแรง มีสรีระที่ปกติได้ แม้อายุจะเยอะขึ้น ด้วยการดูแลสุขภาพ และเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อทุกครั้ง

ก้าวย่างอย่างมั่นใจ สูงวัยอย่างแข็งแรง

ในปัจจุบัน สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งเป็นไปตามอายุเฉลี่ยของประชากรโลก เราพบว่าอายุขัยเฉลี่ยของประชากรในประเทศเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่พัฒนาทำให้สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ดี ดังนั้น ผู้สูงอายุก็สามารถมีสุขภาพที่แข็งแรง เดินและทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองอย่างคล่องแคล่วได้ ทำให้คุณภาพชีวิตในทุกวันดีและมีความสุข

นอกจากกระดูกแล้ว กล้ามเนื้อและข้อ ก็เป็นส่วนสำคัญในการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งสารอาหารที่มีประโยชน์และช่วยให้กล้ามเนื้อและกระดูกมีความแข็งแรงควบคู่ไปด้วยกัน คือ วิตามินดี นอกจากจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีแล้วยังช่วยคงมวลกล้ามเนื้อด้วย ทำให้ทุกย่างก้าวของคุณปลอดภัย และมั่นคง ไปพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้นได้







นพ.ฉันทัส มไหสวริยะ
ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุด้านออร์โธปิดิคส์
ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ
โรงพยาบาลพญาไท 3
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2-467-1111 ต่อ 3100/3112
นัดหมายแพทย์

Rate this article : กระดูกพรุน ภัยเงียบใกล้ตัวคนสูงวัย!

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง