เมื่อพูดถึงนิ่วในถุงน้ำดี หลายคนอาจมองว่าเป็นโรคไกลตัว แต่ถ้าเริ่มทำความเข้าใจจะรู้ได้เลยว่า วิถีชีวิตในแต่ละวันของคุณ โดยเฉพาะการทานอาหารไขมันสูง อย่างการทานบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง และอาหารฟาสต์ฟู้ด เป็นประจำ อาจนำพาโรคนิ่วในถุงน้ำดีมาใกล้คุณได้มากขึ้น
นิ่วในถุงน้ำดี คือ ตะกอนของแข็งที่สะสมขึ้นเป็นก้อนนิ่วแข็งภายในถุงน้ำดี โดยสามารถพบได้ทั้งขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ อาจพบก้อนนิ่วเพียงก้อนเดียว หรือก้อนเล็กๆ หลายๆ ก้อน บางคนอาจมีมากเป็นร้อยก้อนได้เลยทีเดียว และแน่นอนว่า น้ำดีทำหน้าที่ดักจับไขมันเพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ฉะนั้นถ้ามีนิ่วเกิดขึ้นย่อมส่งผลถึงระบบการทำงานของถุงน้ำดี และถ้านิ่วตกลงไปอุดที่ท่อน้ำดีใหญ่ อาจส่งผลทำให้ตับอ่อนอักเสบ ซึ่งอันตรายถึงแก่เสียชีวิตได้เลยทีเดียว
สิ่งใดคือความเสี่ยงที่ทำให้ป่วยเป็นนิ่วในถุงน้ำดี?
- ความอ้วน ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้มากที่สุด เพราะเป็นสาเหตุของการทำให้คอเรสเตอรอลในน้ำดีเพิ่มมากขึ้น
- การทานอาหารไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารประเภทบุฟเฟต์ ปิ้งย่าง เป็นสาเหตุของความอ้วน และนำไปสู่ภาวะคอเรสเตอรอลในน้ำดีสูง
- ไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบทานผัก
- ผู้ที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป เพราะระบบเผาผลาญในร่างกายที่แย่ลง ทำให้มีการสะสมคอเรสเตอรอลสูงขึ้น
- เพศหญิง เนื่องจากโรคนิ่วในถุงน้ำดีพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
- ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนทดแทน จะมีความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีมากขึ้น เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน มีส่วนในการเพิ่มปริมาณคอเรสเตอรอลในถุงน้ำดี
- คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี เราก็จะยิ่งมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น
จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่าคอเรสเตอรอลเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งนิ่วในถุงน้ำดีแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ
- ชนิดเกิดจากคอเรสเตอรอล พบบ่อยที่สุด คือ ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีจะเกิดจากคอเรสเตอรอลสูงมาก จึงไปเกาะจนทำให้ถุงน้ำดีทำงานผิดปกติ
- ชนิดที่เกิดจากเม็ดสีบิลิรูบิน พบได้น้อยกว่าชนิดแรก โดยก้อนนิ่วจะมีขนาดเล็กกว่าชนิดคอเรสเตอรอล มักพบในผู้ป่วยโรคตับแข็ง หรือผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติของเลือด อย่างโรคโลหิตจาง
จะมีอาการอย่างไรเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
- มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
- คลื่นไส้ อาเจียน
- แสบร้อนที่อก มีลมในกระเพาะอาหาร
- หลังทานอาหารมันๆ มักมีอาการเสียดท้อง แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่
- ปวดท้องอย่างรุนแรงบริเวณช่วงท้องส่วนบนด้านขวา โดยปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ในผู้ที่ถุงน้ำดีอักเสบ อาจมีไข้ ปวดท้องใต้ชายโครงด้านขวาบริเวณตำแหน่งของถุงน้ำดี และอาจมีภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง ร่วมด้วย
คุณมีอาการเช่นนี้บ้างหรือไม่…ถ้าคำตอบคือใช่ อย่ามองข้าม ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาและรับการรักษาอย่างถูกต้อง
นิ่วในถุงน้ำดี วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ “ผ่าตัด”
การผ่าตัดปัจจุบันไม่น่ากลัว เพราะสามารถผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก จึงปลอดภัยมากขึ้น เสี่ยงน้อยลง ฟื้นตัวเร็ว เพราะการผ่าตัดจะใช้เพียงการเจาะรูบริเวณหน้าท้อง 4 ตำแหน่ง ขนาดของรูประมาณ 0.5 ซม. 3 ตำแหน่ง และขนาด 1 ซม.ที่สะดือ 1 ตำแหน่ง แล้วสอดกล้องพร้อมเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเจาะหน้าท้อง ผ่านรูหน้าท้องที่เจาะเข้าไป หลังผ่าตัดนอนพักฟื้นที่รพ. 1-2 วันก็กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้แล้ว และไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ดูแลเรื่องอาหารหลังผ่าตัด
เมื่อผ่าตัดแล้วการย่อยสารอาหารประเภทไขมันจะไม่ดีดังเดิม จึงต้องให้ความสำคัญกับการทานอาหารอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยการทอด การผัด และหันมาใช้วิธีต้ม ตุ๋น นึ่งแทน รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน โดยเลือกอาหารที่ย่อยง่าย เน้นอาหารประเภทปลาและผักให้มากขึ้น แต่ไม่ควรทานผักสดมากเกินไป เพราะผักสดจะย่อยได้ยากกว่าผักที่ปรุงสุก สำหรับผลไม้ไม่ควรทานผลไม้ที่มีรสหวานมากและให้น้ำตาลสูง ควรเลือกทานผลไม้ที่หวานน้อย ย่อยง่าย และมีคุณค่าทางอาหารสูง อย่างมะละกอสุก อะโวคาโด ลูกพรุน และผลเบอร์รี่ต่างๆ เป็นต้น
สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนักเสมอ คือ สุขภาพต้องการความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเพื่อป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ หรือจะเป็นความใส่ใจระมัดระวังดูแลสุขภาพร่างกายเมื่อยามที่มีโรคภัยมาเยือน และถึงแม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้ว แต่การใส่ใจดูแลสุขภาพก็ไม่ควรลดน้อยลง เพราะในเมื่อเราต้องใช้ร่างกายทุกวัน ฉะนั้นการดูแลสุขภาพก็ต้องทำในทุกๆ วันเช่นเดียวกัน
